นิยามความพอใจของเราอย่างไร? สำหรับคนที่กำลังศึกษาอย่างเรา ก็ไม่พ้นถูกโดนเปรียบเทียบ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครู/อาจารย์ เพื่อนบ้าน ครอบครัวหรือพ่อแม่เอง หรืออาจแย่ที่สุดคือตัวเราเอง เปรียบเทียบทำไมล่ะ? แน่นอนว่าโลกใบนี้มีคนเก่งและย่อมมีคนไม่เก่ง แล้วทำไมคนไม่เก่งอย่างเรามักโดนเปรียบเทียบ? การที่เราไม่เก่งแล้วสมควรโดนทำร้ายจิตใจอย่างนั้นหรือ?

ฟ้าที่ไร้เมฆเปล่าเลย การที่เราไม่เก่ง ‘ไม่ใช่ความผิด’ การที่เราไม่เก่งก็ไม่สมควรถูกใครทำร้ายจิตใจด้วย คนเรามีระดับความถนัดหรือความเก่งไม่เท่ากัน ฉันจะเล่าเหตุการณ์ที่ประสบเมื่อไม่นานมานี้ พวกเราเป็นนักศึกษาที่เลือกจะไปเรียนต่อนอกประเทศ บวกกับสถานการณ์โรคระบาดเข้ามา เลยเลือกที่จะกลับประเทศเพื่อตั้งหลักและดูสถานการณ์ต่อไปเผื่อดีขึ้นแล้วจะบินกลับไปเรียนต่อ ส่วนตอนนี้ก็เรียนแบบออนไลน์กันไปเรื่อยๆ แต่การเรียนออนไลน์บางคนอาจจะชอบแต่ไม่ใช่กับเรา มันค่อนข้างอธิบายยากว่าทำไม แค่จะบอกว่าฉันไม่ชอบมันเลย เอาล่ะ กลับมาที่เรียนกันต่อ ในฐานะที่เป็นนักเรียนต่างชาติที่ค่อนข้างมีปัญหากับภาษาบ้านเขา แน่นอนก่อนไปเรียนก็ทำใจเรื่องนี้แล้ว แต่พอเจอเข้าจริง ก็มีเซกันบ้าง

Advertisement

Advertisement

หลากหลายความรู้สึกคืนหนึ่งมีเพื่อนคนไทยโทรมาหาฉัน เธอได้ตั้งคำถาม ‘นี่เธอไม่เครียดบ้างเหรอ? ฉันเครียดมากเลย ฉันกลัวไปหมด’ ฉันตอบเธอไปว่า ‘ฉันไม่รู้ว่าความยากของเอกเธอเป็นยังไง แต่เท่าที่ฉันสังเกตทุกเอกมีความยากเหมือนกันหมด เพราะฉะนั้นเธอไม่ได้ประสบปัญหานี้อยู่คนเดียว ทุกคนล้วนประสบอยู่เหมือนเธอ แต่อยู่ที่เขาแก้ปัญหานี้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาที่เธอประสบไม่ใช่เรื่องงาน แต่เป็นเรื่องความคิดของเธอ เธอต้องไปแก้ตรงนั้น รู้ไหมฉันเคยคิดแบบเธอ เครียดมาก กลัวมาก รู้ไหมเราแก้ความคิดนี้ได้โดยการเลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นที่เก่งกว่า ฉันพูดถูกไหม ว่าในห้องของเธอต้องมีคนเก่งคนหนึ่ง ที่ทั้งห้องต้องยอมรับ รวมถึงเธอด้วย?’ เพื่อนเงียบ ฉันต่อด้วยคำพูด ‘การที่เธอไม่เก่งเท่าเขา มันไม่ใช่ความผิดเธอเลยเพื่อนรัก ถ้าเธอรู้ดีเกี่ยวกับเลเวลความเก่งของเธอ เธอจะไม่เปรียบเทียบตัวเองกับใครเลย นั้นหมายถึงความพอใจกับตัวเอง แค่นี้ก็เก่งแล้ว ส่วนกับงานที่เธอส่งแล้วเกิดอาจารย์ไม่พอใจ เธอก็แค่ยอมรับว่าเธอเต็มที่เท่าที่เลเวลของเธอมีแล้ว แค่ยอมรับมัน หรือถ้ามีโอกาสให้แก้ เธอก็แค่เอาใหม่’

Advertisement

Advertisement

แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว

ถ้าเครียดมากลองหาอะไรทำไปก่อน ที่ไม่ใช่งานที่อาจารย์สั่ง เช่น หาเรื่องให้สมองเลิกคิดถึงงานด้วยการดูละคร หนัง หรือซีรีย์ แต่เรานี่หาที่ระบายความเครียดค่อนข้างแปลก ด้วยการจับไม้กวาด ถูบ้าน ล้างจาน จัดห้อง แม่ชอบเวลาฉันเครียดมากๆ มันทำให้บ้านสะอาด ยังจำคำพูดแม่ได้เลย ‘เครียดบ่อยๆน่ะลูก’ แม่!! ฮ่าฮ่าฮ่า ก็รู้หรอกว่าท่านไม่ชอบเวลาเราเครียด เห็นได้จากการที่ท่านถวายอาหารถึงในห้อง ทำเมนูที่เราอยากกิน หรือแม้กระทั้งไม่กล้าพูดคุยด้วยกลัวขัดสมาธิ ท่านได้แต่เปิดประตู ยืนมอง แล้วก็เดินออกไปเงียบๆ

Advertisement

Advertisement

ต่อให้เครียดยังไง อย่าลืมพวกท่านที่ยังเป็นห่วงพวกเราอยู่นะ

ภาพโดยนักเขียน