แต่ก่อนยังเด็กถามหาแต่เหตุผลว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงชอบดื่มกาแฟกันนัก? บางครั้งเอากาแฟมาชงดื่มเอง แต่รสชาติทำไมถึงได้แย่ขนาดนี้ พอโตมาลองสั่งกาแฟสักแก้วมาดื่ม รสชาติที่เคยขมกลับอร่อยขึ้นทันตานี่เป็นเพราะอะไร? ทำไมเวลาเปลี่ยนความรู้สึกก็เปลี่ยนตาม กาแฟที่เราดื่มในวัยเด็กทำไมถึงต่างกับรสชาติในวันที่โตเป็นวัยผู้ใหญ่

วันหนึ่งที่เราเติมโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเรามักจะพบเจอกับเหตุการณ์และเรื่องราวต่าง ๆ มากมายมาทดสอบชีวิต บางครั้งรู้สึกท้อ บางครั้งรู้สึกเหนื่อย หลายครั้งต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมถึงต้องเจอกับปัญหาแบบนี้

เหตุผลที่ทำไมถึงต้องหลงรักกาแฟ และคิดถึงกาแฟทุกครั้งที่ต้องเจอกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามา...

เหตุผลทำไมถึงหลงรักกาแฟภาพโดย www.pixabay.com

"กาแฟสักแก้วเพื่อให้ใจสงบ" เช้า ๆ ตื่นมารู้สึกเหนื่อยล้า การได้จิบกาแฟร้อน ๆ สักแก้วสามารถช่วยให้ใจสงบลงได้ กาแฟที่ร้อนจะทำให้เราจิบกาแฟช้าลงไอระเหยที่ลอยอยู่ในอากาศจะช่วยให้ความร้อนพัดผ่านใบหน้า ทำให้ในช่วงเวลานี้ทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น รู้สึกสงบและอยู่ในภวังค์ของตัวเองมากที่สุดนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

"รสชาติกาแฟขมน้อยกว่าชีวิต" กาแฟที่ว่าเข้มที่สุดยังไม่เท่ากับช่วงเวลาที่แย่ที่สุดของชีวิตเลย หลายคนติดการดื่มกาแฟเพราะรู้สึกว่าการดื่มกาแฟช่วยให้กระตุ้นสมองและการทำงานได้ดี ให้มีแรงในการใช้ชีวิตต่อไป

เหตุผลทำไมถึงหลงรักกาแฟภาพโดย www.pixabay.com

"ถือกาแฟแบรนด์ดัง ดูเท่และดูแพง" หลายคนที่ชอบซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มจากแบรนด์ดัง ๆ เพราะรสชาติที่อร่อย แต่สำหรับผู้คนบางกลุ่มเลือกซื้อกาแฟเพียงเพราะต้องการถ่ายรูปคู่ และอยากถือกาแฟแก้วนั้น เพียงเพราะต้องการได้รับการยอมรับจากผู้คน

"ไลฟ์สไตล์และความชอบส่วนตัว" บางคนเรียกว่าเสพติดการดื่มกาแฟเลยเสมือนเป็นเครื่องดื่มประจำตัวที่จะขาดไม่ได้แม้แต่วันเดียว เพราะกาแฟสำหรับคนทำงานเหมือนเป็นยาชูกำลังอีกประเภทที่จะช่วยให้มีแรงทำงานรู้สึกฮึกเหิมมากขึ้น

Advertisement

Advertisement

เหตุผลทำไมถึงหลงรักกาแฟภาพโดย www.pixabay.com

อย่างไรก็ตามสำหรับบางคน ต่างก็มีเหตุผลว่าทำไมถึงต้องเป็นกาแฟ หลายคนรักการดื่ม หลายคนดื่มเพียงเพราะต้องการความสงบให้แก่ตัวเอง หรือบางคนดื่มกาแฟเพื่อให้ลืมรสชาติของชีวิต รสชาติที่เปลี่ยนไม่ใช่กาแฟ แต่นั่นคือวิถีชีวิตของเราต่างหากที่เปลี่ยนไป ทำให้ความรู้สึกของเราเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยนั่นเอง

 


ขอบคุณภาพหน้าปกโดย www.Pixabay.com

เขียนบทความโดยผู้เขียนเอง