เบื่อของใหม่...ไปตลาดโรงเกลือ

จากจุดเริ่มต้นเพียงเพื่อช่วยเหลือเพื่อนบ้านด้วยกัน ใครจะคิดว่าในวันนี้ที่แห่งนี้ ได้กลายเป็นตลาดการค้าชายแดนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีความสำคัญที่สุดในพรมแดนแถบนี้  ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวและพ่อค้าแม่ขายทั้งคนไทยและคนต่างชาติเดินทางมาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดโรงเกลือวันละไม่ต่ำกว่าพันคน ทำให้ตลาดแห่งนี้กลายเป็นขุมทรัพย์ของใครหลายๆ คน ในแต่ละปีจึงมีเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าประเทศหลายพันล้านบาท

เบื่อของใหม่...ไปตลาดโรงเกลือ

ตลาดโรงเกลือหรือตลาดชายแดนบ้านคลองลึก ตั้งอยู่ที่บ้านคลองลึก ต. ท่าข้าม อ. อรัญประเทศ จ. สระแก้ว มีเนื้อที่ราว 66 ไร่เศษ อยู่ในความควบคุมดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว เปิดบริการเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2534 ในอดีตใช้เป็นโกดังเก็บเกลือที่ส่งขายให้กับชาวเขมรเพื่อใช้ในการทำปลาเค็ม ต่อมาเมื่อเกิดสงครามกัมพูชาทำให้การใช้เกลือลดน้อยลง ประเทศไทยในฐานะเพื่อนบ้านจึงมีนโยบายที่จะช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้มีการสร้างอาคารขึ้นมาในบริเวณนี้ เพื่อตั้งเป็นตลาดการค้าชายแดนขายเครื่องอุปโภคบริโภค ชาวเขมรจึงนำของที่ได้รับบริจาคมาจากองค์การสหประชาชาติ เข้ามาขายในราคาที่ถูกแสนถูก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เสื้อกันหนาว กางเกงยีน  กระเป๋า รองเท้า ก็ล้วนแต่เป็นของยี่ห้อดังๆ ทั้งนั้น อย่างกางเกงยีนลีวายส์ริมแดง ยี่ห้อยอดฮิตที่ขายกันตัวนึงราคาหลายพันบาทก็เหลือแค่ตัวละไม่กี่ร้อยบาท

ปัจจุบันภายในบริเวณตลาดโรงเกลือได้ขยับขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นรวมเป็น 5 แห่งด้วยกันคือ ตลาดโรงเกลือเก่า, ตลาดเดชไทย (ตลาดรองเท้ามือสอง), ตลาดเทศบาล 2 หรือตลาดโรงเกลือใหม่, ตลาดเทศบาล 3 หรือตลาดโกลเดน เกท และตลาดเบญจวรรณเป็นตลาดใหม่ล่าสุด แต่ละแห่งลักษณะคล้ายตลาดนัดจตุจักรในกรุงเทพฯ คือ สร้างเป็นโรงเรือนชั้นเดียว แบ่งเป็นห้องๆ ส่วนสินค้าก็ใช่ว่ามีเฉพาะของแบรนด์เนมมือสองเหมือนสมัยก่อน แต่ยังมีสินค้าที่เป็นของใหม่เลียนแบบซึ่งผลิตในเขมร เวียดนาม จีน เกาหลี ฮ่องกง อเมริกา หรือของในประเทศเองก็มี โดยจะมีนายทุนที่ทำธุรกิจด้านนี้ไปรับของที่ส่งมาทางเรือแล้วส่งต่อมาที่นี่ เมื่อมาถึงก็จะทำการคัดแยกสินค้า ซ่อมแซม และซักล้างฆ่าเชื้อโรคก่อนกระจายสินค้าให้กับพ่อค้าคนกลางต่อไป  สินค้าที่วางขายก็มีหลากหลายเช่น เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า กระเป๋า กางเกงยีน ผ้าม่าน ผ้าห่ม เครื่องจักสาน เครื่องเงิน ถ้วยชาม เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ  สำหรับขาชอปทั้งหลายแนะนำให้ค่อยๆ เดินดูกันไป ควรใช้เวลาเลือกดูซักนิด เพราะเนื่องจากที่นี่มีตลาดหลายแห่งแต่ไม่มีการจัดสินค้าแยกเป็นประเภทเหมือนที่จตุจักร ทำให้ยากต่อการเลือกซื้อ ของที่ขายก็มีทั้งของแท้และของเทียม อย่างของมือสองถ้าคนที่ดูเป็นก็อาจได้ของแท้แสนถูก ถ้าดูไม่เป็นก็ได้ของแพงแถมเป็นของปลอมกลับไปนอนเสียดายที่บ้านแทน  ส่วนการต่อรองราคานั้นก็อาจเป็นเรื่องยากสักนิด เนื่องจากคนขายส่วนใหญ่เป็นชาวเขมรที่มาเช่าแผงคนไทยอีกที เขาจะฟังที่เราพูดไม่ค่อยเข้าใจ ที่สำคัญพวกเขากลัวคนที่ถือกล้องถ่ายรูปเพราะคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่มาจับสินค้าลอกเลียนแบบ บางทีแค่เห็นคนเดินกันมาเป็นกลุ่มไกลๆ มีกล้องถ่ายรูปมาด้วยก็วิ่งหนีกันกระเจิดกระเจิง  สำหรับขาชอปขี้เมื่อย ที่นี่ก็มีบริการจักรยานให้เช่าปั่นชมตลาด แต่ต้องวางเงินมัดจำและบัตรประชาชนไว้ด้วย (ควรดูให้ดีเพราะบัตรประชาชนเป็นที่ต้องการของชาวเขมรที่หนีเข้ามาในประเทศไทยอยู่ไม่น้อย) หรือถ้าชอปกันจนเพลินหันมาอีกทีของกองพะเนินแบกกันไม่ไหวก็มีรถลาก รถเข็นรับจ้างให้เรียกใช้บริการ ส่วนราคาก็แล้วแต่จะตกลงกัน  นักชอปที่จะมาซื้อของที่นี่ ขอแนะนำว่าควรจะมาในวันธรรมดาเพราะราคาสินค้าจะถูกกว่าวันเสาร์-อาทิตย์ ที่สำคัญต้องเป็นคนชอบของมือสอง มีความอดทนสูงพอสมควร เพราะถ้าไม่ใช่หน้าหนาวหรือหน้าฝนที่นี่แดดร้อนมากๆ  รวมทั้งกลิ่นเสื้อผ้า รองเท้า สินค้าทั้งหลาย ไหนจะฝุ่นละอองจากพื้นถนนอาจทำให้คุณหายใจหายคอไม่สะดวก จามกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว ถ้าใครนึกอยากจะไปตะลุยตลาดโรงเกลือ แค่เตรียมร่างกายให้พร้อมก็ยกกระเป๋าไปบุกตลาดโรงเกลือกันได้เลย ตลาดโรงเกลือเปิดบริการตั้งแต่เวลา 07.00-20.00 น. ทุกวัน