“... คำฮักน้องกูปี้จักเอาไว้ในน้ำก็กลัวหนาว จักเอาไว้พื้นอากาศกลางหาว ก็กลัวหมอกเหมยซอนดาวลงมาขะลุ้ม

                                           จักเอาไปใส่ในวังข่วงคุ้ม ก็กลัวเจ้าปะใส่แล้วลู่เอาไป

                     ก็เลยเอาไว้ในอกในใจ๋ตัวชายปี้นี้ จักหื้อมันไห้อะฮิอะฮี้ ยามปี้นอนสะดุ้งตื่นเววา...

               ประโยคข้างต้น คือคำบรรยายภาพ ปู่ม่านย่าม่าน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อภาพ “กระซิบรักบันลือโลก” จิตกรรมฝาผนังอันลือชื่อบนกำแพงวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน โดยหนานบัวผัน ศิลปินชาวไทลื้อ กลอนบทนี้ปรากฎขึ้นในวงการเพลงอีกครั้งโดยฝีมือการเขียนไรม์ (ท่อนแร็ปที่มีคำลงท้ายคล้องจองกัน) ของ Rapper จากถิ่นต้นตำหรับอย่าง ตู่ WANGPHA ในรายการค้นหาสุดยอด Rapper ฝีมือดีอย่างรายการ The Rapper หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ภาพกระซิบรักเมืองน่าน เคยเป็นกระแสได้รับความสนใจจากคนทั่วไปจากเพลง แลรักนิรันด์กาล จาก ปู่จ๋านลองไมค์ Rapper มากความสามารถจากจังหวัดเชียงราย

https://youtu.be/RwOKTeCtKQkรูปภาพ WANGPHA จากรายการ The Rapper Season 2

สามารถเข้าไปดูวิดีโอได้ ที่นี่ 

 

               ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพลงแนว Hip Hop และ Rap กำลังเป็นกระแสในประเทศไทย สังเกตได้จากงานเพลงในช่วงหลังที่หลาย ๆ เพลงมีท่อนแร็ปในเพลง และศิลปินเพลงแร็ปใต้ดินเริ่มขึ้นมาบนดินและได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น และสอง Rapper ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ผู้มาจากดินแดนล้านนาอย่าง กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ และ ปู่จ๋านลองไมค์ ต่างขึ้นชื่อในเรื่องการนำภาษาถิ่นเข้ามาผสมผสานภายในเพลงแร็ปได้อย่างลงตัว รวมไปถึง Rapper ได้ดินชื่อดังอย่าง Illslick เอง นี่จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ในปัจจุบันภาษาถิ่นไม่จำเป็นต้องอยู่เพียงในการแสดงท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับงานดนตรีสมัยใหม่ได้อย่างไพเราะและลงตัว

                                                       ปู่จ๋านลองไมค์, กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ และ Illslick

ปู่จ๋าน ลองไมค์, กอล์ฟ F.HERO และ illslick ศิลปินแร็พผู้นำภาษาถิ่นเหนือมาใช้ในเพลงแร็พ

               แต่เดิมดนตรีพื้นเมืองล้านนา หรือการบรรเลงเครื่องดนตรีและการขับขานในล้านนานั้น มีบทบาททั้งในการประกอบพิธีกรรม ประกอบการแสดง และประกอบในกิจกรรมสันทนาการ และมักใช้เครื่องดนตรีพื้นเมืองเท่านั้นในการบรรเลง ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อครั้ง จรัล มโนเพ็ชร นำภาษาถิ่นเหนือหรือคำเมือง มาแต่งเพลงร้องประกอบกับกีต้าร์โปร่ง จนถูกเรียกว่า “โฟล์คซองคำเมือง” จึงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของนักดนตรีพื้นเมืองดั้งเดิม เพราะถือเป็นการแหกขนบธรรมเนียมดั้งเดิมเป็นอย่างมาก และคนที่ยอมรับในความสามารถของ จรัล มโนเพ็ชร ก็มีเพียงคนรุ่นเดียวกันกับเจ้าตัวเองเพียงเท่านั้นด้วย กล่าวคือ มีเพียงคนรุ่นใหม่ที่เปิดรับวัฒนธรรมตะวันออกแล้วเท่านั้นที่ให้การยอมรับความเปลี่ยนแปลงของวงการเพลงล้านนาในครัั้งนี้ แต่ในปัจจุบันแม้นักร้อง นักแต่งเพลงมากความสามารถคนนี้จะเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว เพลงของเขาก็ยังคงถูกถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้ขับขานบทเพลงอันไพเราะเหล่านั้นสืบต่อไปไม่สูญหาย

               https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/783933

                       จรัล มโนเพ็ชร บุรุษผู้ก่อกำเนิด “โฟล์คซองคำเมือง” เป็นครั้งแรกในล้านนา

               จากการนำคำเมืองหรือภาษาเหนือมาผสมผสานกับเครื่องดนตรีสมัยใหม่อย่างกีต้าร์โปร่งจนเกิดเป็น “โฟล์คซองคำเมือง” ของจรัลในครั้งนั้นเอง ก่อเกิดเป็นแนวความคิดในการนำคำเมืองเข้ามาอยู่ในเพลงสมัยใหม่มากยิ่งขึ้น บทเพลงของศิลปินล้านนารุ่นใหม่ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าคำเมืองสามารถสื่อสารด้วยดนตรีที่แตกต่างทั้งในแบบ ร็อค เมทัล แร็พ บลู หรือ อิเล็คทรอนิคส์ แม้มีคนดนตรีรุ่นใหม่สนใจเพลงคำเมือง แต่ยังมีจำนวนไม่มากนัก หากแต่เพียงคนกลุ่มนี้ก็ยืนยันได้ถึงการดำรงอยู่ของ เพลงคำเมือง

 

                                                                                “...Rap สไตล์ไทยไฉนคนมองแล้วเฉยเมย                                                                           พ่อตาผมยังไม่มองหน้าและยังไม่รับเป็นเขยเลย                                                                                  ใช้คำใส่ในบทไรม์คนประณามว่าเชยๆ                                                                             ร้อยแก้ว กาพย์ยานี ก็เป็นบทกวี ณ เอิงเอย...”

                                                                            *จากเพลง The Rapper ท่อน ปู่จ๋าน ลองไมค์