"ในวันที่รุ่งโรจน์ชีวิตกำลังมอบความหมายดี ๆ ให้แก่เรา" 

แค่ได้มองดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าก็ดูสวยงามกว่าวันไหนๆ อาหารเช้าพร้อมเสริฟแม้จะเป็นเพียงไข่ดาวเหยาะซีอิ๋วเพียงหยดเดียว การได้อาบน้ำด้วยแชมพูขวดใหม่ที่ถูกเติมด้วยกลิ่นหอมที่โปรดปรานลงไป ข้าวของเครื่องใช้อันปราณีตที่วางเรียงอยู่ข้างกาย ความสุขอันละเมียดที่เราควานหาจนพบในวันที่ค้นพบความหมายดีๆให้แก่ชีวิต

เรากำลังใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตเพื่อไปให้ถึงยังจุดอันรุ่งโรจน์นั้น เพื่อฝ่าอุปสรรคจนนับครั้งได้ไม่ถ้วน และพร้อมที่จะผ่านมันไปทุกความกดดันที่ถาโถมเข้ามา 

บ้างล้มลุกคลุกคลานจากความเหนื่อยหน่ายกับสิ่งรอบข้างที่เกินจะควบคุม และสิ่งเหล่านั้นก็ไม่เคยเป็นดั่งที่ใจหวัง เมื่อยอมรับสภาพและเปลี่ยนแปลงความคิดในหัวของเราได้ ประเดี๋ยวไม่ช้าไม่นานเราก็จะลุกขึ้นสู้และก้าวต่อไปข้างหน้าได้เอง

Advertisement

Advertisement

goals

ภาพโดย Free-Photos จาก Pixabay

"Goals may give focus"
เมื่อวางเป้าหมายชีวิตในขวบปีนี้แล้วก็ต้องก้าวต่อไปให้ถึงนะ

พยายามเลิกตัดพ้อกับข้อแม้ใดๆก็ตามที่ผ่านเข้ามา เพราะเป็นไปได้อย่างสูงที่อุปสรรคที่เข้ามาทุกวันจะทำให้ตัวของเราไขว้เขว เราแค่ลองเปลี่ยนวิธีคิด-เปลี่ยนวีถีการเดิน-และหลบเลี่ยงความรู้สึกอันลังเลเหล่านั้น เพื่อกลับไปตั้งตนอยุ่ในลู่วิ่งของตัวเอง ครั้นเมื่อสามารถฝ่าฟันแผงกั้นทำลายความเชื่อมั่นนี้ไปได้ เราจะเติบใหญ่และมั่นคงขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

"ผ่านมาครึ่งปี เสียงในหัวชวนให้ลดทอนความมั่นใจไปอีกขั้นนึงแล้วนะ" 

เรามิอาจบังคับให้สมองเลิกคิดถึงความน่ากลัวข้างหน้า แต่เรามีสิทธิ์ที่จะค้นหาวิธีแก้ปัญหาให้กับหนทางข้างหน้าที่กำลังก้าวเดินไปนะ

อย่าเพิ่งถอยหลังหากยังไม่ได้ริเริ่มความคิด อย่าเพิ่งท้อแท้กับชีวิตหากยังไม่ได้เริ่มก้าวเข้าไปในมรสุมชีวิตที่รอคอยอยู่ข้างหน้า จนกว่าจะเรียนรู้วิธีเอาตัวรอด แม้เราอาจจะต้องปลดเปลื้องความทะนงลงไปบ้าง น้อมรับ-ปรับเปลี่ยน-และเรียนรู้ แล้วเราจะกลับมาสู่เส้นทางหลักตามที่โฟกัสเอาไว้ตั้งแต่ต้นได้เร็วขึ้น

Advertisement

Advertisement

goals

ภาพโดย cdd20 จาก Pixabay

“But dreams give power” 
หากวันใดที่หมดพลัง ให้ใช้ความฝันและความเชื่อเป็นแรงผลักดันเพื่อก้าวต่อไปข้างหน้า

แรงผลักดันชีวิตที่มวลหนาแน่นที่สุดก็คือความฝัน การไปให้ถึงยังจุดหมายจะช้าหรือเร็วนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยรอบข้างที่ตัวเราต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่ได้ทำลงไป ดื้อในสิ่งที่ถูก-รั้นเพื่อที่จะจัดการตัวเองให้อยู่ในลู่วิ่งไปสู่เส้นชัย คบเพลิงที่ยังเผาไหม้ด้วยศรัทธาและแรงใจ จะไม่มีวันหมดไฟไปอย่างแน่นอน

ต้องเชื่อในสิ่งที่ทำ-แล้วลงมือทำในสิ่งที่เชื่อ แม้แรกเริ่มที่จะผลตอบรับกลับมาน้อย แต่ก็เป็นริเริ่มสร้างสรรค์ที่ดีกว่าการอยุ่เฉยๆ หลายครั้งที่เราไม่ลองลงมือทำสักที ก็เพียงเพราะกลัวว่าความสำเร็จมันมีขนาดเล็กเกินไป ไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป หากไตร่ตรองให้ดีแล้วไซร้ การไม่ทำอะไรเลย ก็เท่ากับการเดินทางของชีวิตมีค่าเป็นศูนย์เหมือนกันนะ

Advertisement

Advertisement

"ค่อย ๆ เก็บเล็กผสมน้อย ก่อเกิดความฝันน้อย ๆ จนกลายเป็นความฝันอันสูงสุด"

ความฝันน้อยๆก็คงเหมือนกับการเดินทางครั้งแรก เมื่อได้ไปถึงในสถานที่แห่งนั้น จิตใจอันว้าวุ่นก็เหมือนจะได้เอาชนะขีดจำกัดบางอย่างในชีวิตได้แล้ว ยิ่งเปิดหูเปิดตา จ้องมองออกไปยังสรรพสิ่งบนโลกที่กว้างใหญ่ ก็ยิ่งชวนให้นึกถึงความท้าทายครั้งใหม่ได้ตลอดเวลา และความท้าทายนั้นอาจจะเป็นสารท้ารบครั้งสำคัญ ที่ทำให้ชีวิตของเรากล้าที่จะเผชิญกับความแปรผันระหว่างทาง จากแรงผลักดันและความเชื่อแบบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นตามมา

Time

ภาพโดย cdd20 จาก Pixabay

"หากความเป็นจริงแล้ว มนุษย์มีข้อจำกัดเรื่องเวลา"

การจะไปให้ถึงชีวิตอันรุ่งโรจน์ได้นั้นจึงต้องอาศัย "เป้าหมาย" และ "ความฝัน" เป็นแรงผลักดันให้แก่ชีวิต การปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปแต่ละปีโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ อาจเหมือนเชื้อร้ายที่จะติดตามเราไปในวันข้างหน้า 

เมื่อไม่มีเป้าหมายก็ไม่มีแรงผลักดัน เมื่อไม่มีความฝันเส้นชัยในชีวิตก็จะหายไป

หากเป้าหมายชีวิตที่รุ่งโรจน์ในวันนี้ คือการได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ ความคิด และความฝัน ตั้งแต่เช้าที่ได้จ้องมองวิวท้องฟ้าจากอาคารสูง ได้กินไข่ดาวเหยาะซีอิ๋ว ได้ใช้แชมพูที่ตระเตรียมไว้อาบน้ำ และได้เดินทางมาถึงยังจุดสูงสุดของวัน วิวตอนนี้จะสวยสดงดงามขนาดไหนไม่มีทางรู้ หากไม่ลองมาสัมผัสด้วยตัวเอง เมื่อสิ่งที่ทำวันนี้ดีที่สุดแล้วน นี่แหละคือผลลัพธ์ที่เป้าหมายและความฝันมอบให้แก่เรา และพรุ่งนี้เราจะทำในสิ่งที่ดีที่สุดต่อๆไป

ทุก ๆ คนรอบข้างต่างมีเป้าหมายที่จะมาให้ถึงยังจุดๆนี้ ความฝันคือก็แรงผลักดันให้ก้าวมายังเส้นชัย เฉกเช่นรถรางหากมันไม่มีจุดหมายทั้งต้นทางและปลายทาง ผู้คนคงไม่ดื้อรั้นสร้างมันอย่างทุลักทุเลให้ขึ้นมาได้จวบจนทุกวันนี้ 

หากการสร้างสรรค์มันขึ้นมาช่างคุ้มค่า เพราะทุกคนบนโลกใบนี้จะมีสิทธิ์ได้ขึ้นมาเห็นชีวิตที่รุ่งโรจน์ จากแสงตะวันที่ส่องประกายอันสวยงามก่อนที่ตะวันจะลาลับไป

เรายังคงมีความฝันและเป้าหมายที่ยังทำไม่เสร็จ แต่เราก็ยังพอมีเวลาอันเหลือเฟือให้รีบลงมือทำนะ หากชีวิตยังคงต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้าอยู่เสมอ ลองถามตัวเองดูสักครั้ง หาก "เป้าหมายคือความฝันที่มาพร้อมกับ deadline" ตอนนี้เรากำลังรออะไรอยู่ 

alarm clockภาพโดย SarahRichterArt จาก Pixabay