เดินทางมาถึง EP. ที่ 3 แล้วนะคะ สำหรับบทความ เกิดเป็นทาสอย่าให้เสียชาติเกิด : รวมสิ่งที่ท่านแมวต้องเรียนรู้ ซึ่ง EP. นี้ก็ยังจะอัดแน่นคงไว้ด้วยเนื้อหาสาระดี ๆ เกี่ยวกับน้องเหมียวเช่นเคย สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังจะเตรียมตัวเข้าสู่วงการทาสแมวหรืออยู่ในวงการทาสแมวอยู่แล้ว ก็สามารถมาเก็บเกี่ยวข้อมูลต่าง ๆ กันได้เลยนะคะ เพื่อความสมบูรณ์แบบของการเป็นทาสแมว ยังไงเสียแล้ว เราก็ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเจ้านายของเราอย่างสม่ำเสมอ เป็นทาสอย่านิ่งดูดาย เหนื่อยจะตายยังไงก็ต้องเทอาหารเม็ด ๆ นะคะ แฮ่ 😼 ในวันนี้นกยูงจะมีอะไรมาฝากกันบ้าง เชิญเก็บข้อมูลที่ด้านล่างนี้ได้ตามสบายเลยค่ะ

ภาพจาก pixabay.com

1. อาหารการกินจะให้ฟินต้องหลากหลาย

เจ้าเหมียวก็ไม่ต่างจากเราที่เบื่ออาหารได้ ดังนั้นการให้เฉพาะอาหารเม็ดอย่างเดียว ก็อาจทำให้เจ้าเหมียวไม่ค่อยเจริญอาหารได้นะคะ การสลับไปให้อาหารเปียกหรือพวกเนื้อไก่ ปลา กุ้งต้มแบบไม่ปรุงรสบ้าง เชื่อว่าจะทำให้เขาถูกใจมากขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากจะถูกใจแล้ว ยังจะได้รับสารอาหารต่าง ๆ ครบถ้วนและหลากหลายอีกด้วย แต่หากเจ้านายบ้านไหนที่รับประทานยากก็พยายามอีกหน่อยนะคะ พี่ทาสอาจให้พวกนมแพะหรือขนมแมวที่มีส่วนผสมของสารอาหารที่มีประโยชน์เพิ่มเข้าไป เพื่อเพิ่มรสชาติที่หลากหลายและเพื่อร่างกายที่แข็งแรงสมวัยนั่นเองค่ะ

Advertisement

Advertisement

ภาพจาก pixabay.com

2. โรคภัยใกล้ตัวเจ้าเหมียวมากกว่าที่เราคิด

ในโลกของเจ้าเหมียว มีโรคภัยที่เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษเยอะแยะเลยล่ะค่ะ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการตรวจสุขภาพแมวเป็นประจำ รวมถึงการพาไปฉีดวัคซีนตามนัดนั้น มีความสำคัญแค่ไหน ยกตัวอย่างโรคที่เราคุ้นหูมากที่สุดก็คงจะเป็นโรคพิษสุนัขบ้า หลายท่านอาจจะเข้าใจว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเพียงครั้งเดียวก็น่าจะจบ แต่จริง ๆ แล้วต้องฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันในทุก ๆ ปี เพื่อให้วัคซีนได้ผลนะคะ ส่วนโรคอื่น ๆ ที่เกิดกับน้องแมวจนอาจถึงแก่ชีวิตได้ ก็อย่างเช่น โรคหัดแมว โรคเอดส์แมว โรคไต โรคพยาธิในเม็ดเลือด โรคมดลูกอักเสบ เป็นต้น ทั้งนี้นอกจากการตรวจสุขภาพและการฉีดวัคซีนจะมีส่วนสำคัญ ในการป้องกันน้องแมวจากโรคเหล่านี้ได้แล้ว อาหารและลักษณะการเลี้ยงดูก็ยังส่งผลต่อการเกิดโรคเหล่านี้ได้ด้วยนะคะ หากเลี้ยงแบบปล่อย โดยให้ใช้ชีวิตผจญภัยกับโลกภายนอก รวมถึงการคลุกคลีกับแมวตัวอื่น ๆ ก็ติดโรคต่าง ๆ กลับมาได้เช่นกันค่ะ

Advertisement

Advertisement

ภาพจาก pixabay.com

3. อาบน้ำให้น้องต้องเป่าขนให้แห้ง

น้องแมวสายพันธุ์ที่ขนยาวและหนา หรือแม้แต่คนสั้น ถ้าหลังจากอาบน้ำแล้ว เราเช็ดขนไม่แห้งสนิท ทิ้งความอับชื้นไว้จนหมักหมม สุดท้ายจะทำให้เกิดเชื้อราขึ้นได้นะคะ ถ้าคิดว่ายังไม่ถนัดในการอาบน้ำให้น้องแมวก็อาจจะต้องพาไปที่ร้าน เพื่อให้ช่างที่ชำนาญกว่าอาบน้ำและเป่าขนให้แห้ง จะได้ห่างไกลจากการเกิดเชื้อราจนต้องมาลำบากรักษาทีหลังนั่นเองค่ะ

Advertisement

Advertisement

ภาพจาก pixabay.com

4. ของรักของหวงคือเล็บ เจ็บได้ถ้าตัดไม่ถูกวิธี

โดยธรรมชาติและสัญชาตญาณนักล่า เล็บถือเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายที่น้องแมวรักและห่วงมาก ๆ ถ้าใครสังเกต ก็จะเห็นได้ว่าเจ้าเหมียวจะเอาเล็บไปขูดสิ่งของนั่นนี่อยู่บอย ๆ นั่นไม่ใช่การตั้งใจจะทำร้ายข้าวของแต่อย่างใด น้องเขากำลังฝนเล็บให้คม เพื่อจะเอาไปล่าเหล่าหนู จิ้งจกและสัตว์อื่น ๆ อยู่นั่นเองค่ะ ถ้าใครโดนน้อง ๆ เขาข่วนหรือในวงการทาสจะเรียกว่าแจกยันต์ 5 แถว ก็จะเข้าใจเลยล่ะค่ะ ว่าความแหลมคมนั้นทำให้เราแสนจะเจ็บปวดได้แค่ไหน และเพื่อความปลอดภัยของพี่ทาสแล้ว เราก็สามารถตัดเล็บให้เขาได้นะคะ แต่ต้องตัดให้ถูกวิธี ถ้าไม่ถูกวิธีจนไปโดนเนื้อ น้องต้องเจ็บมากแน่ ๆ สุดท้ายแล้วจะทำให้การตัดเล็บครั้งต่อไปยากขึ้นหรือเกิดอาการกลัวการตัดเล็บไปในที่สุดค่ะ

***จากภาพประกอบ ควรตัดไม่เกิน 2 มิลลิเมตร นับตั้งแต่ปลายแหลมเข้าไปถึงโคนของเล็บ ถ้าสังเกตจะเห็นเนื้อสีชมพูอ่อน ๆ อยู่ใกล้โคนเล็บ นั่นคือ เนื้อของน้องแมว หากตัดเข้าไปติดหรือใกล้บริเวณนั้นมากเกินไป จะทำให้น้องเลือดออกและเจ็บเอามาก ๆ เลยล่ะค่ะ พี่ ๆ ทาสต้องระมัดระวังกันด้วยนะคะ

ภาพจาก pixabay.com

5. อากาศร้อนหรืออากาศหนาว อย่าอยู่เปล่า ๆ ต้องใส่ใจ

ไม่ว่าสภาพอากาศเป็นแบบไหน ล้วนแต่มีผลกับร่างกายและอารมณ์ของเจ้าเหมียวได้ทั้งนั้นนะคะ เมื่อใกล้เข้าเดือนเมษายน ฤดูร้อนที่ร้อนหนัก ๆ แบบประเทศไทย ทำให้น้องแมวเกิดอาการฮีทสโตรกได้ ดังนั้นระหว่างวัน นอกจากจะเปิดเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมให้น้องแล้ว การนำผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มาเช็ดตัวก็ช่วยลดอุณหภูมิภายในร่างกายลงได้ หมั่นสังเกตอาการน้องบ่อย ๆ ถ้าน้องมีอาการอ้าปาก ลิ้นห้อยและหอบเหนื่อย นั่นเป็นการส่งสัญญาณว่าเขาร้อนมาก ๆ แล้วล่ะค่ะ น้ำก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเติมน้ำให้เต็มภาชนะสำหรับดื่มน้ำอยู่เสมอ เพื่อที่เมื่อน้องเกิดอาการกระหายน้ำ จะได้ดื่มได้ในทันที ส่วนฤดูหนาวหรือวันที่อากาศเย็น ก็อย่าลืมหาผ้าห่มหรือเสื้อสักตัวมาใส่ให้น้องด้วยนะคะ ซึ่งความเย็นของอากาศทำให้น้องเกิดอาการไข้หวัดได้เหมือนกัน หากน้องแมวบ้านไหนไม่ชอบใส่เสื้อ ก็ควรเตรียมที่นอนและผ้าหนา ๆ ไว้ในที่ ๆ ไม่มีลมโกรกให้เขา จะได้มีที่นอนและผ้าอุ่น ๆ ไว้ซุกกันหนาวได้ค่ะ

ภาพจาก pixabay.com

6. แสดงออกแบบนี้ รู้ไหมว่าพี่รักทาส 😻

แมวอาจไม่ใช่สัตว์ที่แสดงออกเก่งนัก และการแสดงออกบางอย่าง อาจจะเข้าใจได้ยากอยู่บ้าง การบอกรักก็เช่นกัน บางครั้งก็มาในรูปแบบของการนั่งอยู่ใกล้ ๆ การขบกัดเบา ๆ แม้แต่การคาบสัตว์ที่ได้จากการล่ามาให้ทาส เช่น พวกหนู ตะขาบ ตุ๊กแก แม้จะน่ากลัวอยู่พอสมควร แต่นั้นก็เป็นการบอกรักได้รูปแบบหนึ่ง ยิ่งถ้ามานอนข้าง ๆ แบบประชิดตัวเรา นั่นแหละค่ะพี่ทาส คุณสอบผ่าน เขารักคุณนะคะ การแสดงออกที่หลายคนอาจจะไม่สังเกต เช่น การมองหน้าเราและกระพริบตาช้า ๆ ก็เป็นการบ่งบอกได้ว่าเขาไว้ใจและรักคุณได้เหมือนกัน แม้แต่การจ้องหน้าของเรานาน ๆ นั่นเขาไม่ได้วางแผนลอบฆ่าเราแต่อย่างใด 😽 เขาเชื่อใจเราต่างหากล่ะค่ะ ท่าทีอาจจะดูยากอยู่สักหน่อย แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่าเขาเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้เสมอ ดังนั้น หมั่นแสดงความรักกับเขาบ่อย ๆ นะคะ

ภาพจาก pixabay.com

7. หูของหนูพี่ต้องหมั่นดูแล

โดยปกติแล้ว แมวเป็นสัตว์ที่ทำความสะอาดตัวเอง โดยการเลียขนและส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอยู่เป็นประจำ แต่ก็ยังมีส่วนที่อาจดูแลไม่ค่อยสะอาด 100 % นั่นก็คือบริเวณใบหูและรูหู โดยเฉพาะน้องแมวสายพันธุ์หูพับอย่าง Scottish fold พี่ ๆ ทาสต้องช่วยโดยการใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มาเช็ด หรือถ้าน้องแมวตัวไหนที่ในรูหูดูสกปรกมาก ก็ต้องใช้น้ำยาที่ทำความสะอาดเฉพาะที่มาเช็ดเพิ่มนะคะ

เห็นไหมคะ ว่าหูเป็นส่วนที่อ่อนไหวพอสมควร หากดูแลรักษาไม่ดีพอ ก็สามารถเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค จนเกิดเป็นโรคภัยต่าง ๆ ตามมาจนรักษายากกว่าเดิมอีกได้

อยากให้ทุก ๆ คน มองเจ้าเหมียวแสนน่ารักเป็นหนึ่งในครอบครัวของเรา ดูแลเขาให้ดีตั้งแต่วันแรกที่นำเข้ามาเลี้ยง จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เพราะเขาก็ไม่ได้มีอายุขัยที่ยาวนานมากนัก เมื่อเขาจาก เราไปจะได้ไม่ต้องเสียใจที่ดูแลเขาได้ไม่ดีนั่นเองค่ะ

ภาพปกจาก pixabay.com