ผ่านวันปีใหม่ไทยหรือวันสงกรานต์กันไปแล้ว   หลายคนคงออกไปเล่นน้ำกันสะใจ จนลืมทำบุญไหว้พระกัน  ถนนข้าวสารซึ่งมีผู้คนไม่ว่าชาวไทยหรือชาวต่างชาติมาเล่นน้ำกันอย่างล้นหลามทุกปี   ก็มีหลายวัดที่น่าเข้าไป “ทำบุญไหว้พระ” ในวันนี้ “นายรอบรู้” ขอพาคุณไปรับบุญกันที่วัดสำคัญ 4 วัดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากถนนข้าวสารถ้าพร้อมแล้วตามเรามาเลย!

watsutad

บริเวณด้านหน้าวัดสุทัศนเทพวรารามวรมหาวิหาร มีเสาชิงช้าเป็นจุดเด่น

เริ่มต้นที่วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร วัดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ตั้งอยู่ใจกลางพระนคร ด้านหน้ามีเสาชิงช้าตั้งอยู่เป็นจุดเด่น  อาคารต่างๆ ในวัดเป็นสถาปัตยกรรมไทยที่ออกแบบอย่างสวยงามโดดเด่น  และประดับตกแต่งด้วยศิลปะจีนผสมผสานกันอย่างลงตัวให้เราเดินชมได้ไม่มีเบื่อ อาคารที่สำคัญที่ไม่ควรพลาดชมคือพระวิหารหลวง ซึ่งมีภาพจิตรกรรมขนาดใหญ่และงดงาม รวมทั้งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์สำคัญ นั่นคือพระศรีศากยมุนี ซึ่งหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ สร้างสมัยราชวงศ์พระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย ให้เราได้กราบไหว้นำบุญกลับบ้านแบบอิ่มอกอิ่มใจในวันสงกรานต์ปีนี้ทางวัดยังมีการจัดงาน “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์” ซึ่งมีการเทศน์มหาชาดก 13 กัณฑ์และพิธีสวดนพเคราะห์เสริมดวงชะตาอีกด้วย

insidewatpo

พระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปองค์สำคัญที่ประดิษฐานในพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวรารามวรมหาวิหาร

artofwatsutad

จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวรารามวรมหาวิหาร

แต่ถ้ายังรู้สึกไม่อิ่มบุญก็ขอชวนให้ไปต่อที่วัดที่สอง ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากวัดแรกสามารถเดินไปได้แต่หน้าร้อนอย่างนี้พกร่มไปหน่อยน่าจะก็ดี  วัดที่กล่าวถึงคือ วัดราชบพิธสถิตมหาสีรามราชวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5 วัดราชบพิธฯ แห่งนี้มีสิ่งที่น่าชมตั้งแต่ประตูทางเข้ากันเลยทีเดียว วัดอื่นๆประตูส่วนใหญจะเป็นรูปเทวดาแต่วัดนี้กลับเป็นทหารในชุดเครื่องแบบทหารซึ่งแต่ละประตูเครื่องแบบจะไม่ซ้ำกันเลย

doorofwatratbopid insideofwatbopid

พระพุทธอังคีรสประดิษฐานในพระอุโบสถที่ตกแต่งด้วยศิลปะกอทิก

pagodaofwatradpopid

เจดีย์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

ภายในวัดมีเจดีย์สีทองขนาดใหญ่อยู่กลางวัดล้อมรอบด้วยพระระเบียง มีพระอุโบสถทางทิศเหนือและพระวิหารทางทิศใต้ ส่วนที่เป็นไฮไลต์ของวัดคือ พระอุโบสถที่ด้านนอกเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยแต่ด้านในเป็นศิลปะกอทิก แบบยุโรป ผนังภายในพระอุโบสถมีส่วนสูงเด่นเป็นพิเศษ และมีลายเส้นอันซับซ้อนโครงสร้างหลังคาเป็นโค้งแหลมภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปองค์สำคัญ คือพระพุทธอังคีรสและพระนิรันตราย ซึ่งทั้งสององค์มีพุทธลักษณะที่งดงามน่าเลื่อมใสศรัทธา โดยสงกรานต์ปีนี้ทางวัดมีการจัดสรงน้ำพระรอบเจดีย์อีกด้วย

นอกจากสองสถานที่ทำบุญที่ “นายรอบรู้” กล่าวไปยังเหลืออีกสองที่ ที่อยากแนะนำให้ไปชมกัน คือวัดราชนัดดารามวรวิหารที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 จุดเด่นของที่นี่คือ เมื่อมาถึงจะเห็นโลหะปราสาทเป็นอย่างแรกโลหะปราสาทมียอดทั้งหมด 37 ยอด นับเป็นโลหะปราสาทที่เหลือเพียงแห่งเดียวในโลก ภายในพระอุโบสถมีพระเสฎฐตมมุนีที่หล่อขึ้นจากแร่ทองแดงตั้งประดิษฐานอยู่ อีกสิ่งทำให้วัดนี้แปลกตากว่าที่อื่นคือจิตรกรรมฝาผนังที่วาดเป็นรูปเทวดาจากกลุ่มดาวฤกษ์ทั้ง 27 กลุ่มพร้อมระบุชื่อดาวฤกษ์นั้นๆ ด้วย เช่น ดาวลูกไก่ ดาวม้า ฯลฯ   ซึ่งแตกต่างจากวัดอื่นๆ ที่มักวาดเป็นรูปพุทธประวัติและชาดก

watrachada

พระอุโบสถวัดราชนัดดารามวรวิหาร

ส่วนวัดสุดท้ายขอเอาใจคนไทยเชื้อสายจีนที่อยากทำบุญในวันสงกรานต์  สามารถไปไหว้พระได้ที่วัดทิพยาวารีซึ่งเคยเป็นวัดมอญที่กลายมาเป็นวัดจีนในปัจจุบัน วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยตลาดบ้านหม้อที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายจุดเด่นในวัดจะมีเทพของชาวจีนประดิษฐานอยู่จำนวนมาก เช่น หมออูโต๋ว, เทพปรองดองหรือเทพแห่งความรัก, เทพขุนพลเอี่ยยิ่ม, องค์ซำกวง หรือเทพ 3 ตา, พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรและเทพมังกรเขียวผู้ปกป้องบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์หรือบ่อน้ำทิพย์อันเป็นที่มาของชื่อวัดแห่งนี้นั่นเอง หลังจากกราบไหว้แล้วอย่าลืมสรงน้ำพระพุทธองค์เล็กด้านหน้าทางเข้าเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตในวันสงกรานต์ปีนี้ด้วย

tippayawi

เทพมังกรเขียวผู้ปกป้องบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ในวัดทิพยาวารีวิหาร

นอกจากที่ “นายรอบรู้” แนะนำแล้ว ในเขตพระนครก็ยังมีอีกหลายวัดให้เลือกไปทำบุญได้ตามสะดวก  หรือจะไปทำบุญที่วัดอื่นที่ไม่ใช่บริเวณนี้ก็ไม่มีใครว่า เพียงแต่ขอชวนว่าอย่าลืมไปทำบุญกันเยอะๆ ทำบุญให้ตนเอง ครอบครัวและบรรพบุรุษที่ล่วงลับรวมถึงเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ทำแล้วจะมีจิตใจสบาย การงานเจริญก้าวหน้า ร่ำรวยกันจ้า