เคล็ดลับของคน “บ้าพลัง”

เครดิตรูปภาพ คลิก

หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าแต่ละคนเกิดมาเพื่อสิ่ง ๆ เดียว โฟกัสแค่อย่างเดียวให้สำเร็จก็พอแล้ว แต่คุณก็เคยเห็นคนที่ทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน แถมทำได้ดี ประสบความสำเร็จทุกอย่างใช่หรือเปล่า จนคุณก็อาจจะแอบสงสัยว่าคนเหล่านั้นเขาเอาเวลาจากไหน หรือ เอาพลังมาจากไหนมากมาย

คนบ้าพลังเครดิตรูปภาพ คลิก

จริง ๆ แล้วคนบ้าพลังเหล่านี้ก็เป็นคนธรรมดาอย่างเรา ๆ มีเวลาและพลังงานพอ ๆ กับเรา นี่แหละ แต่คนเหล่านี้มีวิธีการจัดการทรัพยากรต่าง ๆ ที่เขามีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ

บอกไว้ก่อนว่าแต่ละคนมีวิธีในการประสบความสำเร็จไม่เหมือนกัน คุณไม่จำเป็นจะต้องบ้าพลังเสมอไป แต่มันก็อาจจะมีบ้างที่บางช่วงชีวิต บางจังหวะ คุณต้องหยิบจับหลายสิ่งจริง ๆ เช่น บางคนเป็นทั้งพนักงาน เจ้าของธุรกิจ และเป็นคุณแม่ในเวลาเดียวกัน ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องยืมเคล็ดลับของพวกบ้าพลังมาใช้บ้าง แล้วเคล็ดลับของคนบ้าพลังมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

Advertisement

Advertisement

1. รักษาทัศนคติ “ยิ่งชีพ”

ก้าวแรกของการมีพลังทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างล้นเหลือนั้นเริ่มต้นจาก “ทัศนคติ” ทัศนคติคือวิธีการมองโลกของเรา ถ้าคุณอยากจะทำหลาย ๆ สิ่งให้ประสบความสำเร็จ คุณจำเป็นจะต้องมีทัศนคติที่โคตรดี

คนบ้าพลังเครดิตรูปภาพ คลิก

ณ ปัจจุบันนี้ ผู้เขียนทำงานประจำที่จะต้องทำการตลาดออนไลน์ทั้ง YouTube, Facebook, Website, [email protected] และทำ Content ให้กับ Product 4 ตัว โดยมีเพื่อนร่วมทีมเพียง 6 คน นอกนี้ยังมีงานสอนพิเศษ งานเขียนบทความ ดูแลเพจส่วนตัว 3 เพจ ดูแลเว็บไซต์ส่วนตัว และวางแผนในการสร้างโอกาสที่จะเป็นศิลปิน นักร้องให้กับตัวเอง

การจะดูแลสิ่งต่าง ๆ ให้อยู่มือได้ อันดับแรกผู้เขียนบอกกับตัวเองว่า จะพยามไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้ทัศนคติเราตกต่ำลง เช่น ไม่ร่วมวงนินทาคนอื่น ไม่อ่านข่าว Gossip และไม่ตอบโต้คนที่คิดไม่ดีด้วย เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่อารมณ์เราบูด พลังงานเราจะไม่กระฉูดทันที

Advertisement

Advertisement

https://www.pexels.com/photo/woman-in-white-blazer-holding-tablet-computer-789822/เครดิตรูปภาพ คลิก

นอกจากหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็น Negative แล้ว “ความเชื่อ” ถือเป็นทัศนคติที่สำคัญมาก หากเราเชื่ออย่างไร เราจะประพฤติตัวเองเช่นนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเห็นคนที่เก่งมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักดนตรี นักธุรกิจ หรือใครก็ตาม ที่คุณใฝ่ฝันอยากจะเป็นเหมือนพวกเขา ให้คุณบอกกับตัวเองทันทีว่า “คุณเป็นได้แน่นอน” คุณสามารถร้องเพลงได้เพราะเท่า Mariah Carey แน่นอน คุณพูดเก่งเหมือนโน้ส อดุมได้แน่ คุณวาดรูปได้สวยเหมือนอาจารย์โอดะได้ เมื่อคุณคิดเช่นนี้คุณจะเกิดแรงผลักดันในการตั้งใจทำให้สำเร็จ แม้ว่าสุดท้ายแล้วคุณอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนพวกเขา 100% แต่เชื่อว่ามันจะใกล้เคียง หรือไม่คุณก็จะได้ตัวเองใน Version ที่ดีขึ้นในแบบของคุณอย่างแน่นอน

Advertisement

Advertisement

แต่ถ้าคุณพูดว่า “มันยาก” ทุกอย่างจะ Shut Down ลงทันที ดังนั้นแล้ว “รักษาทัศนคติยิ่งชีพ” นะคะ

2. เมื่อไม่มีเวลา ก็ต้อง “หาเวลา”

คำพูดที่ผู้เขียนได้ยินแล้วค่อนข้างจะหงุดหงิดคือคำว่า “ไม่มีเวลา, งานยุ่ง, ไม่ว่าง” อะไรพวกนี้ อาจจะด้วยทุกสิ่งที่ทุกอย่างที่ตัวเองทำมากมาย (ที่ได้กล่าวไปในข้อ 1) ก็ไม่ได้มาจากเวลาที่มากมายเหลือเฟืออะไร

สำหรับกิจกรรมบางอย่างที่มันไม่ได้สำคัญต่อชีวิตและเป้าหมายของคน ๆ นั้น หากจะบอกว่าไม่มีเวลา ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่สำหรับบางอย่างที่สำคัญต่อเส้นทางของเขา แต่เขาไม่ทำ โดยอ้างว่าไม่มีเวลานั้น เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ค่ะ เช่น การพัฒนาตัวเอง ถือเป็นสิ่งสำคัญของคนที่อยากจะประสบความสำเร็จ แต่บางคนกลับบอกว่าไม่มีเวลาเรียน ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ ไม่มีเวลาฝึกซ้อม ฯลฯ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

โอเค ไม่มีเวลาไม่เป็นไร เราเสนอทางแก้ไขปัญหาให้ นั่นก็คือการพยายาม “หาเวลา” ให้กับตัวเองอยู่เสมอ การจัดเวลา ก็คล้าย ๆ กับการจัดบ้านนั่นแหละ เมื่อบ้านคุณรก คุณก็จัดมัน แล้วคุณจะพบ Space ที่ซ่อนอยู่อย่างไม่คาดคิด ในแง่ของเวลา Space เหล่านั้น อาจจะอยู่ในระหว่างที่รอรถไฟฟ้า ก่อนเข้าประชุม ระหว่างที่นั่งท้อใจ หรือระหว่างรถติด หามันให้เจอ แม้มันจะเป็นแค่เศษเวลาแต่มันก็มีค่ามีความหมายเหมือนกัน

คนบ้าพลังเครดิตรูปภาพ คลิก

ผู้เขียนเองไม่มีเวลามากมายในการอ่านหนังสือ จึงอาศัยเวลาที่พักสายตาจากการทำงานบนจอคอมพิวเตอร์ ในการหยิบหนังสือที่เป็นเล่ม ๆ มาอ่าน ครั้งละ 5 นาที หรือสัก 1 หัวข้อ ในที่สุดก็สามารถอ่านหนังสือจบเป็นเล่มได้ และกลับกลายเป็นการอ่านหนังสือที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการอ่านเป็นชั่วโมง ๆ เนื่องจากการอ่านหนังสือสั้น ๆ 5 นาที ทำให้เรารับรู้ทีละหัวข้อ ทีละประเด็น มีเวลาให้เก็บไปคิด ทำความเข้าใจและย่อยเนื้อหา

เมื่อไม่มีเวลา จงหามันให้เจอ มันอาจจะซุกซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งในระหว่างการใช้ชีวิตของคุณ

3. เหยียดชีวิตของเราออก

การเหยียดชีวิตออกหมายถึงการทำเพิ่มอีกนิด เกินกว่าเป้าหมายที่ทำสำเร็จแล้ว การขยายเวลาในการทำงานอีกสักหน่อย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

ที่ทำงานเก่าของผู้เขียนเคยสอนวิธีในการตั้งเป้าหมาย (ตอนนั้นทำงานเป็นเซลล์) ว่าให้ตั้ง 2 เป้า นั่นก็คือ Smart Goal เป็นเป้าหมายที่เราทำถึงหรือมีแนวโน้มที่จะทำสำเร็จแน่ ๆ กับ Stretch Goal ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เราสามารถยืดเหยียดให้ไปแตะได้อีก (Stretch แปลว่ายืดเหยียด)

ซึ่งการเหยียดตัวเองออก เป็นสิ่งที่คนบ้าพลังชอบมาก ๆ เขาจะสนุกกับการที่ได้มี Extra Time ในการทำงาน อาจจะทำให้นอนน้อยลงบ้าง มีเวลาเล่นไร้สาระลดลง แต่สิ่งที่ได้นั้นสนุกและคุ้มค่ามากกว่าจริง ๆ

คนบ้าพลังเครดิตรูปภาพ คลิก

4. อย่าทำตัวเป็นมนุษย์ปริศนา จงลงมือทำ

มนุษย์ปริศนามักจะมีคำว่า “ถ้า” เต็มไปหมด ถ้าฉันทำอย่างงั้น ถ้าฉันขยัน ฉันย้อนเวลากลับไปได้ ผู้เขียนมักจะเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “มนุษย์ปริศนา” หรือ “มนุษย์ What if” ที่ทั้งชีวิตของเขาจะเริ่มต้นด้วยคำว่า “ถ้า” และจบด้วยคำว่า “ถ้า”

คนบ้าพลังเป็นคนแบบนั้น ถ้าเขามัวแต่คิดว่า “ถ้า… ถ้า… ถ้า…” เขาจะหมดเวลาและพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ทันที สิ่งเดียวที่จะกำจัดคำว่า “ถ้า” ให้หายไปได้ คือ การ “ลงมือทำ” ลงมือศึกษาหาข้อมูล เห็น Journey ที่จะเดินไปถึงเป้าหมายให้ชัด รู้ว่าอะไรเป็นอุสรรค วางแผนที่จะรับมือกับมัน ขจัดความกลัวออกไปให้หมด จากนั้นก็ลงมือทำได้เลย และขอย้ำว่าทำ “ทันที” ด้วยค่ะ

5. Multiple Tasks For Only One Purpose

Multiple Tasks For Only One Purpose หมายถึงการทำหลายอย่าง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นล้วนแล้วแต่เพื่อวัตถุประสงค์เดียวเท่านั้น คุณไปถามตัวเอง คุยและเคลียร์กับตัวเองให้ชัด ว่า “ชีวิตของคุณต้องการอะไรมากที่สุด” เป้าหมายชีวิตคนเรามันมีอยู่ไม่กี่อย่าง และขั้นปลายหรือที่เรียกว่า Ultimate Goal มันก็มีอยู่แค่สิ่งเดียว เช่น อยากมีความสุข เมื่อคุณอยากมีความสุข คุณจึงคิดต่อว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข แล้วคุณต้องทำอย่างไรจึงจะได้มันมา แตกประเด็นออกไปเรื่อย ๆ แต่เป้าหมายสูงสุดมีแค่เรื่องเดียว จงไปหามันให้เจอ ถ้าคุณไม่หาให้เจอ คุณจะทำหลายอย่างแบบสะเปะสะปะและเหนื่อยสุด ๆ

คนบ้าพลังขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pexels.com/photo/abstract-accuracy-accurate-aim-262438/

การมีเป้าประสงค์เดียวแต่ทำหลายอย่าง มันจะทำให้คุณจัดลำดับความสำคัญต่าง ๆ ได้ บางทีคุณอาจจะต้องสูญเสียกิจกรรมบางอย่างไป แต่เป้าหมายคุณชัดพอ คุณก็ใช้กิจกรรมอื่นไต่เต้าไปให้ถึงเป้าหมายนั้นได้ เปรียบได้กับเป้าหมายคือจุดหมายปลายทาง ส่วนกิจกรรมหรืองานต่าง ๆ ก็เปรียบเหมือนวิธีการเดินทางหรือเส้นทางที่จะพาคุณไปยังจุดหมายนั้น

นอกจากนี้ การทำเช่นนี้จะทำให้ชีวิตของคุณ Flow ไปในทางเดียวกัน แต่ละสิ่งที่ทำจะไม่ดึงรั้งกันเอง แต่จะช่วยผลักดันกันและกันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ช่วยให้ถึงเส้นชัยได้เร็วขึ้นด้วย

ในกรณีที่คุณรู้สึกว่างานที่คุณทำไม่ใช่สิ่งที่อยากทำ ไม่ใช่เป้าหมาย แต่มันเป็นภาระ เป็นความจำเป็นที่จะต้องทำ ให้คุณหาจุดร่วมกับเป้าหมายของคุณให้ได้ และดูว่ามันจะช่วยเสริมทักษณะที่จำเป็นของคุณได้อย่างไรบ้าง บางครั้งคุณอาจจำเป็นจะต้องกินยาขมบ้าง เพราะถึงจะไม่ชอบ มันก็ยังดีต่อสุขภาพของเรา แต่ถ้าหากมันทั้งขม แล้วยังไร้ประโยชน์อีกละก็… คายทิ้งเถอะค่ะ อย่าเสียเวลา

6. รักษาสุขภาพไว้ให้ดี

แม้จะบ้าพลังขนาดไหน การพักผ่อนก็เป็นสิ่งสำคัญ ว่ากันว่าคนที่ทำงานเก่งมักจะจัดเวลาในการ “พักผ่อน” ของตัวเองด้วย เพราะถ้าคุณไม่จัดเวลาพักผ่อน คุณก็จะพักแบบเรื่อยเปื่อยไม่เป็นกิจลักษณะ บางคนถึงขั้นลงทุนซื้อหมอนราคาแพง ๆ เพื่อจะได้ “ตั้งใจนอน” อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เช้าวันรุ่งขึ้นเขาตื่นมามีพลังทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย และบางคนก็จัดเวลา “ออกกำลังกาย” เพื่อสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งพร้อมที่จะรับงานที่ถาโถมเขามา นอกจากนี้คุณควรที่จะคัดเลือกอาหารที่จะเข้าไปในปากของคุณด้วย เพราะนั่นก็ส่งผลต่อสุขภาพและอายุไขของคุณเช่นกัน

คนบ้าพลังเครดิตรูปภาพ คลิก

ทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับทั้ง 6 ข้อ ที่คนบ้าพลังมักจะใช้กัน ผู้เขียนก็อยากจะขอให้คุณลองเอาสิ่งเหล่านี้ไปใช้กับตัวเองในบางช่วงเวลาที่จำเป็นต้องบ้าพลังจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงทำ Project ใหญ่, ช่วงสอบ หรือในช่วงที่ธุรกิจส่วนตัวกำลังไปได้สวย เผื่อว่าจะช่วยพลิกสถานการณ์ที่สุดแสนจะทรมาน หนักหนา ให้กลายเป็นเรื่องสนุกและท้าทายได้

โอ้

IG : ohkansiri

Facebook : fb.me/justlearntogether

Fan Page : fb.me/ohkansiri

YouTube : https://bit.ly/2PpkbZu

Website : http://justlearntogether.com/

Blog : https://cities.trueid.net/@8408