มีเพื่อน ๆ ผู้อ่านท่านไหน เป็นทาสแมวกันบ้างไหมคะ นั่นแน่! นกยูงเห็นนะคะว่าแอบยกมือกันอยู่😁

ถ้าพูดถึงคำว่าทาส หลาย ๆ คนอาจจะนึกถึงการเป็นคนรับใช้ที่ทำงานอย่างหนักหนาสาหัสเหมือนสมัยโบราณกันใช่ไหมล่ะคะ แต่เมื่อนำคำว่าทาสมาใช้ในวงการเหล่าคนเลี้ยงแมวแล้ว " ทาสแมว " จึงหมายถึงผู้ที่ยอมสยบกับความน่ารักและความแสบนิด ๆ กวนหน่อย ๆ ของเจ้าเหมียว จนยอมให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับเขาได้ตั้งแต่อาหารเม็ด ขนมแมว คอนโดแมว ของเล่นแมว ยอมซื้อทุกอย่างมาเพื่อปรนเปรอความสุขของเจ้านาย นั่นจึงเป็นที่มาของคำว่าทาสแมวนั่นเองค่ะ

ไม่ว่าจะเลี้ยงสัตว์ชนิดไหนอยู่ เราก็จำเป็นที่จะต้องศึกษาลักษณะนิสัย รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพต่าง ๆ เพื่อที่จะทำให้การอยู่ร่วมกันเป็นไปด้วยความสุขทั้งสองฝ่าย วันนี้ นกยูงจึงมีสิ่งที่เหล่าทาสแมวควรจะต้องเรียนรู้มาฝากกันค่ะ

Advertisement

Advertisement

ภาพจาก pixabay.com 

 

1. เจ้าเหมียวแต่ละตัวไม่น่ากลัว แต่ก็ไม่ได้ขี้อ้อนเหมือนกันทั้งหมด

แมวก็ไม่ต่างจากคนเลยล่ะค่ะ ที่แต่ละตัวจะมีลักษณะนิสัยแตกต่างกันออกไป แม้หลาย ๆ คนจะให้สมญานามว่าแมวเป็นสัตว์ที่ขี้อ้อนเอามาก ๆ แต่ในความเป็นจริง การขี้อ้อนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเป็นแมวแค่นั้นนะคะ ยังมีปัจจัยหลากหลายอย่างที่ทำให้แมวของเรา มีนิสัยขี้อ้อนและอ่อนโยน การเลี้ยงดูและการปฏิบัติกับเจ้าแมวด้วยวิธีการนุ่มนวลก็มีผลเช่นกัน นิสัยส่วนตัวของเจ้าเหมียวที่ติดตัวของเขามาตั้งแต่เกิด นั่นก็เป็นสิ่งที่เราควรจะเข้าใจว่าเขามีความแตกต่างกันออกไปด้วยเช่นกันค่ะ

 

ภาพจาก pixabay.com

 

2. เลือกอาหารงานที่ทาสต้องเรียนรู้

พี่ ๆ ทาสต้องเข้าใจมาก ๆ เลยนะคะว่าอาหารหลาย ๆ ประเภทของมนุษย์ไม่ได้เหมาะกับแมวสักเท่าไหร่ เพราะโดยมากอาหารของมนุษย์มักปรุงรสด้วยเครื่องปรุงหลาย ๆ อย่าง ซึ่งเครื่องปรุงเหล่านั้น ประกอบไปด้วยสารอาหารที่ไม่เหมาะสมกับแมวมากมาย เช่น โซเดียม ร่างกายของแมวไม่สามารถรับโซเดียมในปริมาณที่สูงได้เท่ามนุษย์ ดังนั้น การได้รับโซเดียมในระดับที่เกินความต้องการ จึงสร้างความเสียหายให้แก่อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของแมวได้ เช่น โรคไต ดังนั้น อาหารที่เหมาะกับแมวที่สุด จึงควรปรุงรสให้น้อยที่สุด อาหารเม็ดและอาหารเปียกก็เช่นกันนะคะ ควรดูฉลากข้างถุงหรือข้างกระป๋องให้ดีว่าระดับของสารอาหารต่าง ๆ สูงต่ำมากน้อยเพียงใด เหมาะสมกับเจ้าเหมียวของเราหรือไม่ 

Advertisement

Advertisement

ทิ้งท้ายไว้อีกหน่อยนะคะ ว่าค่านิยมที่มีบางท่านเข้าใจว่าแมวชอบกินก้างปลาหรือกระดูก ตรงนี้อันตรายมาก ๆ เลยนะคะ ก้างปลาและกระดูกไม่เหมาะกับเจ้าแมวอย่างยิ่ง เพราะเขาไม่สามารถย่อยสิ่งเหล่านี้ได้ ดังนั้นผลที่ตามมาคือก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบย่อยอาหารของแมว หากได้รับในปริมาณมาก อาจถึงกับต้องให้สัตวแพทย์ผ่าตัดเอาเศษอาหารเหล่านี้ออก มาลองนึกภาพตามนกยูงนะคะ ว่าก้างและกระดูกแหลม ๆ เมื่อเข้าไปในท้องของน้องแมวแล้ว ถ้ามันเกิดทิ่มแทงอวัยวะในระบบย่อยอาหาร น้องแมวคงจะเจ็บมาก ๆ เลยค่ะ

Advertisement

Advertisement

พี่ ๆ ทาสเห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าการใส่ใจในเรื่องอาหารสำคัญมากแค่ไหน เรามาค่อย ๆ เรียนรู้กันไปนะคะ

 

ภาพจาก pixabay.com

 

3. การทำหมันนั้นสำคัญไฉน

แมวเป็นสัตว์ที่แพร่พันธุ์ได้ไวมาก ๆ เลยค่ะ น้องแมวตัวเมีย สามารถตั้งท้องได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนเท่านั้น ส่วนน้องแมวตัวผู้ ก็มีน้ำเชื้อพร้อมผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่วัยใกล้ ๆ กัน ดังนั้น สำหรับพี่ ๆ ทาสคนไหนที่เลี้ยงน้องแมวเป็นคู่หรือเลี้ยงจำนวนหลายตัว แต่ไม่อยากเป็นโรคแมวงอก ก็อย่าลืมทำหมันให้น้อง ๆ ด้วยนะคะ😁

นอกจากนั้น การทำหมันยังช่วยลดความดุร้ายในตัวน้อง ๆ ลงไปได้อีกระดับหนึ่งด้วย เพราะเป็นการลดฮอร์โมนบางตัวในแมวลงไป แมวทำหมันหลาย ๆ ตัวจะอยู่ติดบ้านมากขึ้น และลดอาการติดสัตว์ลงได้ จนถึงขั้นไม่ออกอาการเลย อยากให้พี่ ๆ ทาสรู้นะคะ ว่าเวลาน้อง ๆ ติดสัตว์ อยากออกไปหาหนุ่ม ๆ สาว ๆ แล้วไม่ได้ไป คงทรมานน่าดูเลย ดังนั้นการทำหมันจะช่วยตรงนี้ไปได้เยอะเลยค่ะ

*** วิธีการคุมกำเนิดควรทำโดยการทำหมันเท่านั้น ไม่ควรฉีดยาคุมกำเนิดเพราะจะทำให้น้องเสี่ยงต่อโรคโพรงมดลูกอักเสบและมะเร็งในระบบสืบพันธุ์ได้ค่ะ

 

ภาพจาก pixabay.com

 

4. แมวเครียดได้แม้จะร้องไห้ไม่เป็น

นอกจากสุขภาพกายที่เราต้องเรียนรู้แล้ว สุขภาพจิตก็เป็นสิ่งที่เราต้องดูแลน้อง ๆ ด้วยเช่นกัน สถานการณ์บางอย่างทำให้แมวเกิดความเครียดได้ เช่น การตีน้องแมว การดุน้องแมว การกักขังน้องแมวไว้ตลอดเวลาหรือการไม่มีเวลาเล่นกับน้องแมวก็ทำให้แมวเกิดความเครียดได้เช่นกัน พฤติกรรมที่บ่งบอกว่าแมวเครียด เช่น กินอาหารได้น้อยลง ซึม มีพฤติกรรมที่ดุร้ายขึ้น เป็นต้น ดังนั้นพี่ ๆ ทาสต้องหมั่นสังเกตน้องแมวของเราด้วยนะคะ

 

ภาพจาก pixabay com

 

5. เวลาส่วนมากใช้ไปกับการนอน

ที่เราเห็นว่าเจ้าเหมียวขี้เซานอนได้ทั้งวัน นั่นใช่ค่ะ คุณคิดถูกแล้ว 😼 มันเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ธรรมชาติให้เขามาเลยล่ะค่ะ ถ้าเห็นเขานอนเยอะ ๆ ก็คือเป็นเรื่องปกติ แต่นกยูงต้องขอเตือนไว้สักนิดนะคะ ว่าถ้ารู้สึกถึงความผิดปกติของน้องแมว เช่น นอนมาก + รับประทานอาหารน้อย / นอนมาก + มีไข้หรือมีอาการผิดไปจากปกติก็ควรปรึกษาคุณหมอจะดีที่สุดค่ะ

 

ภาพจาก pixabay.com

 

6. ยารักษาคนไม่เท่ากับยารักษาแมว

สิ่งหนึ่งที่ต้องย้ำเตือนเช้าทาสทั้งหลายก็คือเรื่องประเภทยาที่ใช้กับคนโดยส่วนมากจะใช้กับแมวไม่ได้นะคะ ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มยาพาราเซตามอล การใช้ยาที่ไม่ถูกประเภทกับแมว มีผลถึงแก่ชีวิตได้เลยค่ะ ดังนั้น เมื่อเจ้าเหมียวไม่สบาย การพาไปพบสัตวแพทย์จึงเป็นทางออกที่ดีและมีความปลอดภัยมากที่สุดค่ะ

 

ภาพจาก pixabay.com

 

7. ดวงตาสะอาดสดใสไกลโรค

ดวงตาของแมวก็มีความสำคัญไม่ต่างจากของมนุษย์เลยล่ะค่ะ แต่ไม่ใช่แมวทุกตัวที่เขาจะสามารถทำความสะอาดดวงตาได้อย่างสะอาดหมดจด พี่ ๆ ทาสควรเช็ดคราบขี้ตาต่าง ๆ ให้เขาด้วยนะคะ หากปล่อยไว้สามารถกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้ จนเกิดโรคภัยต่าง ๆ ตามมาได้นั่นเองค่ะ

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ต้องยอมรับว่ามีหลายข้อเหมือนกันนะคะที่เราอาจจะไม่เคยทราบมาก่อน นกยูงเองสมัยเป็นทาสมือใหม่ก็ต้องค่อย ๆ ทำความเข้าใจพวกเขาในหลาย ๆ อย่างเช่นกัน  แต่ตอนนี้นกอยู่เป็นทาสที่เชี่ยวชาญวงการแมวขึ้นมาในอีกระดับหนึ่งเลย (ขออนุญาตอวดนะคะ) 😺 

แต่กว่าจะเข้าใจธรรมชาติของเขาในหลาย ๆ เรื่อง ก็ต้องค่อย ๆ ให้ประสบการณ์เป็นสิ่งที่สอนเรา ดังนั้นค่อย ๆ เรียนรู้กันไปไม่ต้องเร่งรีบนะคะ สำหรับวันนี้ขอตัวไปเทอาหารให้น้อง ๆ ก่อนล่ะค่ะ พบกันโอกาสหน้าค่ะ 😻

 

ภาพปกจาก pixabay.com