วิธีการเจริญสมาธิในแบบต่าง ๆ

เราจะคุ้นกับการทำสมาธิด้วยการนั่ง ประกอบด้วยองค์ภาวนาแล้วแต่ใครจะใช้คำบริกรรมว่าอะไร เพื่อให้จิตสงบ การทำสมาธิ หรือการเจริญสมาธิ เน้นที่จิตสงบ แต่ก็ต้องอยู่ที่วาสนาของแต่ละบุคคลด้วยว่า จริตของแต่ละคน เหมาะกับกัมฐานแบบใด บางคน นั่งสมาธิบริกรรมด้วยองค์ภาวนาไม่ได้ เพียงแค่หลับตาจะเกิดการฟุ้งทันที ซึ่งบางคนอาจจะต้องเปลี่ยนวิธีไปเจริญสมาธิอย่างอื่น เช่น พิจารณาธาตุ หรือการเพ่งกสิณ อาจจะเพ่งเทียนดูแสงเทียน เพ่งลมดูการไหวของใบไม้ ดูน้ำดูความเคลื่อนไหวของน้ำแล้วดูจิตว่าเป็นเช่นไร ดูดิน หรือบางคนใช้การพิจารณาจากของเน่าเหม็น ซากศพ หรือพิจารณาอาหาร

การเจริญสมาธิด้วยการเดินจงกรม

การเดินจงกรมเป็นอีกวิธีหนึ่งที่หลายคนอาจจะชอบ และทำให้ไม่ง่วงเหมือนการนั่งสำหรับผู้ที่ฝึกใหม่ แต่ว่าเราต้องดูว่า เราจะทนได้มากน้อยแค่ไหน หากเป็นการเจริญสมาธิแบบสมถะ ก็เน้นทางสายกลางเพียงทนไหวแล้วหยุดเพื่อไม่ให้ร่างกายปวดเมื่อยจนเกินรับ แต่ถ้าเป็นวิปัสนากัมฐาน จะต้องรู้ถึงความเจ็บปวดแล้วผ่านมันไปให้ได้ โดยใช้การพิจารณา กาย เวทนา จิต ธรรม หรือเรียกว่า สติปัฏฐาน 4 การพิจารณาเริ่มจากกาย เกิดความเจ็บปวดจากการปฏิบัติ เกิดเวทนาคือความรู้สึก เอาจิตไปรับรู้ไปจับความเจ็บปวดนั้นแล้วใช้ธรรมเป็นตัวพิจารณาว่าเจ็บอย่างไรปวดอย่างไรทนได้หรือไม่ เกิดอะไรขึ้นบ้างในการอดทนจนผ่านความเจ็บปวดนั้น

Advertisement

Advertisement

ขั้นตอนการเดิน

เมื่อเราเริ่มต้นการเดินก็ต้องมีขั้นตอนของการเดิน ขั้นแรก ต้องกำหนดที่มือขวา ยกหนอ พลิกหนอ เคลื่อนหนอ วางหนอ แล้วมากำหนดที่มือซ้าย ยกหนอ พลิกหนอ เคลื่อนหนอ วางหนอ

มือขวายกหนอมือขวาพลิกหนอมือขวาเคลื่อนหนอเมื่อวางมือขวาที่ด้านหลังของเราแล้ว ก็เริ่มทำมือซ้ายเหมือนมือขวา คือการ ยกหนอ เคลื่อนหนอวางหนอ จะวางทับมือขวาเมื่อวางมือแล้วก็มาที่เท้าขวา ขวาย่างหนอ คือการยกเท้าขวาขึ้นแล้วเคลื่อนไปข้างหน้า และวางลง จากนั้นก็มาขาซ้าย ก็ซ้ายย่างหนอ กำหนดเท้าซ้ายยกขึ้น เคลื่อนและวางในระยะที่ไม่ห่างจากปลายเท้าขวาเกิน 2 นิ้ว

Advertisement

Advertisement

ขวาย่างหนอซ้ายย่างหนอในการกระทำทุก ๆ การกระทำให้ภาวนาถึงกิริยาของเรา การย่างหนอ ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ เมื่อเท้ากระทบพื้นเกิดความรู้สึกเช่นไร ส่วนมือที่วางทับไว้ด้านหลัง ห้ามให้หลุดจากกันจนกว่าจะครบตามกำหนดระยะเวลาของการเดิน ให้เอาสติไปจับทุก ๆ ก้าวย่าง ความเจ็บปวดจะเริ่มจากแขน บ่าไหล่ เมื่อผ่านครึ่งชั่วโมงไปจะเริ่มปวดเมื่อยและปวดมากขึ้นเมื่อผ่านหนึ่งชั่วโมง แต่เมื่ออดทนจนเลย หนึ่งชั่วโมงครึ่งไปแล้วความเจ็บปวดนั้นจะลดลง และเมื่อเรารู้สึกเจ็บปวด แล้วแต่ว่ากรรมของเรานั้นจะพุ่งตรงออกมาจากตรงไหนมากกว่ากัน ซึ่งบางคนอาจจะมีอาการปวดหลังร่วมด้วย แต่หากว่าในขณะที่เราเดินไปนั้นจิตฟุ้งเผลอคิดไปโน่นไปนี่เมื่อเราได้สติก็ให้ท่องว่าคิดหนอ ปวดก็ปวดหนอ เมื่อเรามีความรู้สึกไม่ว่าจะคิดหรือฟุ้งไปทางไหนก็ให้เอาความรู้สึกนั้นมาพิจารณา

Advertisement

Advertisement

วิธีนี้ ถือเป็นการขอขมากรรมได้ดีอีกวิธี ซึ่งบางคนอาจจะใช้วิธีอธิษฐานเพื่อขอขมากรรม ที่ข้าพเจ้าอาจจะเคยทำกรรมใดไว้ ท่านเจ้ากรรมท่านใดที่มาลงโทษข้าพเจ้าให้เจ็บให้ปวดให้เมื่อย ณ เวลานี้ ตรงจุดนี้ข้าพเจ้าของอภัยด้วย ได้โปรดอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด เมื่อเราอธิษฐานและคิดอย่างนี้จะทำให้เรามีกำลังใจในการปฏิบัติมากขึ้น