รุ่งสางในเดือนปลายฝนกลางหุบเขาเมืองแม่แจ่ม อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ สายหมอกลอยระเรี่ยห่มคลุมท้องทุ่งนาเหมือนดังม่านขาวผืนใหญ่รอเปิดฉากให้ตัวละครเอกอย่างพระอาทิตย์ดวงโตได้เผยโฉม ใครหลายคนรวมทั้ง “นายรอบรู้” ตั้งกล้องล็อกมุมเก็บภาพความงาม ณจุดชมทะเลหมอกบ้านบนนานับเป็นจุดไฮไลต์ของการชมทะเลหมอกที่ต้องมาสัมผัส

สัมผัสสายธารหมอก ดอกไม้ และผืนนาขั้นบันได

แม้วันนั้นเราไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์กลมโตสาดแสง แต่การได้เดินเข้าไปสัมผัสสายธารหมอกที่ค่อยๆ ไหลมาห่มคลุมกายจนถูกกลืนหายไป ก็เป็นช่วงเวลาที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังกระโดดโลดเต้นอยู่ในอากาศ

แม่แจ่มคืออำเภอขนาดใหญ่ที่สุดของเชียงใหม่ ตั้งชื่อตามลำน้ำสายหลักที่ไหลหล่อเลี้ยงพื้นที่ของอำเภอตั้งแต่เหนือจดใต้  เมื่อราว 50 กว่าปีก่อนเมืองแม่แจ่มไม่มีถนนหนทางออกสู่เมืองใหญ่ มีเพียงทางป่าและขุนเขาสูงชันสลับซับซ้อนโอบล้อม ผู้คนดำเนินชีวิตตามวิถีอันเรียบง่ายอยู่กับผืนป่า จนกล่าวขานกันว่าเป็น “เมืองลับแลแห่งดินแดนล้านนา” จนเมื่อมีทางสายแม่แจ่ม-ฮอด-แม่สะเรียง จึงเป็นเส้นทางนำแม่แจ่มออกจากอ้อมกอดของเทือกเขาถนนธงชัย ขณะเดียวกันก็นำนักเดินทางเข้ามาค้นหาและสัมผัสแม่แจ่ม

เมื่อสายหมอกเริ่มจาง โชเฟอร์ก็พามุ่งหน้าไปที่บ้านดินขาวตำบลปางหินฝน ชมดอกบัวตองสีเหลืองสดสะพรั่งอวดโฉมบนเนินเขาและสองข้างทาง วัดพระมารดานิจจานุเคราะห์ หรือที่ชาวแม่แจ่มเรียกว่าโบสถ์เซนต์โยเซฟ ตั้งตระหง่านบนเขาสูงเป็นฉากหลัง เสริมให้บรรยากาศแสนโรแมนติก

นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวนาขั้นบันไดบ้านแม่ลองนาขั้นบันไดสีเขียวดังผืนพรมห่มคลุมจากเชิงดอยลงสู่หุบเขาแต่น่าเสียดายว่าวันที่เราไปนั้นรวงข้าวสีทองถูกเก็บเกี่ยวไปก่อนหน้าเพียงไม่กี่สัปดาห์

วิจิตรงดงามตามรอยทางพระพุทธศาสนา

ในเมืองแม่แจ่มมีวัดวาอารามที่เก่าแก่และวิจิตรงดงามไม่แพ้ธรรมชาติ อย่างวัดพุทธเอ้นตำบลช่างเคิ่ง ซึ่งมีโบสถ์กลางน้ำที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “สิมน้ำ” สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์หรือราว 200 ปีมาแล้ว  โบสถ์เป็นไม้ทั้งหลัง หลังคามุงแป้นเกล็ด หน้าบันเป็นไม้แกะสลักลายพรรณพฤกษาที่งดงามสิมน้ำนี้ใช้เป็นสถานที่อุปสมบทพระภิกษุโดยมีน้ำเป็นเขตขัณฑสีมา เรียก “อุทกสีมา” ถือเป็นเขตบริสุทธิ์    

ถัดไปทางทิศเหนือวัดกองกานในวิหารประดิษฐานพระเจ้าตนหลวงพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง วิหารยังเป็นวิหารไม้เก่าแก่ หน้าบันและปั้นลมเป็นไม้แกะสลักลวดลายงดงามน่าชม

จากนั้นพวกเราไปชมวัดป่าแดดในตำบลท่าผากันต่อ  เป็นวัดเล็กๆ แต่โดดเด่นด้วยจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติและชาดกต่างๆ รวมทั้งภาพแสดงวิถีชีวิตชาวแม่แจ่มเมื่อ 100 กว่าปีก่อน โดยฝีมือช่างชาวไทใหญ่  ใกล้กันเป็นที่ตั้งของวัดยางหลวงวัดใหญ่และสำคัญอีกแห่งของแม่แจ่ม  ชื่อวัดเรียกตามกลุ่มชาติพันธุ์ยางหรือกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นกลุ่มชนที่ร่วมแรงร่วมใจสร้างวัดนี้ขึ้น  สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์คือบริเวณด้านหลังพระประธานในโบสถ์เป็น “คิจกูฏ” หรือ “กิจกูฏ” คือกู่ปราสาทซึ่งบ่งชัดถึงการผสมผสานระหว่างศิลปะพม่ากับล้านนาได้อย่างงดงาม หาชมได้ยาก

เมื่อทุกคนไหว้พระประธาน ชมคิจกูฏเรียบร้อยแล้ว พ่ออุ๊ยที่ดูแลวัดยางหลวงก็ชี้ชวนให้มายืนรวมกันหลังบานหน้าต่าง จากนั้นก็ปิดประตูหน้าต่างทุกบาน เว้นเพียงบานหน้าต่างตรงหน้าที่แง้มออกให้แสงแดดส่องผ่านช่องเล็กๆ ตกสู่พื้น สะท้อนเป็นภาพเสมือนจริงของวิหารองค์ข้างๆ  สิ่งนี้นับเป็นความงามทางพุทธศิลป์ที่แฝงไว้ให้ผู้มาเยือนได้ค้นหา