การได้มาท่องป่าในหน้าฝนย่อมสดชื่นกว่าช่วงเวลาอื่นๆ เป็นพิเศษ เพราะต้นไม้ใบหญ้าล้วนเขียวขจีงามตา และคงไม่มีอะไรที่จะน่าพิศมัยกว่าการแบกเป้ใบเก่งออกไปท่องโลกกว้าง ที่โชคชะตาได้นำพามาเยือน ณ สถานที่แห่งนี้ "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง"

ทริปนี้ "นายรอบรู้" พาไปเปิดประสบการณ์จริงจากห้องเรียนธรรมชาติ เชื่อว่าถูกอกถูกใจเหล่านักนิยมไพรอย่างแน่นอน

เป็นโอกาสดีเมื่อทาง ททท. กองตลาดภาคเหนือ ได้ร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จัดโครงการชวนเยาวชนท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ เยือนบ้านเสือ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ. อุทัยธานี

โดยเชิญชวนกลุ่มเยาวชนระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำกว่า 40 ชีวิต เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ เพื่อเรียนรู้เรื่องราวการต่อสู้ของ "สืบ นาคะเสถียร" นักอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าคนสำคัญของประเทศไทย ในวาระครบ 20 ปีการจากไปของคุณสืบด้วย เยาวชนจะได้ร่วมศึกษาประวัติความเป็นมาของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทำกิจกรรมปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ กิจกรรมสื่อธรรมชาติ การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการรักษาทรัพยากรทางการท่องเที่ยว

นายรอบรู้ไม่พลาดที่จะเก็บภาพบรรยากาศกิจกรรมสนุกๆ มาให้ชมกัน

วันที่แรก

ในวันแรกเริ่มกันที่กิจกรรมสื่อธรรมชาติ แบ่งออกเป็น 4 ฐาน ด้วยกัน คือ จิตวิญญาณการอนุรักษ์ ปักษีวิทยา (การดูนก) ร่องรอยสัตว์ป่า (การทำรอยเท้าสัตว์ด้วยปูนพลาสเตอร์) การทำโป่งดิน (อาหารเสริมและแร่ธาตุของสัตว์ป่า) โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำแต่ละฐานคอยให้ความรู้ทุกๆ เรื่องของห้วยขาแข้งได้อย่างสนุกสนาน

วันที่สอง

เริ่มจากการไปดูนกยามเช้าภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มนั้นจะได้เครื่องมือครบครันทั้งกล้องสองตา กล้องเทเลสโคป หนังสือคู่มือการดูนก โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำกลุ่มคอยสอนขั้นตอนการดูและการใช้หนังสือจำแนกประเภทของนกให้อย่างถูกวิธี เรียกว่าสร้างความสนุกตื่นเต้นได้ตลอดเวลา ที่มีโอกาสได้เห็นนกนานาชนิดหลายตัวบินกันขวักไขว่ไปหมด ส่งเสียงเจื้อยแจ้วให้ส่องหาซ้ายขวาไปมาจนมองตามกันไม่ทันเลยทีเดียว

พอช่วงสายๆ เป็นการเดินป่าเส้นทางเขาหินแดง ซึ่งระยะทาง 4.7 กม. ใช้เวลาเดินประมาณ 2-3 ชม. มีลักษณะเป็นเส้นทางราบ ผ่านสภาพป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ซึ่งในระหว่างทางเดินนั้นมีสิ่งน่าสนใจพบเห็นตลอดทาง ทั้งเห็ด มอส เฟิร์น รวมไปถึงการพบเห็นร่องรอยของสัตว์ผู้ล่า เช่น เสือโคร่ง เสือดาว และสัตว์กินพืช เช่น เก้ง กวาง ช้าง หมูป่า ส่วนในเรื่องความปลอดภัยนั้นหายห่วงได้เลยจะมีเจ้าหน้าที่คอยเดินนำและให้ความรู้ตลอดเส้นทาง

วันที่สุดท้าย

กิจกรรมสุดท้ายของทริปนี้ คือ ทางเดินศึกษาธรรมชาติ "บ้านของเสือ" ระยะทาง 800 ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชม. เป็นเส้นทางที่มุ่งให้ความรู้เกี่ยวกับเสือโคร่ง สัตว์ผู้ล่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ ในเส้นทางนี้สามารถพบเห็นรอยตีนทั้งเสือโคร่ง เสือดาว รวมทั้งร่องรอยการทำเครื่องหมายเพื่อบอกอาณาเขต เช่น รอยคุ้ย รอยพ่นฉี่ ขี้ อาจจะมีร่องรอยของสัตว์ชนิดอื่นๆ ให้พบเห็น เช่น หมาใน สุนัขจิ้งจอก เก้ง กวาง หมูป่า เป็นต้น

เชื่อว่ากิจกรรมในครั้งนี้เป็นช่องทางที่จะช่วยกระตุ้นให้กลุ่มเยาวชนร่วมกันหวงแหน และสร้างจิตสำนึกในการเป็นเจ้าของผืนป่าอันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่ต่อไป

 

ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองตลาดภาคเหนือ