สวัสดีค่ะ คลิกเข้ามาในบทความของหญิงเถื่อนแบบนี้ แน่นอนว่าเราก็จะพาคุณไปเที่ยวอีกแล้วจ้า หลาย ๆ คนรู้จัก Jaipur หรือก็คือชัยปุระ หรือตามสำเนียงของคนอินเดียก็คือ จัยปูร์ หรือเมืองสีชมพูที่คนไทยหลาย ๆ คนนิยมไปกัน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จัก Jodhpur บางคนอาจจะรู้สึกคุ้นหูเมืองสีฟ้าแต่ไม่คุ้นชื่อเมือง เมืองสีฟ้าของราชาสถานนี้ ชื่อว่า จอร์ดปูร์ แต่ถ้าเอาตามเสียงสำเนียงของคนอินเดียจะออกเสียงว่า โชธปูระ ออกเสียง ระ นิด ๆ ดังนั้น ถ้าบางคนที่กำลังเที่ยวเมืองสีฟ้าอยู่ แล้วมีคนถามว่าคุณเที่ยวเมืองไหนไปแล้วบ้าง แล้วเราไปออกเสียงว่า "ฉันมาจากชัยปุระ มาเที่ยวจอร์ดปูร์ต่อ" คนอินเดียบางคนก็เลยงงเป็นไก่ตาแตกเลยล่ะค่ะ เพราะเขาจะเข้าใจว่าคุณกำลังบอกว่าคุณมาจาก โชธปูระ (ซึ่งคุณก็ยืนอยู่ที่นี้อยู่แล้ว) กำลังจะไปต่อที่จัยปูร์  ซึ่งความหมายจะเปลี่ยนกันเลย แต่ใด ๆ ก็ตามออกเสียงไปออกเสียงมาเดี๋ยวก็เข้าใจกันได้เองแหละค่ะ

Advertisement

Advertisement

ผนังสีฟ้า

ทำไมถึงเป็นเมืองสีฟ้า? ...

มันมีเรื่องราวคะคุณ ซึ่งมีถึง 2 เหตุผลหลัก ๆ เลยคือ เหตุผลทางใจก่อนคือ สีฟ้า คือสีกายของพระศิวะ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เพื่อความโชคดีและตอบสนองตามศัทธาที่มีในศาสนาของตัวเองอย่างแรงกล้า ผู้คนจึงเลือกใช้สีฟ้าในการทาสีบ้าน แต่ถ้าพูดถึงตามเหตุผลทางหลักการแล้วคือ แต่ก่อนเมือง ๆ นี้เป็นเมืองหน้าด่านของทะเลทรายธาร์ เมืองทะเลทรายน่ะค่ะคุณ มันร้อน ร้อนตลอดปี พระอาทิตย์ตั้งตรงหัวเกือบทั้งวัน เมืองทั้งเมืองอยู่ในอากาศร้อนตลอดวัน ผู้คนจึงเลือกใช้ สีโทนเย็น อย่างสีฟ้า เพื่อช่วยให้ภายในบ้านเย็นขึ้นนั่นเอง

เมืองสีฟ้า

รวม ๆ

การเดินทางจากไทย

ยังไม่มีบินตรงจากไทยนะคะ ต้องต่อเครื่องไป ทั้งนี้มีหลายสายการบินหลายสายที่สามารถต่อเครื่องไปได้ หรือทุกคนอาจจะบินตรงไปลงที่ชัยปุระก่อน และนั่งรถบัส หรือเช่ารถพร้อมคนขับ หรือรถไฟไปเมืองสีฟ้าต่อได้เลย 

Advertisement

Advertisement

สถานีรถไฟเมืองจอร์ดปูร์

สถานที่เที่ยวที่แนะนำ

สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจมีมากมาย แต่ที่ขึ้นชื่อเลยก็เห็นจะเป็น Jaswant Thada อนุสรณ์สถานแห่งความรัก แต่เป็นความรักระหว่างลูกที่มีต่อพ่อ จะแตกต่างกับทัชมาฮาลที่เป็นความรักระหว่างชาย หญิง ต่อมา Ghanta Ghar และ Sardar Market ซึ่งอยู่ใกล้กันมาก ๆ เป็นตลาดคนเดินแบบอินเดี๊ยอินเดียนี่แหละ และมีหอนาฬิกาตั้งตระหง่านอยู่ แต่หญิงเถื่อนต้องขออภัยที่ไม่สามารถแสดงถึงรูปของสถานที่ที่กล่าวไปได้ เนื่องจากเกิดเหตุขัดข้องกับเมมโมรี่การ์ด ยังดีที่ยังดึงรูปของสถานที่ไฮไลท์อย่าง Mehrangarh Fort and Museum ไว้ได้บ้าง

ป้อมตอนกลางคืนMehrangarh Fort คือ ป้อมปราการเก่า เป็นป้อมหน้าด่านที่แข็งแกร่งที่สุดในราชาสถาน ป้อมถูกสร้างอยู่บนเขา หลังกำแพงคือบ้านเรือนของผู้คน  เป็นป้อมที่สามารถมองเห็นเมืองได้ทั้งเมือง แต่ค่าเข้าชมราคาสูงหน่อยนะทุกคน อยู่ที่ 600 รูปี หรือก็คือ 300 บาท ทั้งนี้ราคานี้ยังไม่บวกเพิ่มของการถือกล้องประเภท DSLR และ การถ่ายวิดีโอ ซึ่งบวกเพิ่มไป ประมาณ 100 รูปี แต่กล้องโทรศัพท์และกล้องขนาดเล็กนั้นไม่บวกเพิ่ม ขอขยายความให้ชัด ๆ กล้อง DSLR 100 รูปี ค่าถ่ายวิดีโออีก 100 รูปี ไม่ใช่เสียค่ากล้องแล้วจะไม่เสียค่าถ่ายวิดีโอ แต่แอบกระซิบว่าบางคนเขาก็ไม่ถามนะว่าคุณจะถ่ายวิดีโอหรือไม่ ก็แล้วแต่ว่าใครจะเจ้าหน้าที่เคร่งขนาดไหนนะคะ

Advertisement

Advertisement

การขึ้นไปที่ป้อมสามารถไปได้ทั้งนั่งรถไปและเดินไป แต่ถ้าเดินไปก็ให้รู้ไว้ว่ามันคือการเดินขึ้นเขา ก็จะเหนื่อยหน่อยแต่จะได้เห็นบ้านเมืองสีฟ้าได้อย่างชัดเจน เต็มตาทั่วทุกซอกทุกมุม

ระหว่างทางไปป้อมที่พักที่เลือกพักคือ Singhvi's Haveli อาหารอร่อยมาก อาหารของที่พักที่อยากแนะนำเลยก็คือ ชิกเก้นเคอรี่ และ ชิกเก้นทันดูรีค่ะ อร่อยมาก กินกับข้าวก็ดี กินกับแป้งนานก็อร่อยค่ะ

อาหารเวลาที่เหมาะสมกับการตะลุยชมเมืองนี้ เราขอแนะนำอย่างน้อย 2 วัน เพราะแค่เที่ยวชม Mehrangarh Fort ก็ค่อนวันไปแล้ว เพื่อให้เที่ยวได้ทั่วโดยไม่เหนื่อยเกินไปจึงอยากแนะนำ 2 วัน จะดีค่ะ ซึ่งหญิงเถื่อนใช้เวลาวันเดียวยังไปไม่ครบ ไอ้ที่ไปมาแล้วก็เมมเสียอีก เลยจะกลับไปอีกในเดือนเมษายนนี่แหละค่ะ เจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ และหากคุณชอบบทความนี้ ก็สามารถแชร์บทความนี้ออกไปได้เลย และถ้าอยากจะติดตามเรื่องราวอื่น ๆ ได้ที่เพจเฟสบุ๊ค แบกกล้องชิวเที่ยวไปเรื่อย  และช่องทางยูทูป หญิงเถื่อน Traveler 


เขียนและถ่ายภาพโดย : หญิงเถื่อน