เรื่องสั้นเที่ยวไปกับแมวแล้วตะลุยสุข

ตอนที่ 3 : นกจิ๊บ

แต่ใช่ว่าไม่ควรสนใจสัตว์อื่นเลยในโลกนี้ มันดูจะใจร้ายใจดำไปหน่อยนะ จากที่ฉันยิ้มแก้มปริดีอกดีใจที่ได้เห็นเหมียวเดินผ่านตรงหน้า ระหว่างที่จ็อกกิง ณ สวนสาธารณะในยามเช้าตรู่ แต่ขณะนี้ใจจิตกลับตกใจแป้วและเสียใจกับการไม่ใส่ใจในสิ่งเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ที่สำคัญไม่แพ้มนุษย์เลย 1 ถ้าหากเกิดมาเป็นสิ่งมีชีวิตร่วมโลกเดียวกันแล้ว ถึงแม้จะคนละสายพันธุ์กัน แต่หัวใจของการมีชีวิตมันย่อมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ฉันไม่กล้ามองภาพเบื้องหน้า ณ ตอนนี้เลย แมวส้มสุดน่ารักและแสนซนมันกำลังงับเข้าที่ตัวนกน้อยไปมา มันงับมันกัดจากนั้นมันก็ปล่อย ด้วยความที่ว่าเหมียวน้อยตัวมันยังไม่ใหญ่มากนัก อายุน่าจะสักประมาณ 5 สัปดาห์ได้ ตัวขนาดกลาง ๆ ถ้าเทียบกับวัยของมนุษย์น่าจะเป็นวัยประถมต้นก็ว่าได้2 น้อนนนยังคงงับและเขี่ยไปมากับแข้งขาสลับกันทำแบบนี้ ส่วนนกน้อยนั้นทั้งร้องจิ๊บ ๆ ทวีความดังขึ้นเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าร้องเพราะความเจ็บหรือรู้สึกจักจี้กันแน่ แต่ฉันขอเทไปทางรู้สึกเจ็บมากกว่า เพราะดูจากสีหน้าของนกน้อยแล้วท่าจะไม่ดีนัก ฉันเริ่มรนทนไม่ไหวที่ปล่อยให้นุ้งแมวแหย่เล่นสัตว์ตัวน้อยที่ด้อยกว่าตน ถ้าปล่อยให้มันตัวโตอีกหน่อย สามารถเผชิญหน้าต่อกรต่อสู้กันได้แบบยุติธรรมฉันจะไม่ว่าไม่ติอะไรเลย 3หลังจากที่ฉันทนเห็นภาพแสนเวทนาและน่าสงสารชะตาของน้องเจี๊ยบน้อยกับผู้หิวโหยหาอาหารประทังท้องนามเหมียวส้ม ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันไม่อาจปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปได้เรื่อย ๆ ตอนนี้มีเพียงฉันเท่านั้นที่แลเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า ส่วนคนอื่น ๆ ยังคงวิ่ง จ็อกกิง และแอโรบิคอย่างตั้งอกตั้งใจ ฉันคนที่เสร็จสรรพจากภารกิจในเช้านี้ที่แห่งนี้แล้ว ตอนนี้ฉันอยู่ใกล้สถานการณ์ที่สุด ฉันควร

Advertisement

Advertisement

(มีตอนต่อไป) ตอนที่ 4 : ก้าว

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก unsplash

รูปปก / รูปที่หนึ่ง / รูปที่สอง / รูปที่สาม