เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คุมยากจริงหรือ ?

      จริงหรือที่เขาว่ากันว่าเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ อันตรายมาก ก ก ก ! จะให้ควบคุมน้ำตาลในเลือดนั้นหรือ ยากมากนะตัว  ใช่ค่ะ ! เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์นั้นอันตรายและยากมากค่ะที่จะทำให้น้ำตาลในเลือดคุณแม่ปกติได้อย่างคนทั่วไป เพราะอะไรหรือ เพราะแม่ท้องต้องการอาหารมากกว่าคนปกติ หิวมากกว่าคนทั่วไป แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ถึงจะลดน้ำตาลในเลือดได้ ก็ในเมื่อเรายังต้องทานเยอะ ๆ เพื่อเจ้าตัวน้อยในท้องอยู่ 

         ภาพถ่ายโดยนักเขียน        

   ก่อนอื่นเลย เรามาทำความรู้จักกับภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์กันก่อนดีกว่าค่ะว่าเพราะอะไรหรือคุณแม่ตั้งครรภ์ถึงได้เสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานได้มากกว่าคนทั่วไป หรือ จากปกติก่อนตั้งครรภ์ก็ไม่เคยตรวจเจอนะ แต่ทำไมกันนะพอตั้งครรภ์แล้วถึงได้ตรวจเจอค่าน้ำตาลสูง ก็เพราะว่าเมื่อตั้งครรภ์ รกจะสร้างฮอร์โมนบางชนิดที่มีฤทธิ์ต่อต้านฮอร์โมนอินซูลินที่คอยคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ถ้าภาวะนี้ไม่ได้รับการควบคุม จะทำให้เกิดอาการเบาหวานขณะตั้งครรภ์และส่งผลกระทบต่อทั้งตัวแม่และทารกในครรภ์ได้ค่ะ และแม่เสี่ยงต่อการเกิดครรภ์พิษ ส่วนลูกในครรภ์นั้น เบาหวานจะเป็นสาเหตุให้ทารกมีขนาดตัวใหญ่กว่าปกติ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการคลอด  แพทย์อาจประเมินให้ทำการผ่าคลอดเพื่อป้องกันการฉีกขาดของช่องคลอด เด็กอาจคลอดก่อนกำหนด และอาจเผชิญภาวะหายใจลำบาก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจจนกว่าปอดของทารกจะสมบูรณ์เต็มที่ และอาจทำให้เกิด ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ทารกแรกเกิดบางคนอาจเผชิญภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เนื่องจากร่างกายผลิตอินซูลินออกมามากเกินไป และอาจทำให้ทารกมีอาการชักได้ ซึ่งระดับน้ำตาลในเลือดที่ต่ำอาจส่งผลให้ทารกเกิดภาวะตัวเหลืองหลังคลอดนั่นเองค่ะ ซึ่งก็น่ากลัวใช่เล่นเลยใช่มั้ยคะ เอาเป็นว่า เมื่อหากเราหลีกเลี่ยงที่จะเป็นภาวะนี้ไม่ได้ เราก็มาทำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปฎิบัติตัวให้เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อหลีกเลี่ยงความอันตรายต่อเจ้าตัวน้อยในท้องกันดีกว่าค่ะ 

Advertisement

Advertisement

                   ซึ่งหลัก ๆ แล้วการรักษาเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ก็แทบไม่แตกต่างกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานทั่วไป แต่หมอมักจะใช้การรักษาด้วยการฉีดยาอินซูลิน เข้าสู่ร่างกาย มากกว่าการกินยา ซึ่งจะอยู่ในดุลพิจของหมอที่ทำการรักษา แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าการรักษาจากหมอก็คือการปฎิบัติตัวของแม่ ๆ ว่าจะควบคุมน้ำตาลในเลือดของตัวเองได้ดีแค่ไหน และไม่ว่าจะผู้ป่วยเบาหวานทั่วไปหรือผู้ป่วยเบาหวานขณะตั้งครรภ์ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานเช่นเดียวกัน และจะดีมากหากแม่ที่เป็นเบาหวาน มีเครื่องวัดน้ำตาลส่วนตัว เพื่อใช้ในการวัดน้ำตาล ก่อน และหลังทานอาหาร ซึ่งจะต้องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว หลังจากตื่นนอน 1 ครั้ง ค่าน้ำตาลตอนเช้านี้ไม่ควรเกิน 90-100 ครั้งต่อมา ให้เจาะปลายนิ้ว หลังอาหารเช้า 2 ชั่วโมง หลังอาหารกลางวัน 2 ชั่วโมง และหลังอาหารเย็น 2 ชั่วโมง ซึ่งการเจาะน้ำตาลระหว่างมื้ออาหารนี้ ไม่ควรเกิน 120-140 เพื่อเป็นการวัดระดับการกินในแต่ละมื้อของแม่ว่าสามารถทานอะไรได้บ้าง น้ำตาลถึงจะไม่สูงเกินเกณฑ์ และหากมีมื้อใหนที่ได้ค่าระดับน้ำตาลที่สูงไป คุณแม่จะได้ระวังการทานอาหารในแต่ละมื้อได้ดีขึ้นนั่นเองค่ะ 

Advertisement

Advertisement

 

ภาพถ่ายโดยนักเขียน

                  แล้วแม่ ๆ จะทานอาหารอะไรดีล่ะ ถึงจะทำให้น้ำตาลไม่สูงมาก ? การทานอาหารแต่ละมื้อคุณแม่ก็ยังสามารถทานได้ทั่วไป เพียงแต่ต้องลด หรือ งด อาหารที่มีความหวาน มัน เค็ม ไปก่อน อดใจไว้ก่อนนะคะคุณแม่ คลอดแล้วค่อยว่ากันนะกับอาหารรสจัดที่เคยทาน อาหารที่ดีควรมีรสจืด แต่ใครล่ะ ที่จะทานอาหารรสจืดได้ทุกมื้อจริงใหม เรามีทริคดี ๆ มาฝากกันค่ะ หลักของการลดอาหาร คือ พลังงานเพียงพอ และปริมาณคาร์โบไฮเดรตพอดีกับความต้องการของร่างกาย ซึ่ง จากข้าวสวยที่เคยทานมื้อละ 2-3 ทัพพี แม่อาจต้องลดลงเหลือเพียงมื้อละ 1 ทัพพีครึ่ง และหากเปลี่ยนเป็นข้าวกล้องหรือข้าวไม่ขัดสีได้เลยจะยิ่งดีค่ะ แต่คุณแม่ต้องทราบก่อนว่า ข้าวก็มีน้ำตาลสูงนะคะ หากคุณแม่ทานข้าวต่อให้น้อยลงแล้วแต่น้ำตาลทำไมยังสูงอยู่ล่ะ ให้คุณแม่สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่า ร่างกายของคุณแม่อาจจะทานข้าวไม่ได้ก็เป็นได้นะคะ และถ้าเป็นอย่างนั้น เราขอแนะนำไห้เปลี่ยนจากข้าวสวย มาเป็นข้าวต้ม หรือโจ๊กเลยดีกว่าค่ะ เพราะข้าวต้มจะมีน้ำเป็นส่วนผสมที่มากกว่าข้าวสวย ซึ่งข้าวสวยจะอัดแน่นไปด้วยเม็ดข้าวที่อุดมไปด้วยน้ำตาลอย่างดีเลยนั่นเอง กับข้าวก็ควรเป็นของที่มีประโยชน์ แต่ควรเป็นชนิด ต้ม นึ่ง ย่าง เช่น ต้มจืด แกงเรียง แกงส้ม ปลานึ่ง ผักลวก น้ำพริก ปลาย่าง เป็นต้นค่ะ 

                  ภาพถ่ายโดยนักเขียน

 

                 และคุณแม่ทราบไหมคะว่า อาหารที่นอกเหนือจากข้าวแล้ว คุณแม่ยังทานอาหารได้อีกหลากหลาย ที่เราเคยทดสอบวัดระดับน้ำตาลมาแล้ว หลังอาหาร 2 ชั่วโมงและค่าน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ปกติ นั่นก็คือเมนู

1. ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส เน้นว่าน้ำใส และพยายามไม่ปรุงรสนะคะ

2. ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ปริมานที่พอเหมาะนะคะ อาจะ 2-4 ชิ้นกำลังดีค่ะ 

3. สลัดผัก (โยเกิร์ตน้ำตาลน้อยแทนน้ำสลัดหรือใช้น้ำสลัดที่ไม่มีน้ำตาลจะดีมาก) 

4. ส้มตำปูปลาร้า  อาหารอีสานที่ทานแล้วน้ำตาลไม่ขึ้นจริง ๆ ค่ะ แต่ต้องทานกับขนมจีนแทนข้าวเหนียวนะคะ

5. สุกี้ หรือชาบู ได้หมดเลยค่ะ เน้นผักกับเนื้อ พยายามใส่น้ำจิ้มน้อย ๆ และงดน้ำอัดลมนะคะ ทานชาบูอิ่มแล้วก็ทานน้ำเปล่าตามค่ะ 

                ส่วนคำถามที่ว่า จะอิ่มมั้ยนะ ? คนท้องนะหิวบ๊อยบ่อย ! เราแนะนำให้คุณแม่แบ่งมื้ออาหาร เป็น 5 มื้อ เช้า สาย กลางวัน เย็น กลางคืน อาหารหลักที่ต้องทานก็ควรทาน ถึงจะต้องลดปริมาณลงทำให้รู้สึกไม่อิ่มนัก แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่าทนได้ เว้นแค่ 2 ชม. ทานมื้อว่างก็พอประทังให้แม่ไม่หิวมากแล้วนะคะ มื้อว่างที่ดี ควรเป็นผลไม้ น้ำตาลต่ำ เช่น แก้วมังกร ส้ม 1/2 ลูก แอปเปิ้ลเขียว บลูเบอร์รี่ เป็นต้น แต่หากผลไม้ไม่ชื่นใจ อยากกินอะไรขบเคี้ยว คุณแม่รองหาแครกเกอร์สูตรไม่มีน้ำตาลมาทานดูนะคะ มีขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปค่ะ แต่ต้องเลือกดูคุณค่าทางโภชนาการหน่อยว่าไม่ใส่น้ำตาล และนมที่ควรทานคือนมพร่องมันเนย นมขาดมันเนย ดูที่น้ำตาลน้อยที่สุดค่ะ และนมถั่วเหลืองที่ไม่ผสมน้ำตาลเลยก็มีค่ะ ทานได้ดีด้วย และที่อยากแนะนำคนที่ชอบทานจุ๊บจิ๊บ ให้ทานเป็นเมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ในมื้อว่างหรือระหว่างมื้อแทนได้ด้วยนะคะ  

                         แม่ไม่ควรกังวลหรือเครียดกับภาวะเบาหวานนะคะ เพราะเป็นได้ก็คุมได้ค่ะ เพียงแค่เราหมั่นตรวจสอบตัวเองอย่าให้หลุดจากกรอบ เพียงเท่านี้ทั้งสุขภาพคุณแม่กับคุณลูกก็สามารถดีได้ และปลอดภัยทั้งแม่และลูกแล้วค่ะ 


ภาพถ่ายโดยนักเขียน