ถนนสวย ๆ ในเมืองไทยที่มีเสน่ห์ชวนให้ขับรถเที่ยวนั้นมีอยู่หลายเส้นทาง  นักเดินทางผู้ชื่นชอบการขับรถลัดเลาะชมทัศนียภาพสองข้างทางอันสวยงามก่อนไปถึงจุดหมายปลายทาง คงมีโอกาสบันทึกความทรงจำเก็บถนนสายสวย ๆ ไว้ในดวงใจกันมาบ้างแล้ว หากยังพอมีพื้นที่เหลือเผื่อให้ถนนอีกสักสาย ขอกระซิบว่าแบ่งใจมาให้ ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต สักนิด รับรองคุณจะหลงรักถนนสายนี้หากได้ขับรถคันโปรดท่องเที่ยวไปกับคนรู้ใจ

jan9

หลายคนคงไม่คุ้นหูกับชื่อเพราะ ๆ ของถนนสายนี้  ถนนเฉลิมบูรพาชลทิตมีชื่อเล่นเก๋ ๆ ว่า “ถนนชล-จันท์” จัดสร้างโดยกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ซึ่งนอกจากจะให้ทางเส้นนี้ช่วยลดจำนวนรถที่คลาคล่ำบนทางหลวงหมายเลข 3 หรือถนนสุขุมวิทแล้ว ยังมีความตั้งใจให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเลาะเลียบชายทะเลตะวันออกที่สวยงามด้วย โดยเริ่มตั้งแต่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ผ่านเข้าสู่จังหวัดระยองบริเวณอ่าวไข่ จากนั้นก็เข้าสู่จังหวัดจันทบุรี แล้วไปสิ้นสุดที่บ้านแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ และปัจจุบันกำลังดำเนินการก่อสร้างเพื่อต่อไปจนถึงจังหวัดตราด

ตลอดระยะทาง 111 กิโลเมตรของถนนเฉลิมบูรพาชลทิต คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของเมืองเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทยที่งดงาม  นอกเหนือจากการขับรถกินลมชมทิวทัศน์แล้ว ใครที่เป็นสิงห์นักปั่นก็พ่วงจักรยานคู่ใจมาประลองกำลังขากันได้ เพราะมีเลนจักรยานบริเวณไหล่ทางให้ขี่ได้อย่างปลอดภัยและเพลิดเพลิน

พร้อมแล้วก็ปิดแอร์ เปิดกระจก เตรียมรับความสุขบนเส้นทางสายนี้กันเลย ! เปิดหน้าต่างรับความสุข บนเส้นทางเฉลิมบูรพาชลทิต

 

>>>Scenic Route เต็มอิ่มทุกความสุข บนถนนสายสวย

ด้วยความสวยงามที่สร้างสีสันแห่งความสุขความประทับใจให้นักท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง ถนนเฉลิมบูรพาชลทิตจึงได้รับฉายาว่า “Scenic Route”  ถนนสายนี้แม้เมื่อสร้างแล้วเสร็จจะครอบคลุมพื้นที่สี่จังหวัดของภาคตะวันออก แต่ที่เที่ยวส่วนใหญ่ก็อยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี แถมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวครบครันทุกรูปแบบ ทั้งท้องทะเล สวนผลไม้ และวิถีชีวิตชุมชน ท่ามกลางธรรมชาติน่ารื่นรมย์

jan6

หากมาจากถนนสุขุมวิท หรือทางหลวงหมายเลข 3 เมื่อถึง กม. ที่ 301 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3399 ไปราว 18 กิโลเมตรก็จะถึงถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ในเขตจังหวัดจันทบุรี  เมื่อขับรถตรงเข้ามาจะพบกับวงเวียนรูปปลาโลมา จากนั้นเลี้ยวขวาขับตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึง หาดคุ้งวิมาน ในอำเภอนายายอาม ที่เที่ยวจุดแรกบนเส้นทางนี้  

บริเวณหาดมีร้านอาหารริมทะเลให้เลือกหลายร้าน นักท่องเที่ยวจึงนิยมแวะมาเล่นน้ำทะเลและกินมื้อเย็นกันที่นี่  จากหาดขับรถขึ้นเขาลูกเตี้ยๆ ที่อยู่ใกล้กันจะถึง จุดชมวิวชายหาดคุ้งวิมาน (จุดชมวิวหลวงพ่อพระยืน) ซึ่งมีพระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทรประดิษฐานให้สักการะ  ด้านหน้าองค์พระเป็นจุดชมวิวเวิ้งอ่าวคุ้งวิมาน ที่สวยงาม และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่โรแมนติกสุดๆ อีกด้วย

jan13

jan8

อ้อ ! ก่อนออกจากหาดคุ้งวิมาน อย่าลืมแวะชิมหมึกแดดเดียวซึ่งมีขายอยู่หลายเจ้า รับประกันความสดทุกเจ้า เพราะขึ้นจากทะเลปุ๊บ เขาก็ทำความสะอาดและเอาหมึกขึ้นตากแดดกันเลย ชอบกินปิ้งย่างก็สั่งเขาได้  เราได้ชิมหมึกแดดเดียวย่างจิ้มน้ำจิ้มซีฟูดแล้ว “โอ๊ย ! มันใช่ ! มันโดนใจ ! อร่อย...เนื้อหวานนุ่ม...” ก็เลยขอชิมเพิ่มอีกสักตัวอร่อยแล้วค่อยๆ ขับไปกันต่อแบบสโลว์ไลฟ์ ไม่รีบไม่ร้อน  

jan12

จากหาดคุ้งวิมานขับสบายๆ มาสักพักก็ผ่านหาดลับแล จุดชมวิวพระสังกัจจายน์ หาดเก็บตะวัน เรื่อยมาจนถึง จุดชมวิวเนินนางพญาซึ่งเป็นจุดไฮไลต์ของเส้นทางบนเนินเขาเตี้ยๆ  ที่จุดนี้เองเราได้เก็บภาพช่วงหนึ่งของถนนเฉลิมบูรพาชลทิตที่คดโค้งเลาะเลี้ยวไปตามภูเขาและชายทะเลเป็นรูปตัวเอส (S) และหากเป็นวันฟ้าเปิดก็จะเห็นไปไกลถึงเกาะมันนอก เกาะมันกลาง และเกาะมันในของจังหวัดระยองได้ด้วย  ยังไม่หมดเท่านั้น ! ที่นี่เขายังเปิดโอกาสให้คุณพกแม่กุญแจไปสร้างตำนาน “เลิฟแพดล็อกส์” (love padlocks) กุญแจคล้องรักกันได้ด้วย  วาเลนไทน์ปีหน้าไม่ต้องบินลัดฟ้าไปไกลถึงหอคอยเอ็นโซลหรือนัมซานทาวเวอร์ที่เกาหลีใต้แล้ว เพียงมาที่นี่คล้องกุญแจคู่รัก ความรักของคุณจะอยู่คู่กันตราบนานเท่านาน...

jan18

ใกล้กับจุดชมวิวเนินนางพญา เดินลงเขาไปเล็กน้อยจะถึงหมู่บ้านหัวแหลม  เราเดินเล่นชมวิถีชีวิตชาวประมง แล้วเดินต่อไปยังท่าเทียบเรือเล็กๆ ของหมู่บ้านก็พบกับ เจดีย์บ้านหัวแหลม ซึ่งเป็นเจดีย์กลางน้ำ  ใครอยากนอนพักรับลมทะเลกันแถวนี้ มีที่พักให้เลือกอยู่สามสี่แห่ง พร้อมบริการสั่งอาหารทะเลสดๆ จากชาวบ้านย่านนั้นมาปิ้งย่างปาร์ตี้ซีฟูดกันได้ด้วยจุดหมายปลายทางต่อจากนั้นคือ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  

jan1

บริเวณศูนย์ฯ ร่มครึ้มด้วยพันธุ์ไม้ป่าชายเลน ส่วนภายในศูนย์ฯ มีห้องบรรยาย ศูนย์ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน และห้องสมุดที่เปิดให้คนทั่วไปได้เข้าไปศึกษาหาความรู้  นอกจากนี้พวกเรายังไม่พลาดเที่ยวชมห้องเรียนธรรมชาติ นั่นก็คือ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน  ทางศูนย์ฯ ทำสะพานไม้ให้เดินชมได้อย่างสะดวกสบายเป็นระยะทางประมาณ 1,600 เมตร โดยตลอดเส้นทางมีจุดให้แวะพักและเรียนรู้เกี่ยวกับป่าชายเลนถึง 10 ศาลา

เดินชมป่าชายเลนกันพอได้เหงื่อ เราก็เดินข้ามถนนมาพักผ่อนรับลมทะเลให้ชื่นใจกันที่ หาดแหลมเสด็จ  หาดบริเวณนี้ขาวสะอาด น้ำทะเลใสเหมาะลงเล่น และในบริเวณเดียวกันยังเป็นที่ตั้งของ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนม-พรรษา ที่ภายในจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำขนาดเล็ก ส่วนใหญ่เป็นปลาทะเล จำนวน 36 ตู้ และอุโมงค์สัตว์น้ำให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินกับปลาทะเลกันอย่างใกล้ชิดหลังเที่ยวชมพันธุ์สัตว์น้ำ

jan4

เราขับรถเลาะเลียบชายทะเลตามเส้นทางมาถึง หาดเจ้าหลาว  ย่านนี้คึกคักมาก เพราะเป็นแหล่งที่พักริมทะเลมากมาย รวมทั้งร้านอาหารทะเลและร้านขายของฝาก บริเวณหาดเจ้าหลาวจึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวแวะมาพักผ่อน ปิกนิกริมทะเล เล่นน้ำ และชมพระอาทิตย์ตกจากหาดเจ้าหลาวเราข้าม สะพานปากน้ำแขมหนู ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “สะพานเฉลิมพระเกียรติ”  ปากน้ำแขมหนู หรือปากน้ำวังโตนด เป็นปากแม่น้ำที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี  

jan7

ในอดีตมีเรือสำเภาขนาดใหญ่จำนวนมากบรรทุกสินค้าล่องเข้ามาค้าขายกับชาวจันทบุรีที่ตั้งชุมชนอยู่ใกล้แม่น้ำวังโตนด  ขณะยืนอยู่บนสะพานเราเห็นวิถีชีวิตของชาวประมงในย่านนี้ เห็นเรือโพงพาง เรือลอบหมึก เรือจับแมงกะพรุน แล่นไปมา รวมถึงแหล่งเลี้ยงหอยนางรมที่เห็นเป็นแนวยาว  ใครไปเที่ยวในวันที่อากาศดีจะมองเห็นถึงเกาะนมสาวที่อยู่ไกลออกไปข้ามสะพานมาแล้วเป็นถนนเลาะเลียบชายหาดยาวหลายกิโลเมตร  

jan11

ย่านนี้มีที่พักประปราย บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนและไม่ชอบบรรยากาศคึกคักเหมือนบริเวณหาดเจ้าหลาว  อีกพักใหญ่จะเข้าเขต อำเภอแหลมสิงห์ ซึ่งเป็นจุดแวะเที่ยวจุดใหญ่อีกจุดหนึ่ง มีที่เที่ยวทั้งอ่าวยาง อ่าวกระทิง วนอุทยานเขาแหลมสิงห์ และจุดชมวิวปากแม่น้ำจันทบุรีแล้วเราก็มาถึง

jan3

ไฮไลต์จุดที่ 2 ของเส้นทางนี้ คือการขับรถข้าม สะพานตากสินมหาราช ซึ่งเป็นสะพานข้ามปากน้ำแหลมสิงห์ เชื่อมต่อระหว่างอำเภอท่าใหม่กับอำเภอแหลมสิงห์ มีความยาวกว่า 1 กิโลเมตร  ว่ากันว่าเป็นสะพานที่ยาวที่สุดและเป็นจุดชมวิวบนสะพานที่สวยงามที่สุดของภาคตะวันออกอีกด้วย  เพราะฉะนั้นใครพกกล้องมาเก็บความทรงจำระหว่างทาง มาถึงบริเวณนี้รับรองว่าจะได้ภาพสวยๆ รัวชัตเตอร์กันเพลินทีเดียว

jan14 jan15

เมื่อข้ามมายังตัวอำเภอแหลมสิงห์เราพบสัญลักษณ์ของอำเภอนี้ นั่นคือ คุกขี้ไก่และตึกแดง หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองเมืองจันทบุรี หลังวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112  คุกขี้ไก่เดิมใช้เป็นป้อมตรวจการณ์บริเวณปากน้ำแหลมสิงห์ ต่อมาใช้เป็นที่กักขังนักโทษ โดยด้านบนเลี้ยงไก่ไว้เพื่อให้ถ่ายมูลใส่นักโทษ  

jan10

ส่วนตึกแดงสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของนายทหารและกองรักษาการณ์ปากน้ำแหลมสิงห์ ปัจจุบันเป็นสถานที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาประวัติศาสตร์ท้ายสุดเราปิดทริปด้วยการหาที่พักในย่านอำเภอแหลมสิงห์  ที่นี่มีที่พักให้เลือกอยู่หลายแห่ง ทั้งติดทะเลและไม่ติดทะเล  นอนฟังเสียงคลื่น เสียงลมทะเล กระซิบข้างหู ชิลล์ไม่น้อย  ได้ผ่อนคลายจนหายเหนื่อยก็คุ้มแล้วกับการมาชาร์จแบตฯ ให้ตัวเอง เที่ยวสบายๆ ไม่รีบร้อน กับความทรงจำบนถนนสายสวย…เฉลิมบูรพาชลทิต