คุณเคยไหมครับ...ตั้งเป้าหมายไว้ต้นปี วางแผนทำอะไรบางอย่าง ทำได้ไม่กี่วัน ก็เข่าอ่อน ล้มเลิกและร้างลาในที่สุด คนส่วนใหญ่เป็นเช่นนี้ครับ ไม่ต้องตกใจที่เราเป็นหนึ่งในนั้น อย่างไรก็ดี มีคนส่วนหนึ่งที่ทำสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ พวกเขาทำโดยต่อเนื่องจนชีวิตเจริญก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ

จากการค้นคว้าตำราเกี่ยวกับการพัฒนาตนเองและบริหารธุรกิจ สรุปได้ว่า เราแต่ละคนควรกำหนดเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน เพราะเป้าหมายทำให้เราก้าวไปอย่างถูกทิศ ไม่หลงทางกลางทะเล ไม่เสียเวลาเปล่าประโยชน์ พอกำหนดเป้าหมายให้ชัดแล้วค่อยมาเขียนแผนหรือวิธีการปฏิบัติที่นำไปสู่เป้าหมาย จากนั้นเวลาเจออุปสรรคก็ต้องแก้ไขไปเรื่อย ๆ และย้อนกลับมาตระหนักถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้อีกครั้ง เพื่อตระหนักถึงแผนที่จะกระทำต่อไป

แต่เหตุผลที่การมองเห็นเป้าหมายแล้วทำให้รู้สึกหดหู่ท้อแท้ก็คือ ขนาดของเป้าหมายมันใหญ่เกินตัว เพราะเรามักจะเห็นภาพเป้าหมายที่ใหญ่โตอยู่ในหัว แล้วตัวเราเล็กนิดเดียวพยายามมุ่งมั่นเดินเข้าไปหา....สิ่งที่ยิ่งใหญ่ซึ่งอยู่ไกลออกไปไม่รู้เท่าไหร่ เราจึงเริ่มรู้สึกท้อทุกครั้งที่นึกถึงเป้าหมาย และเมื่อนั้นกำลังใจเริ่มจะลดลง

Advertisement

Advertisement

ภาพเป้าหมาย

กำลังใจของคนเราเปรียบเหมือนเครื่องยนต์ที่มีน้ำมันเต็มเปี่ยม พร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้า ถ้ากำลังใจไม่ค่อยมี เราก็ไม่ค่อยมีแรงอยากทำอะไร ยิ่งปล่อยนานวัน ถ้าไม่เติมน้ำมันหรือไม่ปลุกเพิ่มกำลังใจ มันย่อมระเหยหายไปในที่สุด

แล้วคนส่วนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จกับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ เขาทำกันอย่างไร คำตอบคือ เขาทำตรงข้ามกับสองย่อหน้าข้างต้นครับ....หนึ่ง เขามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ แต่เวลาที่นึกถึงเป้าหมายครั้งใด เขาจะนึกถึงเป้าหมายย่อย ๆ ในแต่ละวันครับ เพราะการนึกถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ มันย่อมไม่มีทางสำเร็จ มีแต่บั่นทอนพลังเรี่ยวแรงในตัวคุณมากกว่า ส่วนการนึกถึงเป้าหมายที่ถูกซอยทอนเล็ก ๆ ย่อยๆ ที่ทำได้สำหรับแต่ละวัน จะทำให้คุณรู้สึกมีพลังใจฮึกเหิมอยากทำมากกว่า เช่น เป้าหมายลดน้ำหนักสิบกิโลกรัม คุณอาจซอยเป้าหมายลงมาเป็นลดเดือนละ หนึ่งถึงสองกิโลกรัม เมื่อนั้นคุณจะเห็นว่ามันไม่ไกลเกินเอื้อม มองเห็นวิธีการง่าย ๆ โดยการวิ่ง 2-3 วัน/สัปดาห์ กินอาหารอย่างพอดี ปฏิบัติได้อย่างนี้หนึ่งเดือนค่อยลองวัดผลโดยชั่งน้ำหนัก เป้าหมายที่ซอยย่อยทำให้เราบรรลุเป้าหมายง่ายกว่าตั้งเป้าใหญ่ลดทีเดียวสิบกิโล

Advertisement

Advertisement

อีกตัวอย่าง ถ้าคุณอยากเขียนบทความหรือเรื่องสั้นสักหนึ่งเรื่อง แต่คิดไม่ออกหรือกลัวล้มเลิกกลางคันเหมือนเดิม ไม่สามารถเขียนจนสำเร็จได้ คุณก็ลองตั้งเป้าหมายใหม่ คือ จากที่มองเห็นเป้าหมายเป็นเรื่องสั้นหรือบทความที่เสร็จสมบูรณ์หนึ่งถึงสามหน้า คุณอาจซอยเป็นเป้าหมายที่ต้องบรรลุสามช่วง เพื่อมิให้รู้สึกท้อกลางคัน เป้าหมายการเขียนของคุณอาจแบ่งเป็น ช่วงที่ 1 เขียนร่างโครงเรื่องหรือภาพรวม ช่วงที่ 2 เพิ่มเติมขยาย/ใส่รายละเอียดเนื้อหนังต่อเติมโครงเรื่องให้สมบูรณ์ ช่วงที่ 3 ตบแต่งภาพรวมให้สวยงาม ให้มีความเต็มอิ่มทั้งสาระและบันเทิง คุณต้องระลึกว่า งานเขียนทุกอย่างควรมีสามช่วงดังกล่าว อย่าใจเร็วข้ามขั้นไปช่วงที่ 3 โดยไม่ได้ผ่านบันไดก่อนหน้า เพราะจะทำให้เรื่องของคุณหลวมไม่กระชับไม่สมเหตุสมผล

Advertisement

Advertisement

สอง คุณต้องรู้จักให้กำลังใจตัวเองครับ ไม่ลืมว่า ใครที่ดูแลรดน้ำต้นไม้อย่างดี เขาย่อมได้เห็นต้นไม้ผลิดอกออกผลอย่างแน่นอน เช่นเดียวกันถ้าคุณอยากเห็นความเจริญก้าวหน้าในชีวิต คุณต้องเติมน้ำมันให้ตัวเองบ่อย ๆ ยิ่งวันไหนที่คุณทำเป้าหมายย่อยไม่คืบหน้าเท่าไหร่ คุณก็ต้องให้กำลังใจตัวเองเพื่อมิให้รู้สึกถอดใจและล้มเลิก

กำลังใจเป็นเรื่องภายในตัวเราแต่ละคน ไม่มีใครทำแทนกันได้ เนื่องจากเรามองไม่เห็นปริมาณกำลังใจของแต่ละคนด้วย แต่กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญในการแข่งขันครับ โดยเฉพาะนักกีฬาที่เผชิญภาวะกดดัน กำลังใจเท่านั้นที่ทำให้พลิกวิกฤติเป็นโอกาสคว้าชัยชนะมาได้ สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่วิธีคิด วิธีมองเพื่อเพิ่มพลังเพิ่มแรงใจให้กับตัวเอง

ทำเพื่อคนรัก

แนะนำหนึ่งวิธีที่ให้กำลังใจตัวเองก็คือ เปลี่ยนมุมมองต่อเป้าหมายใหม่ แทนที่จะมองว่าทำสิ่งต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อตัวเองตอบสนองความต้องการของตัว ให้เปลี่ยนเป็นมีเป้าหมายทำเพื่อผู้อื่น กระทำสิ่งทั้งหลายโดยมีเป้าหมายเพื่อคนที่คุณรัก เพื่อคนรอบข้าง เพื่อสังคม ให้นึกภาพรอยยิ้มของคนรอบข้าง คนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า และสังคมรอบตัวเมื่อพวกเขาได้รับผลดีจากสิ่งที่คุณทำ คุณจะมีเรี่ยวแรงพลังขึ้นมาทันใด นึกบ่อย ๆ คุณก็ได้กำไรมีน้ำมันเติมเต็มถังอยู่เสมอ

โดยเฉพาะยามที่ท้อเจออุปสรรคมากมาย เติมน้ำมันให้ตัวคุณด้วย นึกถึงภาพคนรัก นึกถึงรอยยิ้มของลูกหลานคนชิดใกล้ ชีวิตจึงมีแรงเดินต่อ...จดจำไว้ว่า เวลาคนเขาบอกให้นึกถึงเป้าหมาย คุณไม่ควรนึกถึงเป้าหมายที่ใหญ่ แต่เป็นภาพเป้าหมายที่ซอยย่อยแล้ว รวมทั้งนึกถึงรอยยิ้มของคนที่รัก คนที่คุณเอาใจใส่เขา เท่ากับคุณเตรียมพร้อมเรี่ยวแรงพลังใจในการทำงานแล้ว มีภาพเป้าหมายชัดในหัว มีหัวใจที่เปี่ยมความรัก ผลย่อมเป็นการกระทำที่ค่อย ๆ สืบสานหนทางสู่เป้าหมายย่อยจนสำเร็จหรือคืบหน้าได้ คุณจะกลายเป็นคนมีเป้าหมาย ไม่ไถลนอกลู่ทาง เดินตรงสู่จุดหมาย

บรรลุชัย

และคุณจะเป็นผู้ที่ดำเนินชีวิตแบบรู้คุณค่าของเวลาเพราะได้ชื่นชมความสำเร็จของการบรรลุคว้าชัยย่อม ๆ ในแต่ละวัน เหมือนคุณค่อย ๆ ขีดเส้นออกไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ แม้จะช้าแต่ก็มีความสุขจาการเห็นตัวเองขีดเส้นให้ถึงเป้าหมายเล็ก ๆ ทุกวัน

ทำได้เช่นนี้ คุณก็บรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้เหมือนกับนักกีฬาทีมชาติที่มีอนาคตไกลเพราะชนะใจตัวเองในทุกวัน คุณสามารถทุ่มเทพยายามต่อเนื่องเพราะมีความสุขกับการทำสิ่งที่ดี ให้ตัวเองและผู้อื่น เพราะคุณรู้เคล็ดลับความสำเร็จอยู่ที่เป้าหมายกับกำลังใจ...ขอให้สนุกกับทุกเส้นทางที่ไปครับ

 

 

ภาพโดย  ผู้เขียน