สวัสดีค่า วันนี้มาเจอกัน How’s Your Life So Far? เป็นยังไงบ้างคะทุกคน บ้างก็บอกว่า ‘ก็ดี สบายดี’ บ้างก็บอกว่า 'คงจะดีกว่าถ้ารถไม่ติดขนาดนี้' ฮืออ เป็นปัญหาที่คนกรุงต้องประสบพบเจออยู่เป็นประจำแค่มองตากันก็เข้าใจ แก้ยังไง้ ยังไงก็เป็นเหมือนเดิมยังงั้น จนทำให้เสาร์-อาทิตย์ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่ออกไปเที่ยวไหน ขี้เกียจเสียเวลาบนท้องถนน                                                                                                                                                                  

           แต่วันนี้เราจะไปเที่ยวแบบไม่ต้องเสียเวลามากกับการเดินทาง ไม่เสียอารมณ์กับรถติด และที่สำคัญไม่ง้อรถยนต์ส่วนตัว... เพียงแค่เพื่อน ๆ  พกหนังสือดี ๆ ติดกระเป๋าไปสักเล่ม กล้องถ่ายภาพเพื่อเก็บบรรยากาศ (อะแฮ่ม...และก็อย่าลืมหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาด้วยนะฮับ)ก็พร้อมออกไปชิลนอกบ้านได้แล้ว ว่าแล้วก็ออกเดินทางกันเถอะ

 


 

           เอาล่ะค่า เราจะไป Explore คาเฟ่ย่านท่าเตียน ได้ยินมาว่าแถวนี้มีคาเฟ่ดัง ๆ น่านั่งอยู่หลายร้านกันเลยทีเดียว หุหุ ยังไม่ทันจะถึงท้องก็ร้องโครกครากซะแล้ว วันนี้เราจะท่องเที่ยวยามสายไปกับรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) นั่งยิงตรงไปสถานีสนามไชยเลยจ้ะพี่จ๋า

Photo By https://www.home.co.th/hometips/detail/94335

Photo By https://www.home.co.th/hometips/detail/94335

เพื่อน ๆ พอจะสังเกตเห็นได้ถึงความอลังการของบรรยากาศภายในสถานีมั้ยจ๊ะ เรานี่ร้อง Wowwwww เลย เพราะไม่เคยเห็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ไหนจะวิลิศมาหราได้ขนาดนี้

Photo By https://www.home.co.th/hometips/detail/94335

Photo By https://www.home.co.th/hometips/detail/94335

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าสถาปัตยกรรมเหล่านี้ถูกออกแบบโดย รศ. ดร.ภิญโญ  สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ โดยหยิบเอาเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทยแห่งรัตนโกสินทร์ตอนต้นมาประยุกต์ใช้ ทั้งในส่วนของรูปแบบรั้วกำแพงพระราชวัง รูปแบบของฐานเสา การมีบัวตกแต่งที่หัวเสาของสถานี ลวดลายไทยที่ใช้ตกแต่งในผนังและฝ้าในหลาย ๆ จุด จนทำให้รู้สึกราวกับว่ากำลังเดินเข้าสู่ท้องพระโรงหรือพระราชวังในสมัยรัตนโกสินทร์ จึงไม่แปลกเลยที่สถานีนี้จะกลายเป็นสถานีรถไฟฟ้าที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

Photo By https://www.home.co.th/hometips/detail/94335

Photo By https://www.home.co.th/hometips/detail/94335

สถานีสนามไชยเป็นสถานีรถไฟฟ้าสุดท้ายของเส้นทางนี้ก่อนมุดลอดใต้อุโมงค์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยนะ! เจ๋งอะ

เพดาน

เราเลือกออกที่ Exit 1 จะเห็นได้ว่าไม่มีหลังคาแบบสถานีอื่น ๆ เพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพของ Museum Siam คุ้น ๆ มั้ย อย่างกับที่ต่างประเทศเลยยย

MU

จากนั้นใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที ก็มาถึงคาเฟ่สุดคลาสสิค Ha Tien Cafe’ Bangkok แห่งนี้

ที่อยู่: ถนนมหาราช กรุงเทพมหานคร (ตรงข้ามวัดโพธิ์ ซอยเดียวกับ The deck)

ร้านเปิดวันอังคาร - อาทิตย์   

เวลา 09:00 - 20:00 น.

หน้าร้าน

Photo By https://www.bkkmenu.com/eat/we-recommend/ha-tien-cafe-bkk.html

Cafe แห่งนี้มีทั้งหมด 3 ชั้น ก่อนขึ้นบันไดไปด้านบนแนะนำให้สั่งเครื่องดื่มและขนมที่ต้องการไปก่อนเลยค่ะ และจากนั้นพนักงานจะให้หมายเลขโต๊ะ ซึ่งเราสามารถเลือกได้หมดเลยว่าจะนั่งโต๊ะไหนหรือชั้นไหน

1

เจ้าของร้านได้เปลี่ยนตึกแถวเก่าให้กลายเป็น Cafe โดยการตกแต่งร้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และของที่สะสมมาตลอดหลายปี โดยยังคงไว้ด้วยโครงสร้างเก่าโบราณแบบดั้งเดิมทั้งส่วนคานและผนังตึก

1

แวะมาร้านนี้แล้วไม่สั่ง  Blueberry Tart ก็กลัวว่าจะเสียเที่ยว เพราะ Tart ที่เห็นอยู่นี้ประกอบไปด้วยผลไม้ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Strawberry, Blueberry, Raspberry และ Pomegranate ตัว Tart ก็คงความกรอบเอาไวเล็ก ๆ เมื่อตักกินทุก Layer พร้อมกันก็ทำให้รู้สึกหวาน หอมกำลังดี (9/10)

ขนม

ลองสั่ง Americano Yuzu มาดื่มด้วย แก้วนี้มอบความสดชื่นได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว แต่เสียดายที่ทางร้านใส่แก้วพลาสติกให้ เพราะทั้ง ๆ ที่สั่งมาดื่มที่ร้าน (8.5/10)

น้ำ

ที่นั่งชั้น 2 ก็จะเยอะหน่อย ค่อนข้างทึบ ๆ เพราะด้วยสีของผนัง เหมาะกับการมานั่งคุยงาน นั่งชิล 

2

2

ชั้น 3 หรือชั้นดาดฟ้า เหมาะกับการมานั่งอ่านหนังสือที่สุด เพราะเป็นห้องกระจก ดูปลอดโปร่งสบายหู สบายตาที่สุด

3

ส่วนใครที่ชอบรับแสงธรรมชาติ ตากลมที่พัดมาจากแม่น้ำ ขอแนะนำให้เปิดประตูออกมานั่งด้านนอก ที่นั่งเยอะอยู่นะ มีพัดลมคอยเสริมให้ด้วย แถมมีมุมสวยน่าถ่ายรูปสุด ๆ

3

ดาด

ดาด

ทานขนมชิล ๆ เรียบร้อยแล้วก็เดินมาท่าเรือ ขึ้นเรือข้ามฟากไปไหว้พระสักหน่อยละกัน

ท่า

ถึงแล้ว “วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร”  เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า “วัดมะกอกนอก”ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดเกล้าฯให้ปฏิสังขรณ์แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดแจ้ง”

วัด

วัดอรุณฯ เคยเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของกรุงธนบุรี เคยเป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วมรกต และ พระบาง ที่ได้อัญเชิญมาจากเมืองเวียงจันทร์ ต่อมาหลังจากรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายพระราชวังไปอยู่ฝั่งพระนคร

วัด

วัดได้รับการปฏิสังขรณ์เรื่อยไปจนถึงสมัยรัชกาลที่ 2 พระองค์ได้พระราชทานนามว่า “วัดอรุณราชธาราม” แต่ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 4 มีการปฏิสังขรณ์เพิ่มเติม และพระราชทานนามใหม่เป็น “วัดอรุณราชวราราม”

วัด

เรียกได้ว่านักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกมารวมกันอยู่ที่วัดอรุณฯ เพื่อเก็บภาพแห่งความประทับใจเลยทีเดียว

วัด

วัด

 


 

         

          แต่ละสถานที่ที่พาไปในครั้งนี้เพื่อน ๆ ทุกคนสามารถเดินทางไปได้อย่างสะดวกมาก ๆ เพราะเราเลือกใช้ MRT ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ที่ไม่ใช่แค่เพียงเดินทางผ่านไปผ่านมาเท่านั้น แต่เพื่อน ๆ สามารถแวะถ่ายรูป หรือจะเซลฟี่บริเวณสานีที่สวยงามอลังการไปอวดคนอื่น ๆ ได้ด้วยนะ รวมถึง Cafe ที่มีบรรยากาศหลากหลาย เหมาะกับการนัดเพื่อนไป Hang Out สุด ๆ จากนั้นเราจบวันกันด้วยการนั่งเรือข้ามฟากไปเที่ยวชมและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร อิ่มทั้งกาย อิ่มทั้งใจกันไปเต็ม ๆ

          เราหวังว่าบทความของเราในครั้งนี้จะสร้าง Inspiration ให้เพื่อน ๆ ได้ออกไป Explore ประสบการณ์ใหม่ ๆ พาตัวเองไปลองชิมขนมอร่อย ๆ และสนุกไปกับการเดินทาง ครั้งหน้าจะพาไปที่ไหน ต้องรอติดตามต่อไปนะคะ สำหรับวันนี้ ไม่ขอช้าง ไม่ขอม้าแต่ขอลาไปก่อน ...

สวัสดีค่ะ

Sincere_ly