"เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน"

         จังหวัดนครราชสีมาเป็นเมืองที่ขนาดใหญ่และมีความเจริญในหลายด้านอีกจังหวัดหนึ่ง ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวต่าง ๆ ทำให้เป็นที่จับตามองของนักลุงทุนรายใหญ่ ๆ หลายราย มีห้างดัง ๆ เกิดขึ้นใหม่หลายห้างในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งยังเป็นเมืองที่เรียกกันว่า ประตูสู่ภาคอีสาน แสดงถึงสภาพเศรษฐกิจที่ดีของจังหวัดนครราชสีมา นอกจากเมืองที่เจริญแล้ว จังหวัดนครราชสีมายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติที่ยังคงเหลืออยู่อีกมากมาย...

ดังนั้นผมเลยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติของจังหวัดนครราชสีมา มาแนะนำทุกคน และจะมาแชร์ประสบการณ์ที่ได้ไปสัมผัสกับความงามของธรรมชาติที่ยงคงเหลืออยู่ ทั้งสัตว์ป่า แหล่งน้ำและป่าไม้ ถ้าอยากรู้แล้วว่าเป็นที่ไหน งั้นเราไปชมกันเลยครับ...เขาใหญ่

           อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อ 18 กันยายน 2505 ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ปราจีนบุรี นครนายก และสระบุรี โดยประตูใหญ่ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติอยู่ฝั่งจังหหวัดนครราชสีมา ภายในอุทยานก็จะมีที่ท่องเที่ยวชมวิวหลายจุด มีพันธุ์พืช และสัตว์ป่าหลายชนิด อาทิมีผีเสื้อป่ากว่า189 ชนิด นกป่ามากกว่า 350 ชนิด และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 71 ชนิด เช่น เสือ ชะนี เก้ง กวาง ช้าง เป็นต้น แสดงถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติครับ มาดูกันครับว่าวันนี้ผมจะพาทุกคนไปที่ไหนบ้างในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่...ศาลเจ้าพ่อ

              สิ่งแรกก่อนขึ้นไปบนเขาใหญ่ แวะสักการะขอพร ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ที่คอยปกปักรักษาเขาใหญ่แห่งนี้ไว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเดินทาง ถ้าใครไปก็อย่าลืมแวะไปกราบไหว้กันนะครับ...ธรรมชาติ

                 เส้นทางขึ้นไปบนอุทยานก็จะมีความคดเคี้ยวและลาดชันพอสมควรครับ ต้องระมัดระวังในการขับรถพอสมควรครับ ถ้าโชคดีอาจจะเจอช้างป่าลงมาเดินที่ถนน (สำหรับบางคนอาจจะคิดว่าโชคร้ายก็ได้นะครับ) ให้ได้ชมกันด้วยนะครับ แต่สัตว์ที่ทุกคนไปแล้วจะได้เห็นอย่างแน่นอนคือ ครอบครัวลิงป่าที่รอขออาหารจากนักท่องเที่ยวข้างถนน แต่ไม่ควรให้นะครับเพราะว่าลิงเขาจะไม่หาอาหารด้วยตัวเอง และที่สำคัญคือรถนักท่องเที่ยวอาจจะเหยียบหรือขับชนได้ครับ...น้ำตก

            "น้ำตกเหวสุวัต"เป็นน้ำตกอีกที่ที่สวยมากครับ เมื่อขับรถไปจอดตรงจุดบริการนักเที่ยวบนอุทยาน ก็จะเจอทางลงมาชมน้ำตกเหวสุวัตแห่งนี้ ซึ่งเดินลงมาไม่ไกลครับ แต่ช่วงหน้าฝนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษนิครับ เพราะน้ำจะเยอะและทางเดินลงมายังน้ำตกจะลื่นมาก แล้วยังมีทากตัวนอยคอยดีดตัวมาเกาะดูดเลือดด้วยนะครับ...

จระเข้                       นอกจากที่เที่ยวที่ชมวิวแล้ว ยังมีเส้นทางให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจธรรมชาติด้วยนะครับ ระหว่างทางก็จะเจอสัตว์ป่าหลายชนิดเลยครับ อาทิ กระรอก เก้ง กวาง และจระเข้ ที่นอนอยู่ริมคลองตัวนี้ คลองน้ำระหว่างเส้นทางเดินสำรวจป่า ห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาดนะครับเพราะอาจจะโดนจระเข้ทำร้ายได้ครับ...   ส่องสัตว์                    "ต่อมาเป็นกิจกรรมส่องสัตว์" เราต้องไปติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะไปส่องสัตว์ในเวลากลางคืน โดยจะมีรถเจ้าหน้าที่ให้บริการเป็นคัน เหมาคันละ 500 บาทต่อรอบ เจ้าหน้าที่จะพาขับรถส่องสัตว์เป็นรถกระบะเสริมเบาะที่กระบะ ตอนที่ผมไปส่วนมากจะเจอแต่กวาง กับเม่น และนกนานาชนิด เจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าบางคืนโชคดีจะเจอช้างออกมากินดินโป่ง มันเป็นคืนที่อากาศเย็นมากเลยครับ... อ่างเก็บน้ำ                       "จุดชมวิวอ่างเก็บน้ำสายศร" เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนอุทยาน แนะนำให้ไปตอนเช้านะครับอากาศเย็นสบาย และจะเห็นสัตว์ป่ามาเล่นน้ำกินน้ำในตอนเช้าด้วยครับ ตอนที่ผมไปผมเห็นเจ้ากวาง นกเป็ดน้ำ ผีเสื้อ และเจ้าตัวเงินตัวทองมาเล่นน้ำกินน้ำตอนเช้าด้วยครับ เห็นแล้วก็สดชื่นสบายตาสบายใจมากเลยครับ...

ลานกางเต้นท์                 "ลานกางเต็นท์ลำตะคอง" จุดกางเต็นท์จะมี 2 ที่ อีกที่คือลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ แต่ที่ผมไปเป็นลานกางเต็นท์ลำตะคอง จะเป็นลานกว้าง ๆ ที่มีกวางมากินหญ้าให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างใกล้ชิด สามารถทำอาหารหน้าเต็นท์ตัวเองได้นะครับ...

                  เป็นยังไงกันบ้างครับทุกคนกับสถานที่และประสบการณ์ของผมที่มาแชร์ให้กับทุกคน ถ้าใครสนใจไปชมความงามของธรรมชาติ นอนกลางป่าเขารับความสดชื่นสักคืน สองคืนก็ไปกันได้นะครับที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่


ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เวลา :  เปิดทุกวัน 08:00-18:00 น. 

ราคาเข้า : ผู้ใหญ่ 40 บาท และเด็ก 20 บาท

เว็บไซต์ : www.khaoyainationalpark.com