สามารถอ่านตอนก่อนหน้าได้ที่นี่

ตอนที่1 ตอนที่2

หวังอี้ป๋อหลังจากที่หวังอี้ป๋อได้เข้าร่วมทีมเต้น และได้ฝึกเต้นสตรีทแดนซ์อย่างจริงจังสมใจ เขาก็เข้าทุกคลาสที่ไปได้ ระหว่างนั้นวงการสตรีทแดนซ์ในประเทศจีนก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย

วันที่ 8 มีนาคม 2010 ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ Juste Debout ประเทศฝรั่งเศส นักเต้นชาวจีนสองคนได้ชนะเป็น Top8 และยังมีนักเต้นอีกสองคนที่ร่วมกันคว้าตำแหน่งแชมป์โลก Juste Debout 2010 Locking 2V2

นับเป็นครั้งแรกที่มีชื่อชาวจีนปรากฏขึ้นในฐานะแชมป์เวทีการแข่งขันชั้นนำในต่างประเทศ

ทางด้าน หวังอี้ป๋อ ปีนั้นเขาเพิ่งเริ่มฝึกเต้นได้เพียงแค่ปีเดียว แต่ด้วยการฝึกอย่างหนักและต่อเนื่อง ทำให้เขาพัฒนาทักษะการเต้นของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ประกอบการความสนใจในแนวเต้นที่หลากหลาย ทำให้เขาสามารถปลดล็อกทักษะการเต้นฟรีสไตล์ได้ในที่สุด

Advertisement

Advertisement

“คือตอนนั้นไปเล่นครับ เป็นตอนที่ยังเด็กมาก ๆ ก็ไปเรียนพวกทักษะพื้นฐานอะไรแบบนี้กับพวกเขา แล้วก็ไปร่วมแสดงบนเวที ก็คือไปเล่นด้วยกันครับ ก็ค่อย ๆ เต้นได้ในช่วงนั้น”       

การเต้นฟรีสไตล์เป็นความสามารถพื้นฐานที่ต้องมีก่อนที่จะเริ่มเต้นแบทเทิล การจะเต้นแบทเทิลได้ ก็ต้องมีทักษะการเต้นฟรีสไตล์ให้ได้ก่อน

และนี่ก็คือเวลาที่ดาวดวงน้อยในวัยสิบสามปีได้เริ่มฉายแสง

ปี 2010 หวังอี้ป๋อได้ขึ้นแสดงบนเวทีร่วมกับทีมเต้นของเขาในงานท้องถิ่นงานหนึ่งที่ลั่วหยางซึ่งเป็นบ้านเกิด

หวังอี้ป๋อขึ้นแสดง

นอกจากการขึ้นแสดงบนเวทีแล้ว หวังอี้ป๋อก็ยังร่วมลงแข่งแบทเทิลด้วย

สำหรับคนที่เคยได้ยินเรื่องราวมาก่อนบ้างแล้ว เวทีการแข่งเต้นของหวังอี้ป๋อในวัยเด็กที่เป็นที่รู้จักกันดี ก็คือเวที IBD หรือ I’m the best dancer ในปี 2011 แต่จากคำบอกเล่าของเจ้าตัว ที่จริงเขาได้เริ่มลงแข่งขันมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว

Advertisement

Advertisement

“การที่ได้ไปร่วมแข่งขันกับพวกเขานับเป็นช่วงเวลาที่ผมประทับใจมากครับ มันเป็นการแข่งขันเล็ก ๆ ถือว่าเป็นช่วงแรก ๆ เลยครับตอนนั้น มันเป็นการแข่งขันอะไรสักอย่างที่ Coca-Cola zero จัดขึ้น ที่เหอหนานก็พอมีสนามแข่งอยู่บ้าง อย่างเช่นที่ผิงติ่งซานอะไรแบบนั้นครับ เทียบกันแล้วก็คือก่อน IBD อีก ประมาณปี 2009, 2010 ราว ๆ นั้นครับ

ผมลงแข่งแบทเทิล แล้วตอนนั้นนักเต้นเด็กก็จะค่อนข้างเป็นที่ฮือฮามาก ไม่มีค่อยมีเด็กเล็ก ๆ มาร่วมลงแข่งกันเท่าไร นับว่าหาได้ยากมากประมาณนั้นครับ”

หวังอี้ป๋อในเวลานั้นก็คือหนึ่งในเด็กไม่กี่คนที่เต้นสตรีทแดนซ์ เต้น Hip-hop แถมยังทำมันได้ดีเสียด้วย
หวังอี้ป๋อ IBD

และแล้วเราก็เดินทางกันมาถึงการแข่งขัน IBD

2011 คือปีสุดท้ายในวงการสตรีทแดนซ์ของหวังอี้ป๋อ ในปีนั้นหวังอี้ป๋อได้เข้าร่วมการแข่งขันที่ต่อมารู้จักกันดีในชื่อ IBD และได้รับเลือกให้อยู่ในอันดับ Top16 ของการแข่งขัน กรรมการตัดสินในวันนั้นชื่อว่า หวังจื่อฉี

Advertisement

Advertisement

ในเวลานั้นวงการสตรีทแดนซ์ของจีนมีบุคคลสำคัญสองคนที่รู้จักกันในนามดาวคู่แฝดแห่ง Wujiawu ซึ่งนับว่ามีอิทธิพลต่อสไตล์การเต้นฮิปฮอปในยุคเริ่มแรกของจีนอย่างมาก

หนึ่งในดาวคู่แฝดนั้นก็คือ หวังจื่อฉี ส่วนอีกคนหนึ่งคือ หลี่ฉี เจ้าของแชมป์ในการแข่งขัน KOD 2, 3  และ 4

การเต้นของหวังอี้ป๋อในเวที IBD ก็คล้ายจะมีสไตล์การเต้นของคุณหลี่ฉีอยู่ไม่น้อย ซึ่งหวังอี้ป๋อก็ได้เล่าเอาไว้ว่า

“ที่จริงแล้วตอนนั้นหลายคนจะมีคุณหวงจิ่งสิง กับคุณหลี่ฉีเป็นแบบอย่าง อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนั้นคนที่สอนเต้นให้กับพวกเราก็หัดตามจากพวกเขากันค่อนข้างเยอะด้วย เช่น การเล่นกับหมวก แนวเต้นแบบนั้น ก็เลยเต้นกันไปในแนวนั้นครับ

ตอนนั้นครูที่สอนเราก็ไม่ยอมให้เราดูคลิปเต้นเลย บอกว่าถ้าดูแล้วจะทำให้เต้นเพี้ยนได้ ครูเขาน่าจะชอบไปทางการเต้นพร้อมกันเป็นทีมมากกว่าด้วย ไม่ได้คาดหวังจะให้เราไปเต้นฟรีสไตล์ แล้วตอนนั้นก็เด็กมาก ก็ไม่เข้าใจ ก็ไม่เคยไปหาคลิปเต้นอย่างอื่นดูเลย”

ตรงนี้ NeedAYeah บล็อกเกอร์สตรีทแดนซ์ชาวจีนได้อธิบายเอาไว้ว่า ที่ตอนนั้นครูหลายคนไม่แนะนำให้นักเรียนที่เพิ่งหัดเรียนเต้นดูคลิปวิดีโออื่น ไม่ใช่เพราะตั้งใจจะปิดกั้น แต่เป็นเพราะทักษะพื้นฐานของคนที่หัดเต้นใหม่ ๆ อาจจะยังไม่สมบูรณ์ การไปดูคลิปวิดีโอแล้วหัดเต้นเองจะทำให้สับสนได้ง่าย

ในการแข่ง IBD ครั้งนั้น หวังอี้ป๋อวัยสิบสามปีก็ได้ผ่านการออดิชั่น ผ่านเข้ารอบมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึง 16 คนสุดท้าย และได้ One More หนึ่งครั้ง ระหว่างการแข่งขันคัดเลือก 8 จาก 16 ก่อนแพ้ให้กับอวี่เซวียนที่สุดท้ายคว้าตำแหน่งรองแชมป์ไปได้ในตอนจบ

หลังจากนั้น ก้าวใหม่และความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของเขาก็มาถึง

แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ :)

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก แอคเคาท์หวังอี้ป๋อ และ NeedAYeah