ถ้าพูดถึงแมว เพื่อน ๆ นึกถึงอะไรเป็นอย่างแรกกันบ้างคะ ถ้าเป็นนกยูงก็คงจะความนุ่มนิ่มของพุงน้องแมวนี่ล่ะค่ะ สัมผัสที่หาจากที่ไหนไม่ได้อีกและใช่ว่าน้องแมวทุกตัวจะยอมให้เราจับพุงได้ง่าย ๆ นะคะ นอกจากจะต้องได้รับความไว้วางใจจากน้อง ๆ เค้าแล้ว ก็ยังต้องขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัย ความขี้เล่นของน้องเหมียวอีกด้วย

และแล้วเราก็เดินทางมาถึง EP.5 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับบทความ เกิดเป็นทาสอย่าให้เสียชาติเกิด : รวมสิ่งที่ทาสแมวต้องเรียนรู้ จริง ๆ ผู้เขียนเองคิดว่าเรื่องราวต่าง ๆ ของน้องแมว จะจบเรื่องเอาไว้ประมาณ EP. ที่ 3 แต่ด้วยความที่คลุกคลีกับน้องแมวอยู่เกือบจะตลอดเวลา ก็ทำให้ได้รู้ว่าเค้ามีเรื่องราวต่าง ๆ ให้เราเปิดใจเข้าไปเรียนรู้อยู่เรื่อย ๆ เลยล่ะค่ะ และวันนี้นกยูงจะพาเพื่อน ๆ ไปสะสมความรู้ ความเข้าใจที่อยู่บนพื้นฐานของความรักเจ้าเหมียวกันค่ะ เรียนเชิญเพื่อน ๆ พี่ ๆ เหล่าทาสแมว เก็บความรู้ที่ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

Advertisement

Advertisement

แมว

ภาพจาก pixabay.com

1. กลิ่นในช่องปากจะสร้างความยุ่งยาก ถ้าหากละเลย

การมีกลิ่นปากบ่งบอกอะไรได้หลาย ๆ อย่างเลยนะคะ โดยปกติแล้วกลิ่นในช่องปากเกิดจากการสะสมของแบคทีเรียจากเศษอาหารต่าง ๆ ที่รับประทานแล้วไปติดอยู่ในซอกฟัน หรือแม้แต่การสะสมของคราบมันและคราบอาหาร ดังนั้นหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ น้ำดื่มต้องเตรียมไว้ให้พร้อมด้วยนะคะ เพราะการดื่มน้ำปริมาณน้อยเกินไป สามารถทำให้เกิดกลิ่นในช่องปากได้ อีกทั้งยังก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับเหงือกและฟันตามมาได้อีกเช่นกัน

นอกจากนั้น ยังมีกรณีที่กลิ่นในช่องปากเกิดจากความผิดปกติของระบบในข่องท้อง เช่น ลำไส้ ดังนั้น หากน้อง ๆ มีกลิ่นปากที่แรงและมีกลิ่นอยู่ตลอดเวลา เพื่อน ๆ ควรพาไปพบสัตวแพทย์ เพื่อขอคำปรึกษาจะดีที่สุดค่ะ

Advertisement

Advertisement

แมว

ภาพจาก pixabay.com

2. " บ้านใหม่ " สุขกายแค่ไหน แต่ถ้าไม่สุขใจก็จบกัน

เมื่อแรกเริ่มที่รับน้องแมวเข้ามาสู่บ้านของเรา เป็นธรรมดาที่น้องจะเกิดอาการกลัวและประหม่า โดยเฉพาะน้องแมวที่เคยมีเจ้าของมาก่อน การเข้าไปอยู่บ้านใหม่กับเจ้าของคนใหม่ ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของน้อง ๆ เลยล่ะค่ะ สิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยกับบรรยากาศใหม่ ๆ เหล่านี้ทำให้น้อง ๆ ต้องปรับตัว ดังนั้น เพื่อน ๆ พี่ ๆ ทาสอย่างเรา มีหน้าที่ต้องคอยให้ความอุ่นใจกับน้อง ๆ เค้าล่ะค่ะ เช่น ไม่ทำเสียงดังให้น้องตกใจ ไม่ดุน้องหากน้องเกิดไปทำอะไรเสียหาย เพราะน้องอาจตื่นเต้นจนวิ่งวุ่นทั่วบ้านไปหมด ให้เวลาน้อง ๆ ได้ปรับตัวหน่อยนะคะ ถ้าน้องโอเคกับสถานที่นี้ รับรองว่าพี่ ๆ ทาสได้เห็นความน่ารักแสนซนปนฮาของน้อง ๆ อย่าเต็มที่แน่นอน

Advertisement

Advertisement

แมว

ภาพจาก pixabay.com

3. หางของฉันนั้นมีความหมาย

หากอยากจะเข้าใจสิ่งที่น้องแมวกำลังครุ่นคิและรู้สึก อีกหนึ่งอวัยวะที่เราสามารถสังเกตได้ คือ จากหางของน้อง ๆ นั่นเองค่ะ ลองสังเกตดูนะคะ จะเห็นว่าทุกครั้งที่ขยับหรือกระดิกหาง จังหวะและลักษณะมันจะมีความแตกต่างกัน เช่น การกระดิกหางแรง ๆ และถี่ ๆ นั่นแสดงว่ากำลังข่มเหง ท้าทายคู่ต่อสู้ ถ้าเป็นคำพูดของคนก็น่าจะประมาณว่า " เข้ามาสิ ฉะนไม่กลัวหรอก " การกระดิกหางช้า ๆ ซอฟท์ ๆ เป็นการแสดงออกถึงความเพลิดเพลินและความปลอดภัย หากขนที่หางพองขึ้นขั้นสุด นั่นแสดงว่าน้องกำลังขู่คู่ต่อสู้ว่า นี่เธอ! ตัวฉันขยายใหญ่ขนาเนี้ได้เลยนะ เข้ามาสิ! 😹 เป็นการขู่เพื่อจะป้องกันตัวนั่นเองค่ะ

แบบอื่น ๆ ก็เช่น เดินหางตกจุกตูด แสดงว่ากำลังกลัวและกังวลเอามาก ๆ ถ้าเรียกชื่อน้องแล้ว หางน้องชูหรือชันขึ้น น้องสนใจเสียงของเรา เห็นหรือยังคะ หางเล็ก ๆ ดุ๊กดิ๊ก ก็บ่งบอกอารมณ์ ความรู้สึกต่าง ๆ ได้

แมว

ภาพจาก pixabay.com

4. ขนแตก ไม่แปลกแต่ไม่ควรมองข้าม

ขนแตก เป็นศัพท์ที่ออกจะดูใช้และเข้าใจเฉพาะกลุ่มคนเลี้ยงแมว ความหมายก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยค่ะ มันคือการที่ขนน้องแมวปริออกและฟูขึ้นเล็กน้อย น้องแมวขนยาว เช่น เปอร์เซียจะไม่ค่อยขนแตกปรากฏให้เห็นมากนัก เพราะมีขนยาวปกคลุมทั่วร่างกาย ส่วนน้องแมวที่ปรากฏให้เห็นการขนแตกอย่างเห็นได้ชัด คือ แมวขนสั้นและฟู เช่น แมวพันธุ์สก๊อตทิชโฟลด์ พันธุ์ไทย โดยส่วนมากจะเกิดจากน้ำหนักตัวของแมวที่เพิ่มมากขึ้น จนทำให้ผิวหนังมีการยืดขยายออก หรือเรียกว่าอ้วนนั่นเองค่ะ 😹 ถ้าเทียบกับคนก็คงจะคล้าย ๆ กับการแตกลายบนหน้าท้องของผู้หญิงเวลาตั้งครรภ์ ประมาณนั้นเลยค่ะ

แม้จะดูเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ดูเหมือนว่าคงไม่มีอะไรให้น่ากังวล แต่จากประสบการณ์ตรงของนกยูงเอง ขอย้ำพี่ ๆ ทาสไว้ตรงนี้เลยค่ะ ว่าการขนแตกเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ นกยูงเคยรับเลี้ยงแมวจรอายุประมาณ 4-5 ขวบ ด้วยความที่ชุบเลี้ยงเสมือนเจ้านายและตามใจอย่างหนักอาหารการกินไม่เคยขาด ในที่สุดน้องแมวก็อ้วนขึ้นเรื่อย ๆ จนมีวันหนึ่งที่นกยูงสังเกตเห็นบริเวณท้องของน้องมีการขนแตก ตอนแรกนกยูงก็คิดว่าไม่มีอะไรน่ากังวล น้องก็คงเป็นแมวอ้วกปกติ โดยการที่ขนแตกก็คงมาจากเหตุนี้เช่นกัน แต่ผ่านไป 2-3 วัน น้องเริ่มไม่ให้เราจับที่ท้องเหมือนมีอาการเจ็บเวลาจับ เย็นวันนั้นจึงได้พาน้องไปหาหมอเพื่อตรวจอาการต่าง ๆ พบว่าน้องเป็นโรคช่องท้องอักเสบ ที่ท้องมีการขยายขนาดขึ้นจนขนแตก ก็เพราะว่าระบบภายในมีอาการบวมนั่นเองค่ะ โชคดีนะคะที่นกยูงพาน้องไปรักษาทัน จึงไม่มีเรื่องราวร้าย ๆ เกิดขึ้น พี่ ๆ ทาสท่านอื่น ๆ ก็เช่นกันนะคะ หากมีสิ่งใดผิดปกติไปจากเดิม ก็ควรพาไปพบสัตวแพทย์จะดีที่สุด

ผ่านมา 5 EP แล้วนะคะ จะเห็นว่ามีหลากหลายเรื่องที่เราต้องใส่ใจเจ้าเหมียวตัวน้อยน่าฟัด สำหรับคุณผู้อ่านคนไหนที่กำลังจะเตรียมเป็นทาสแมว ลองอ่านทบทวนตั้งแต่ EP.1 จนถึง EP นี้ดูนะคะ ว่าสิ่งต่าง ๆ รอบตัว รวมไปถึงความพร้อมของตัวเราเอง เอื้ออำนวยให้พาน้องเข้ามาอยู่ในครอบครัวด้วยหรือไม่ หากไม่ก็ควร ก็รอวันที่พร้อม แต่ถ้าพร้อมแล้วก็ลุยเลยค่ะ ไปเป็นทาสแมวกันนะคะ 

 

👉อ่านบทความเกิดเป็นทาสอย่าให้เสียชาติเกิด : รวมสิ่งที่ทาสแมวต้องเรียนรู้ EP.1 , EP.2 , EP.3 , EP.4

 

ภาพปกจาก pixabay.com