สวัสดีครับนักอ่านทุกท่าน กระผมนักเขียนมือใหม่

วันนี้ผมจะพาทุกๆท่านไปรู้จักกับสถานที่แห่งหนึ่งไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ อยู่ในอำเภอเชียงดาว (เลยม่อนอิงดาว(ได้ข่าวว่าปิดแล้วนะ))สถานที่นี้อยู่หลังดอยหลวงเชียงดาวครับ ชื่อว่า 'เมืองคอง' เป็นสถานที่ที่เงียบสงบมีความเป็นธรรมชาติมากๆ ชาวบ้านเป็นกันเอง ผมแนะนำเลยครับสำหรับใครที่ชอบเที่ยวพักผ่อนกับธรรมชาติชิลล์ๆไม่ชอบเสียงดังหรือวุ่นวายแนะนำที่นี่เลย ถามว่าผมรู้จักที่นี่ได้ยังไง 'เพื่อนผมเป็นคนในพื้นที่' ผมจึงลองไปแล้วติดใจมากเลยมาเล่าให้ฟังครับ

เริ่มกันที่ ระยะทาง กันก่อนเลย ส่วนเรื่องงบประมาณผมจะสรุปให้ท้ายเรื่องครับระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ระยะทางสำหรับผมถือว่าไม่ไกลมากนักผมทำเวลาในการเดินทางได้ไวสุดที่ 2 ชม.ไม่แนะนำให้ขับไวนะครับถ้าไม่ชินทาง รถเล็ก Eco car ก็ไปได้ครับหนทางจะหมดทางลาดยางและทำให้ช้าหน่อยก็หลังเลยระเบียงดาวเป็นต้นไปครับ ใช้เวลาจากหน้าถ้ำเชียงดาวถึงเมืองคองประมาณ 1 ชม.สามารถเดินทางโดยรถส่วนตัว หรือ รถโดยสาร เชียงใหม่-เชียงดาว > เชียงดาว > เมืองคอง ถ้าจำไม่ผิดนะครับ -3-

จุดแรกที่เราต้องเจอคือ ด่านตรวจของป่าไม้ ลงชื่อผู้เดินทาง และ เสียค่าธรรมเนียมนะครับ ถ้าจำไม่ผิด คนละ 50 บาทครับ

จุดตรวจสอบและจ่ายค่าผ่านทาง

หลังจากด่านนี้ไปเส้นทางจะโค้งหักและชันให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางอย่างมากด้วยนะครับสำหรับผู้ที่ไม่ชำนานทางแนะให้เปิดกระจกและบีบแตรทุกโค้งที่มองไม่เห็นรถสวนทางนะครับ

 

ตัดภาพมาที่เมืองคองครับ

ถนนเส้นหลักเมืองคอง

เมื่อขับมาตามทางเรื่อยๆแล้วถ้าถึงเมืองคอง ทุกๆคนจะต้องผ่านสะพานแม่น้ำคอง (อันนี้ไม่ได้ถ่ายไว้) แสดงว่าถึงแล้วครับ ส่วนภาพนี้เลยสะพานมานิดเดียว เป็นบรรยาศตอนเย็นๆ ช่วง พฤศจิกายน (ช่วงเก็บเกี่ยว) รถเล็กเตี้ยๆก็มาได้ครับแต่ก็ระมัดระวังหน่อย(เพื่อนพี่ด่องถ่ายให้)

 

ผมมาถึงที่นี่ก็เย็นแล้ว เข้าที่พักเลยแล้วกันครับ สำหรับคืนแรก พักที่ "เมืองคองโฮมสเตย์ อ้ายด่อง" ไปดูบรรยากาสที่พักกันเลย

บ้านอ้ายด่องโฮมสเตย์บริเวณหน้าบ้านหลังท๊อปวิว ส่วนกลาง จะมีนาขั้นบันใดรอบๆครับสวยงามมาก ภาพนี้ถ่ายตอนเช้า(ห้องนี้ติดจองยาววิวดีสุด)

อ้ายด่อง

มีกาแฟสดๆให้ดิฟด้วยนะครับฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆในของใช้ส่วนกลาง

อ้ายด่อง

 

ห้องพักอ้ายด่อง

หน้าต่างห้องพัก

อัตราค่าบริการ

รูปที่พักมีอีกเยอะแต่ผมขอพอไว้ก่อน ส่วนด้านบนนี้เป็นอัตราค่าบริการแบบต่างๆนะครับ เมื่อปี 2561 เงินทุกบาทที่จ่ายไปกระจายเข้าสู่ชุมชน อ้ายด่อง(เจ้าของที่พักผู้เริ่มกิจการเที่ยวคนแรก) เป็นผู้บุกเบิกและศูนย์กลางในการกระจายรายได้ ค่าอาหาร ค่ารถชมทะเล หมอก และอื่นๆ จะจ่ายให้โดยตรงกับ ชาวบ้านนที่ทำอาหารมาให้ หรือ นำรถมารับเลยครับ ไม่มีการหัก % ใดๆทั้งสิ้นอยู่แบบเอื้ออาศัยกันครับน่ารักมากเมืองนี้

ตกเย็นแล้วมื้อเย็นนี้เพื่อนผมทำมมาเลี้ยงไม่ได้ถ่ายไว้ให้ครับ

มาถึงช่วงสำคัญของคืนนี้กันเลย กิจกรรมที่เราพอจะทำได้คือ .... ดูทางช้างเผือกกกกกกกก

ในช่วงเดือน พฤศจิกายน ที่ผมไปเที่ยวนี้ มีทางช้างเผือกพอดีครับ เห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า และ หากมีกล้องโปรดีๆสักตัวสามารถถ่ายได้สวยๆเลยครับ ดวงของผมในการเที่ยวครั้งนั้นถือว่าโชคดีมากๆ ที่เป็นปลายฝนต้นหนาว เดิมทีแล้ว ฟ้าจะปิดเมฆบัง แต่ผมได้เห็นท้องฟ้าเปิดแบบไม่มีเมฆบังเลยครับ

ทางช้างเผือก อ้ายด่องถ่าย นางแบบลูกแพะ

อ้ายด่องถ่าย

ภาพนั้นอาจดูสวยเพราะแต่งอย่างที่ใจเราอยากเห็น แต่ของจริงนั้นอาจงดงามกว่าถ้าเราได้เห็นได้สัมผัสได้รู้สึกด้วยตา ณ ห้วงเวลานั้น

จบไปคืนแรก พรุ่งนี้เช้าเราจะเดินทางไปที่ไหนกันต่ออย่าพึ่งปิดไปก่อนเลื่อนลงมาดูต่อกันนะครับ

 

อ่าห์..เช้าอันสดใสตื่นก่อนไก่ขันสักวันนะครับเพื่อไปพบเจอสิ่งดีๆกับอากาศเช้านี้ สดชื่นมาก หนาวกำลังดี หมอกลงจัด สูดได้เต็มปอดเลย

ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำนี่มีหน้าต่างเปิดออกมา ละอองหมอกจะพุ่งเข้าประทะหน้าอย่างสดชื่นครับต้องมาลอง

อุณหภูมิเช้านี้ที่เมืองคอง

มีคนมารับรับไปเที่ยวแล้วครับ 555 เขาว่า ผู้ใหญ่บ้าน ขับให้เลยนะ

 

นั่งรถสองแถวเขาจะพาเราไปไหนน๊า

หนทางแลดูลำบากแต่น่าจะคุ้มค่าที่เดินทาง

ไปไหนยังไม่รู้ตอนนี้สะเตือนไตมาก

ตัดภาพไปเลยแล้วกัน^^

จุดชมทะเลหมอก

จุดชมทะเลหมอก

จุดชมทะเลหมอก

จุดชมทะเลหมอก

จุดชมทะเลหมอก

ทะเลหมอก ทะเลหมอก สิ่งที่ฉันตามหา สิ่งที่คู่ควร 555 เหมาะมากในช่วงนี้ครับเที่ยวทะเลหมอก

จากภาพด้านบนเป็นภาพทะเลหมอกในช่วงเวลาพระอาทิตย์กำลังขึ้น ส่วนภูเขาด้านซ้ายนั้นคือดอยหลวงเชียงดาวครับ

เพื่อนผมชวนมาตั้งนานแล้วแหละผมว่างก็เลยได้มา มาแบบไม่ได้ตั้งตัวด้วยนะ เพื่อโทรเรียกเลย โทรแบบให้รีบมาวันนี้เลยหนาวแรกๆ ผมนี่ไม่รีรอเลยครับรีบมาเลย หนาวแรกก็คือแบบนี้แหละครับ จะได้เห็นทะเลหมอกครั้งแรกของปี บรรยากาศจะดีแบบไม่มีฝนกวนใจเย็นสบายๆครับ

 

หลังจากเที่ยวชมทะเลหมอกเสร็จแล้วเราจะกลับลงไปเพื่อไปเที่ยวที่อื่นๆต่อนะครับก่อนแรกเลยผมต้อง ย้ายที่พักก่อน เพราะจองแค่คืนเดียว แต่ดั้นนน จะอยู่แต่ แต่ดั้นนนน เต็ม 5555 สมน้ำหน้าตัวเองเลย ต้องจองก่อนนะครับบางทีก็ไม่มีเต็มอาจจะได้ไปนอนกางเต้นท์กัน

ฮักเน้อเมืองคองมาจิบกาแฟกันสักหน่อย ร้านกาแฟนี้ตั้งอยู่ขวามือ ก่อนถึงสะพานแมน้ำคองนะครับ หรือตรงสามแยกเลย บรรยากาศกลางทุ่งนาและติดริมน้ำ

ฮักเน้อเมืองคอง

ฮักเน้อเมืองคอง

ตอนนี้ทุ่งนาหน้าร้านกาแฟพึ่งถูกเกี่ยวไปครับแหม่น่าเสียดาย

 

บ้านเพราะรัก

วิวยามเย็นที่นี่ที่ไหนน๊า..

ที่พักที่สองที่เราจะไปครับมีชื่อว่า 'บ้านเพราะรัก' วิวแบบนี้ครับสวยๆเลย

วิวตอนเช้า

บ้านเพราะรัก

พื้นที่ส่วนกลาง จะมีทุกโฮมสเตย์ครับ ชากาแฟขนมปัง ฟรีครับ และมีอุปกรณ์มากมายให้ใช้

อ๊ะ....ลืมไปแหนะ ผมต้องไปล่องห่วงยาง ล่องห่วงยา หรือ ล่องแพ เป็นยังไง สนุกมากครับแต่ผมไม่ได้ถ่ายไว้เพราะมันต้องเปียกผมขออนุญาต นำรูปจากแหล่งอื่นๆมาเป็นตัวอย่างนะครับ

Google ล่องห่วงยางอารมณ์ก็จะประมาณนี้ครับ มีทั้งห่วงยางและ แพ อัตราค่าบริการตามป้ายด้านบนของอ้ายด่องเลยครับ จะมีคนพาไป แต่รอบนี้ผมมีเจ้าเพื่อนเจ้าถิ่นและลุงฝรั่งผู้คลั่งไคล้ในการพักผ่อนพาไปเล่นครับไม่เสียตังค์ บ้านเพราะรักมีห่วงให้ยืมครับ น้ำไม่ลึกเลยยืนได้สบายๆ แต่เด็กเล็กๆต้องมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิดนะครับ บ้านเพราะรักสามารถลงไปเล่นล่องห่วงหรือเดินเที่ยวไปยังจุดต่างๆแล้วล่องห่วงยางลงมาตามกระแสน้ำตรงที่หน้าบ้านได้เลยครับ

อีกหนึ่งกิจกรรมสำหรับนักส่องนก

กิจกรรมส่องนก 'กระเต็นขาวดำใหญ่' ที่นี่มี 2 ตัวครับ บินมาจากเอฟริกา ถือว่าเป็นนกหายากชนิดหนึ่งครับที่นักส่องนกทั้งหลายตั้งใจมารอหากท่านใดสนใจติดต่อเจ้าของโฮมสเตย์ได้เลยครับ พี่ด่อง(เมืองคองโฮมสเตย์) หรือ พี่นุช(บ้านเพราะรัก) ออกเดินทางตอนเช้า ปัจจุบันนี้ได้ข่าวลือว่ามันเริ่มบินออกไปไม่อยู่จากตำแหน่งเดิม(ตำแหน่งเดิมแถวหน้าบ้านเพราะรัก)เนื่องจากถูกรบกวนหรืออะไรบ้างอย่าง(ข้อมูล 20-21 กค. 62)

กระเต็นขาวดำใหญ่ Googleขออนุญาติใช้ภาพจาก Google นะครับ

ลุงพอลฝรั่งผู้คลั้งไคล้เมืองคอง

ตกเย็นเราก็มีหมูกะทะกับแขกรับเชิญ ลุงพอล ฝรั่งผู้คลั่งไคล้ในเมืองคอง วันนี้ทั้งวันแกพาล่องห่วงยาง ตอนเย็นก็เลยชวนแกมากินหมูกะทะด้วยเลยครับ เตาอุปกรณ์ทุกอย่างทางที่พักมีให้ ส่วนหมูกะทะถ้าไม่สะดวกไปเสาะหาสามารถสั่งได้ครับเหมือนกับที่ต่างๆคิดเป็นชุดครับ

 

อิ่มแล้วก็เก็บของให้เรียบร้อยแล้วพักผ่อนครับพรุ่งนี้เดินทางกลับ..แต่ยังไม่จบเท่านี้ครับเดี๋ยวแถมท้ายๆ

ถ่ายรูปก่อนกลับก่อนกลับขอถ่ายรูปกับแม่เจ้าของที่พักสักหน่อยพร้อมด้วยเพื่อนสุดสวยลูกแพะเจ้าถิ่นครับ

รถเสียงกลางทางขากลับ

ขากลับเจอรถรุ่นเดียวกันจอดเสียกลางทางไม่เจอคนขับ ก็อยากจะแนะนำทุกท่านที่รักในรถเก่าและใหม่ควรตรวจสภาพความพร้อมของรถก่อนเดินทางทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยนะครับ

....ยังไม่จบ ต่อกันเลย ด้านบนครั้งแรกจบไปแล้ว

...ผมกลับมาอีกครั้งไม่เที่ยวครับแต่จะไปหาปลาและก็ถ่ายรูปชุดปริญญานิดๆหน่อย ๆ ^^

อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ ' การหาปลามอญไข่ ' ในทุกๆ 1 ปีจะมีแค่ครั้งเดียวที่จะสามารถจับปลามอญไข่ได้ซึ่งมีที่เมืองคองที่เดียวครับยังไม่สามารถเพาะขยายพันธ์หรือเลี้ยงได้ จะมีช่วงหน้าฝนช่วงต่อไปนี้ผมไปเที่ยวเมื่อเดือน กรกฏาคม 2562 ครับ

วิวบ้านเพราะรักรอบนี้ผมมาพักหน้าฝนครับ กำลังปลูกข้าว แต่ปีนี้ฝนมาช้ามาก สภาพที่เห็นนี่คือ ผมโชคดีมากอีกแล้ว ฝนตกหนักเมื่อคืนหนักมาก

ทั้งๆที่ไม่ตกมาหลายวันเลยครับอากาศร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้าทั้งในตัวเมืองเชียงใหม่และมันพึ่งตกหนักคืนนี้นี่เอง 20-21 กรกฏาคม 2562

จับปลาสองสาวลงจับปลา จับด้วยแห และมือเปล่าครับ แลดูสนุกสนานกันมาก

จับปลา

อุปกรณ์จับสำหรับมือสมัครเล่น คือ แห นะครับ ทอดเข้าไปเลยครับ สำหรับเซียนลูกแพะแล้ว มือเปล่าๆ ก็จับได้ครับ

ไม่เคยเห็นใครจับปลาสอง มือ ก็พึ่งมาเห็นวันนี้แหละครับ 555+โครตเทพจับแต่เด็กจะให้จับแค่มือเดียวจะเฟี้ยวได้ไง

ปลาที่จับได้เดินลงมาจากที่พักบ้านเพราะหาจับได้ตรงแม่น้ำหน้าบ้านได้เลยครับ ยิ่งคืนไหนฝนตกตอนเช้าปลาจะเยอะมากและชุกชุมตกแหล่งน้ำเชี่ยวอารมณ์แบบปลาแซลม่อนชอบทวนน้ำเชี่ยวมาวางไข่ปีละครั้ง ส่วนน้ำนิ่งๆตื้นๆจะเป็นแหล่งอนุบาลของลูกๆมันครับ พอโตมาก็หายไปจากตรงนั้นและจะกลับมาอีกทีปีหน้า ลูกแพะได้กล่าวไว้

แกะปลาออกจากแหจุดจับปลามีอีกทีหนึ่งต้องข้ามเขาไปอยู่หลังเขาแต่ช่วงนี้ฝนตกทำให้ดินโคลนเยอะมอเตอร์ไซค์เดินทางลำบากและใช้เวลาเพื่อนๆสามารถหาดูได้ใน Youtube นะครับมีคนไปถ่ายหลายเจ้าแล้ว

ปลามอญไข่ ภาพจากเฟสลูกแพะปลามอญไข่ รูปนี้ลูกแพะจับมาให้เป็นของฝากกลับบ้าน รสชาติมันดีมากครับมีไข่ในตัว สามารถนำไป ปิ้ง ย่าง ทอด หรือ แกง ได้หลากหลาย มันไม่เหมือนปลาไข่ หรือปลาบางชนิดซึ่งผมจำชื่อไม่ได้มีคนบอกว่ามันคล้าย แต่ปลามอญนี้ลักษณะตัวมันจะกลมไม่แบน กลิ่นดีบอกไม่ถูกต้องมาลองชิมเองครับ

โคกระบือใต้สะพานก่อนส่งท้ายกันผมลืมบอกไปว่า ที่นี่ โคกระบือ เยอะมาก เยอะมากๆ นะครับขับรถโปรดระมัดระวังในขาเข้าก่อนถึงเมืองคองด้วยนะครับส่วนจะไปเดินเล่นห่วงยางอะไรที่ไหนที่เดินไปได้ก็อย่าไปทำอะไรเจ้าโคนะครับ มันจะมีบางตัวที่หน้าตาเอาเรื่องมาก 5555 แต่ไล่ก็ไปครับเตือนเด็กๆไว้อย่างไว้ใจวิ่งเข้าหา

ทริปหน้าว่าจะไปเก็บเห็ด(ช่วงฝน)ไว้ถ้าได้ไปจะมาลงให้ชมอีกนะครับ^^

ช่องทางติดต่อที่พักดังนี้นะครับ

  1. อ้ายด่อง เมืองคองโฮมสเตย์ > https://www.facebook.com/dingdongmuangkhong/

โทร : 086 420 8024 อ้ายด่อง

  1. บ้านเพราะรัก > https://www.facebook.com/BaPheraaRakHomStey/

โทร : 080 860 8062 พี่นุช

หมายเหตุ : บทความนี้ผู้เขียนมิได้มีส่วนได้รับผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้นจากสถานที่พักหรือที่ถ่ายทำ(ไม่ได้รับจ้างรีวิว)

หมายเหตุ : คุณลูกแพะ อาจจะโผล่ในหลากหลายยูทูปเปอร์ต่างๆทั้งที่นี้ผู้เขียนได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวตั้งแต่ประมาณปี 2557 แล้วมิใช่การว่าจ้างเพื่อการถ่ายทำใดๆทั้งสิ้น

การรีวิวท่องเที่ยวครั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ ทางผู้เขียนขอเน้นย้ำข้อปฏิบัติตัวในการท่องเที่ยวสถานที่แห่งนี้สำหรับผู้ท่องเที่ยวทั้งหลายท่าน มิควรสร้างความเดือดร้อนใดๆแก่สถานที่ท่องเที่ยว เช่น การทิ้งขยะ การส่งเสียงดังในยามค่ำคืน และ การกระทำใดๆที่ก่อให้เกิดผลเสียและส่งผลต่อภาพลักษณ์แก่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เพื่อความสวยงามสงบสุขของชุมชนหมู่บ้านและธรรมชาติสืบไปจะประพฤติหรือกระทำสิ่งใดควรพิจารณาความเหมาะสมให้รอบครอบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

สรุปค่าใช้จ่าย

  1. ค่าที่พัก 350 ต่อคน ต่อ คืน
  2. ค่ากิน มีร้านอาหาร หรือ ก๋วยเตี๋ยว 30 บาท
  3. หมูกะทะ 500 บาท
  4. 3 วัน 2 คืน 2 คน สำหรับผมไม่เกิน 3000 บาท(รวมค่าน้ำมัน)

ที่พักมีหลากหลายแบบโฮมสเตย์หรือรีสอท อาหารถ้าจะปาร์ตี้หาชื้อได้ในตลาดชุมชนหรือจะชื้อจากในเมืองขึ้นมาก็ได้ครับเอาเป็นว่าประหยัดถูกมากๆ ราคานี้ นักเรียนนักศึกษาก็เที่ยวได้ครับไม่หรูไม่แพงวิวหลักล้านคุ้มค่าที่มาครับ

ภาพถ่ายจาก : Galaxy J prime - J Plus + lightroom (ส่วนหลังภาพสด) ภาพกระบือจาก D5600 ขออภัยหากไม่สวยงามนะครับ