ภาพปกจาก https://pixabay.com

มีวันหนึ่งป้า K ได้ตัดสินใจที่จะทำเลเซอร์สลายฝ้า  ด้วยการที่เป็นคนกลัวเจ็บมากจนถึงมากที่สุด (แต่ไม่กลัวตาย ขอแต่อย่าเจ็บเป็นพอ) จนเกิดอาการเกร็งและเครียดมากขณะที่คุณหมอกำลังเปิดเครื่องเลเซอร์เพื่อทำการอุ่นเครื่องให้ได้ที่ พอยิงจุดแรกป้าก็สะดุ้งเล็กน้อย แต่แค่กระตุก ๆ ไม่เลวร้ายอย่างที่กลัวค่ะ เสียเวลาเครียดเกร็งจนเกือบจะเป็นลมโดยใช่เหตุ  สุดท้ายก็รับคำแนะนำทั่วไปในการดูแลผิวหน้าหลังจากการยิงเลเซอร์ ป้าก็ฟัง จนสุดท้ายคุณหมอบอกว่า “คุณลูกค้า ถ้าทำได้นะค่ะ ก็อย่าส่องกระจก ถ้าไม่จำเป็น!”  พอจ่ายเงินพนักงานด้านนอกบอกอีกว่า “ไม่ส่องกระจกบ่อยนะค่ะ เดี๋ยวจะเครียด” สาวบลอน

ภาพจาก  https://pixabay.com

ป้าว่าคนเราส่องกระจกมากเกินไปจนมองเห็นแต่ภายนอก ทำให้เราหดหู่, ไม่พอใจในภาพลักษณ์ของตัวเอง และกระเสือกกระสนที่จะทำให้ภายนอกดูดีขึ้น หรือพอมีคนทักเชิงติรูปร่างหน้าตา เราก็นอนไม่หลับ กระวนกระวายว่าจะทำอะไรได้บ้าง จริง ๆ เราควรทำแต่พองาม เรื่องนี้ป้าก็ทำ แต่การโฟกัสกับมันมากเกินไป จนทำให้เราลืมคิดไปว่าอะไรที่สำคัญกว่าแค่การดูดีภายนอก เราจะพอใจกับภาพลักษณ์ตัวเองได้เมื่อไร? แล้วหันไปเน้นที่คุณค่าที่เราจะสร้างให้กับตัวเองและเพิ่มคุณค่าให้กับสังคมหรือคนรอบข้างได้อย่างไร

Advertisement

Advertisement

 

เราต้องรู้จักอ่อนโยนกับตัวเองบ้าง อย่าคาดหวังว่าต้องแปะสมบูรณ์แบบตลอดเวลา รู้จักหัวเราะให้กับความหลงลืมหรือความผิดพลาดของตัวเอง เหมือนกับประโยคหนึ่งจากละครที่ป้าเคยดู “เหนื่อยก็พัก ไม่รักก็พอ” จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร  จงอดทนกับความล้มเหลวของเราเองเพื่อให้เวลาและโอกาสตัวเราได้พัฒนาทำให้ดีขึ้น สามีป้าเป็นคนที่ชอบหัวเราะให้กับความผิดพลาดของตัวเอง คือมองเป็นเรื่องตลก (แต่เรียนรู้จากมัน) ป้าก็เรียนรู้ที่จะยอมรับการเป็นปถุชนคนธรรมดาจากเค้านี่แหละค่ะ สาวน้อยหัวเราะ

Advertisement

Advertisement

ภาพจาก  https://pixabay.com

ป้า K ก็เพียงอยากจะสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ว่า คนเราต้องรู้จักคิดให้ต่างในทางที่จะสร้างพลังให้กับตัวเองเพื่อก้าวต่อไปเพื่อตัวเองและคนที่รักคุณ แล้วจะพบว่าความสุขอยู่ไม่ไกลและไม่แพงค่ะ ส่วนฝ้าป้าก็ยังติดสนิทกับมันอยู่เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือความเข้าใจที่จะมีความสุขมากขึ้นต่างหากกอด

 ภาพจาก  https://pixabay.com