เมื่อพูดถึงการศึกษาในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก การศึกษาของแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกัน ซึ่งจากการได้สนทนากับเพื่อนที่มาจากหลากหลายชาติ ทำให้ผู้เขียนสรุปได้ว่า การศึกษาของแต่ละชาติ สะท้อนมาจากวัฒนธรรมของชาตินั้น ๆ ผู้เขียนไม่ขอสรุปว่าที่ใด จะดีกว่าอีกที่หนึ่ง หรือที่ใดจะแย่กว่าที่อื่น เพราะเหรียญมีสองด้าน และสองด้านนั้นคือด้านที่เราสามารถมองเห็นด้วยตาตนเอง และแต่ละที่ก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน
ผู้เขียนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา แต่เป็นเพียงผู้ที่เคยผ่านการศึกษามาทั้งสองประเทศ ทำให้เห็นความเหมือน และความแตกต่างในด้านการเรียน การสอน สิ่งที่ผู้เขียนเปรียบเทียบ คือ การสอนในระดับอุดมศึกษาของสองประเทศ ประเทศแรก ก็คือ ไทยแลนด์ แดนสยามเมืองยิ้ม กับอีกประเทศนึง ก็คือ เมืองไวกิ้ง ประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นประเทศในแถบยุโรป ที่มีประชากรประมาณสิบกว่าล้านคนภาพโดยผู้เขียน

Advertisement

Advertisement

การศึกษาไทย   

  1. เน้นการเรียนรู้ในห้องเรียน โดยอาจารย์ผู้สอน จะทำการสอนในห้องเรียน และนักเรียน นักศึกษาจดเลคเชอร์และใช้วิธีท่องจำเพื่อใช้ในการสอบ
  2.  เน้นการเรียนรู้เป็นรายบุคคล โดยนักศึกษาอาจจะอ่านหนังสือ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้วยตนเอง หรือเข้าห้องเรียนไปฟังบรรยาย การทำงานกลุ่มซึ่งมีบ้าง แต่ค่อนข้างน้อย
  3. เน้นข้อสอบปรนัย มีคำตอบให้เลือก ลักษณะข้อสอบเน้นการท่องจำ เช่น จำปีของเหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้หลังสอบเสร็จมักจะคืนอาจารย์ผู้สอนไปอย่างรวดเร็ว
  4.  การเรียน การสอน มีความยืดหยุ่นน้อย ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยปิด ซึ่งรับเฉพาะเด็กมัธยมจบใหม่ และการเรียน การสอน มีเฉพาะในห้องเรียน

ภาพจากเว็บ canvaการศึกษาสวีเดน

  1. เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยอาจารย์ผู้สอน จะให้หัวข้อในการศึกษาค้นคว้า และลิสต์หนังสืออ้างอิงต่าง ๆ โดยผู้เรียนต้องไปค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง

Advertisement

Advertisement

  • เน้นการเรียนรู้แบบเป็นกลุ่ม มากกว่ารายบุคคล เช่น การทำรายงานกลุ่ม หรือการอภิปรายสัมมนา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ทััศนคติ และความคิดเห็นร่วมกัน ซึ่งผู้เขียนมองว่าการทำงานกลุ่ม ทำให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ในการทำงานร่วมกัน และยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง
  • เน้นข้อสอบอัตนัย การเขียนอธิบาย ซึ่งทำให้สมองเกิดการกลั่นกรอง และประมวลผล แม้จะเป็นวิชาคำนวณก็ไม่มีคำตอบให้เดา ให้สุ่ม ทำให้ความรู้ที่ได้มาติดแน่นคงทน
  • การเรียน การสอน มีความยืดหยุ่นมากกว่า ส่วนใหญ่รับนักศึกษาแบบไม่จำกัดอายุ และเน้นการเรียนรู้ผ่านออนไลน์ หรือแม้แต่มีการเข้าฟังบรรยาย ก็มีลิงก์ให้เปิดดูย้อนหลังได้
  • อย่างที่ผู้เขียนเกริ่นในเบื้องต้น การศึกษาของแต่ละประเทศอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์การเรียนรู้ที่ผ่านมาของคนรุ่นก่อน แล้วส่งผ่านรุ่น ต่อรุ่น และการที่ระบบการศึกษาของประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นแบบนั้น อาจจะขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัย และพฤติกรรมการเรียนรู้ของคนในชาตินั้น ๆ ก็เป็นได้ ผู้เขียนก็เขียนจากประสบการณ์ของตนเอง ที่เคยได้สัมผัสและเรียนรู้ ซึ่งในความคิดของผู้เขียน ชอบการเรียนรู้แบบสวีเดนมากกว่า ทั้งนี้เพราะผู้เขียนมองว่าการทำงานกลุ่ม นอกจากเป็นการได้เรียนรู้ร่วมกันแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้มีการปรับตัว ก่อนเข้าสู่สังคมการทำงานอีกทางหนึ่งอีกด้วย

    Advertisement

    Advertisement