"เทรนด์สี" มีดีกว่าแค่เป็นแฟชั่น

            ผมเคยมีโอกาสทำงานเกี่ยวกับการทำเทรนด์สีร่วมกับบริษัททำเทรนด์ระดับโลกหลายแห่ง ทำให้ได้เห็นมุมมองของการทำประโยชน์จากข้อมูลที่เราเรียกกันว่า “Color Trends”  และพอที่จะทราบความเป็นมาเป็นไปของข้อมูลตั้งแต่เริ่มต้นก่อนที่จะได้เป็นข้อมูลที่เผยแพร่สู่ผู้บริโภคในลำดับสุดท้าย

ที่มาภาพ : https://pixabay.com/th/photos/วามเงา-farbfächer-โครงสร้าง-การสร้า-5109040/

            ที่จริงแล้วการทำ Color Trends หรือบางธุรกิจเรียก Color Trend Forcasting เป็นการคาดเดาความนิยมเฉดสีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตครับ แต่ที่เราจะเห็นกันบ่อยที่สุดก็น่าจะเป็นในวงการเสื้อผ้า หรือแฟชั่น ซึ่งมักจะมีคอลเลคชั่นใหม่ๆ เกิดขึ้นในทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน หรือฝน หรือหนาว หรือใบไม่ร่วง ใบไม้ผลิ บลาบลาบลา ครับ  ส่วนในธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องก็จะมีที่เห็นกันชัดๆ ก็เช่น ในธุรกิจรถยนต์ ครับ ซึ่งในธุรกิจรถยนต์มักจะทำล่วงหน้ากันถึงประมาณ. 5 ปีทีเดียว เนื่องจากกว่าที่รถรุ่นนึงจะออกสู่ตลาดเนี่ยมันมีขั้นตอนที่ค่อนข้างนาน ดังนั้นการคาดการณ์ถึงเฉดสีที่จะเป็นทีนิยมในอนาคตจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

Advertisement

Advertisement

ที่มาภาพ : https://pixabay.com/th/photos/แฟชั่น-นักออกแบบ-สไตล์-รันเวย์-4922048/

            การเกิดของเทรนด์สี หรือกลุ่มของเฉดสีที่จะนิยมในอนาคตนั้นมีแหล่งที่มาในแต่ละธุรกิจที่ใกล้เคียงกันครับ ก็คือได้จากข่าวสาร, ความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยี, สังคมในวงการต่างๆ ที่เหล่านักวิจัยหรือกลุ่มเป้าหมายของสินค้านั้นๆ คิดว่ามันจะส่งผลต่อความคิด ความรู้สึก และการดำเนินชีวิตในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต เช่น การกลับมาของรถสีขาวมุกที่ได้รับความนิยมหลังจากที่ Honda jazz นำกลับมาทำตลาดใหม่ และโดยก่อนหน้านั้นรถสีขาวไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก ซึ่งพ่วงไปด้วยกับแฟชั่นกับไลฟ์สไตล์ของผู้ที่อยากดูทันสมัย อินเทรนด์ หรืออีกตัวเย่างเช่น การตื่นตัวของการรักษ์ธรรมชาติ ปกป้องโลก ในแต่ละธุรกิจก็จะผลิตสินค้าที่มี message ที่อ้างอิงเทรนด์ดังกล่าว เป็นต้น

Advertisement

Advertisement

ที่มาภาพ : https://pixabay.com/th/photos/ฮิปปี้-รัก-แสง-ความสงบสุข-เสื้อผ้า-2323918/

            ในมิติของผู้บริโภคเองอาจได้รับประโยชน์ในเรื่องภาพลักษณ์ความทันสมัย แต่ในมิติของผู้ประกอบการแล้วข้อมูลเทรนด์ที่มีออกมาเร็วบ้าง ช้าบ้าง (แล้วแต่ธุรกิจ) นั่นหมายถึงการเตรียมพร้อมเพื่อจะได้ผลิตสินค้าออกมาให้ทันในช่วงที่เทรนด์นั้นๆ ออกมา และทำให้ไม่เสียโอกาสการขายไปเพราะเทรนด์บางอย่างก็มาเร็วไปเร็วครับ ยิ่งเรามีข้อมูลเร็วมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งมีเวลาในการสรรหาวัตถุดิบที่ดีและมีราคาที่ถูกกว่าได้นานขึ้น ทำให้ผู้ผลิตสามารถมีกำไรได้มากขึ้นกว่าตอนที่อยู่ในเทรนด์นั้นแล้วครับ แถมมีโอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้นเพราะเริ่มขายก่อนก็ย่อมได้เปรียบเจ้าที่มาทีหลัง และด้วยเหตุนี้เองครับจึงทำให้บริษัทหลายๆ แห่งยอมควักเงินก้อนใหญ่แลกกับข้อมูลเทรนด์เพื่อหวังความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยพลังของข้อมูลครับ

Advertisement

Advertisement

ขอขอบคุณที่มาภาพ  : ภาพประกอบ 1 โดย   jennyfriedrichs จาก Pixabay,ภาพประกอบ 2 โดย  Photosbychalo จาก Pixabay, ภาพประกอบ 3 โดย  NatureFriend จาก Pixabay, เครดิตภาพปก โดย stux จาก Pixabay