เกาะกูดเป็นสถานที่หนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่อง “หาดสวย ทะเลใส” ตั้งอยู่เป็นเกาะสุดท้ายชายแดนของภาคตะวันออกก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าอาหารและที่พักจะสูงไปนิด แต่ก็เชื่อว่าบรรดานักท่องเที่ยวที่มาที่แห่งนี้มองว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปแน่นอน บทความนี้เราจึงขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะกันค่ะ

  1. อ่าวสลัดป่า อ่าวสลัดป่านั้นเป็นท่าเรือที่รับนักท่องเที่ยวเข้าสู่เกาะกูด ที่นี่นอกจากแสดงถึงการมาถึงเกาะกูดแล้ว ก็มีสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นชุมชนอ่าวสลัดป่าที่มีการให้บริการที่พัก ร้านอาหาร เรือนำเที่ยว หรือแม้แต่การจำหน่ายของฝากขึ้นชื่อของเกาะกูด เช่น กุ้งแห้ง น้ำพริกหมึกหยอง ปลาเค็ม เป็นต้น ถ้าใครมาที่นี่ก็แนะนำการเช่าเรือท่องเที่ยวเกาะต่าง ๆ หรือท่องเที่ยวรอบ ๆ เกาะกูดเลยค่ะ คุ้มค่ามาก ชุมชนอ่าวสลัดป่าชุมชนอ่าวสลัดป่า
  2. ต้นมะค่ายักษ์ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่รับรองว่าคนรักธรรมชาติจะต้องมาเห็นกับตาตัวเองสักครั้งหนึ่ง เพราะต้นมะค่ายักษ์ของที่นี่อยู่ภายในป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ อายุราว 500 ปี แต่ยังคงความแข็งแรงสมบูรณ์อยู่ อยู่ไม่ไกลจากอ่าวสลัดป่ามากนัก การเดินทางก็ไม่ลำบากอย่างที่คิดค่ะ ถ้าเช่ารถจักรยานยนต์มาแล้วทั้งวัน รับรองว่า เพิ่มที่นี่เป็นสถานที่ที่ต้องแวะมาชมด้วยก็ได้ค่ะ ต้นมะค่ายักษ์​
  3. น้ำตกห้วงน้ำเขียว เดินทางต่อมาจากต้นมะค่ายักษ์อีกหน่อย ไม่ไกลค่ะ เราก็จะพบน้ำตกห้วงน้ำเขียว ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในน้ำตกบนเกาะที่ต้องแวะมาค่ะ เนื่องจากน้ำตกห้วงน้ำเขียวนั้นอยู่ท่ามกลางป่าที่อุดมสมบูรณ์ของเกาะนั่นเอง แต่การเดินทางกว่าจะได้ชมความงามของน้ำตกคงถูกใจนักผจญภัยหลายคน เพราะต้องปีนป่ายผ่านโขดหินสูงกว่าจะเดินทางมาถึงก็ทำเอาเราหมดแรงไปเลยน้ำตกห้วงน้ำเขียว
  4. น้ำตกคลองเจ้า น้ำตกคลองเจ้า ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเกาะกูดก็ว่าได้ เพราะว่ามีประวัติศาสตร์อันยาวนานซ่อนอยู่ท่ามกลางความงามของน้ำตกแห่งนี้ ตั้งแต่องเชียงสือและครอบครัวได้หลบหนีกองทัพขององค์ไกเซินเจ้าเมืองกุยเยินที่ยกมาตีเมืองไซ่ง่อน เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารที่กรุงเทพมหานคร ต่อมาในพ.ศ. 2329 องเชียงสือคิดจะกอบกู้บ้านเมืองคืนจึงหนีมาพักที่เกาะกูดเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งบริเวณที่พำนักขององเชียงสือนั้นก็คือ บริเวณน้ำตกคลองเจ้าในปัจจุบัน และเมื่อสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ได้เสด็จประพาสเกาะกูดเมื่อ พ.ศ. 2454 ได้พระราชนามน้ำตกคลองเจ้าว่า “น้ำตกอนัมก๊ก” เพื่อเป็นที่ระลึกถึงองเชียงสือ และทรงสลักพระปรมาภิไธยของพระองค์ไว้บนก้อนหินที่ตั้งอยู่บริเวณชั้นแรกของน้ำตกคลองเจ้าในปัจจุบัน น้ำตกคลองเจ้า
  5. อ่าวพร้าว เดินทางมุ่งมาทางทิศใต้ของเกาะ เราก็จะพบกับอ่าวพร้าว ถือเป็นอ่าวที่มีหาดทรายสีขาวสวย และน้ำทะเลใสแห่งหนึ่งบนเกาะกูด นอกจากนี้ที่นี่บรรยากาศยังเงียบสงบ มีเปลให้ได้นอนชิลล์กลางชายหาดสวย ๆ รับรองได้ว่ามาที่นี่ต้องประทับใจแน่นอน อ่าวพร้าว
  6. บ้านอ่าวใหญ่ ชุมชนบ้านอ่าวอ่าวใหญ่นั้นเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณจุดสิ้นสุดของถนนที่ใช้เดินทางบนเกาะกูด ถือเป็นชุมชนประมงพื้นบ้าน เมื่อเดินทางมาถึงที่นี่เราจะพบเรือประมงขนาดเล็กและขนาดใหญ่จอดใกล้บ้านเรือนจำนวนมาก ที่นี่ยังมีร้านอาหารทะเลให้เราได้ลิ้มลอง และมีที่พักให้ผู้ที่สนใจอยากท่องเที่ยวท่ามกลางวิถีชีวิตของชุมชนและทะเลที่สวยงามอีกด้วย นอกจากนี้ ระหว่างทางก่อนที่จะมาถึงบ้านอ่าวใหญ่นั้น มีจุดชมวิวเป็นศาลาให้เราได้หยุดถ่ายภาพชุมชนจากมุมสูงด้วยนะคะ บ้านอ่าวใหญ่

          ส่วนตัวแล้วที่ประทับใจมากที่สุดและไม่พูดถึงไม่ได้ คงหนีไม่พ้นท่าเรือใกล้กับชุมชนบ้านอ่าวใหญ่ เพราะถ้าหากเราได้เดินไปบริเวณนั้นก็จะพบวิวภูเขาและท้องทะเลที่สวยงามสะดุดตา ถือเป็นจุดที่นั่งชิลล์ชมวิวได้ดีเลยทีเดียว ถึงแม้ที่นี่จะไม่ใช่สถานที่ที่มีหาดทรายเหมือนกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นบนเกาะ แต่รับรองได้ว่าน้ำทะเลนั้นใส ก้มลงไปมองก็เห็นปลาแหวกว่ายอยู่ชัดแจ๋วเลยค่ะ ท่าเรือบ้านอ่าวใหญ่

          สรุปค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวเกาะกูด แบบ 2 วัน 1 คืนค่ะ เรามาแบบประหยัดสุด ๆ ไม่รวมค่าอาหารนะคะ เพราะค่าอาหารแล้วแต่ร้านอาหารในแต่ละมื้อนะคะ ถูกที่สุดก็มื้อละ 50 บาท เป็นข้าวราดแกงค่ะ ก็ประมาณนี้นะคะ

  • ค่าเรือไป-กลับ เกาะกูด เที่ยวละ 350 บาท รวม 700 บาท
  • ค่าเช่ารถจักรยานยนต์ 1 วัน 300 บาท
  • ค่าที่พัก 1 คืน 1000 บาทค่ะ

          รวมค่าใช้จ่ายในการมาทริปนี้ 2000 บาท ไม่รวมค่าอาหารค่ะ  หรือถ้าใครอยากเพิ่มทริปล่องเรือไปด้วยก็ได้นะคะ ราคาอยู่ที่ 500 – 1000 บาทค่ะ ติดตามอ่านได้ในบทความทริปล่องเรือประมงเล็ก เกาะกูดนะคะ

          สุดท้ายนี้ใครที่กำลังวางแผนมาเที่ยวที่เกาะกูด ก็อย่าลืมแวะมาท่องเที่ยวชมความงามตามสถานที่ต่าง ๆ ที่แนะนำไปนะคะ เที่ยวที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ มีทั้งทะเลสวย ๆ น้ำตกเย็นชื่นใจ มิหนำซ้ำยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เราหลงเสน่ห์ที่นี่เต็ม ๆ เลย แนะนำให้ออกมาแต่เช้านะคะ อากาศดี คนไม่เยอะ แถมวิวยังสวยอีกต่างหาก ชมวิวกันแล้วก็สัมผัสวิถีชีวิตของหมู่บ้านชาวประมงกันต่อ และปิดท้ายด้วยการรับประทานอาหารทะเลสด ๆ รับรองว่าทริปของทุก่านบนเกาะกูดจะต้องฟินมากแน่นอนค่ะ