ในช่วงวิกฤตโควิด 19 ทำให้หลายคนต้องหยุดอยู่บ้าน กิจกรรมยามว่างของหลาย ๆ คนคงหนีไม่พ้นการฟังเพลงกับชุดเครื่องเสียงตัวโปรด แต่บางครั้งการเชื่อมต่อสายสัญญาณระหว่างโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์กับเครื่องเสียง ก็ทำให้เกิดความรำคาญหรือความไม่สะดวกเมื่อเราจะใช้โทรศัพท์ ดังนั้นในวันนี้ผมจะนำทุกท่านไปชมการอัพเกรดเครื่องเสียงตัวโปรดให้เชื่อมต่อBluetooth 5.0 ได้ภายใต้งบ 200 บาท แถมวิธีการทำก็ไม่ยุ่งยาก ไปดูกันได้เลยครับ

วงจรรับสัญญาณbluetooth ที่เป็นพระเอกของเราในงานนี้

         ก่อนอื่นผมต้องขอนำท่านไปรู้จักกับพระเอกของเราในงานนี้ก็คือวงจรรับสัญญาณBluetooth 5.0 ซึ่งวงจรตัวนี้สามารถใช้ได้กับโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบBluetooth เวอร์ชั่นที่ต่ำกว่านี้ได้ โดยวงจรนี้ท่านสามารถหาซื้อได้จากเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ ราคามีตั้งแต่ 50 ถึง 200 บาท ขึ้นอยู่กับร้านค้าที่จำหน่าย ส่วนประกอบสำคัญที่เราต้องใช้ก็คือส่วนที่เป็นช่องเชื่อมต่อ Micro USB เพื่อจ่ายไฟDC (แรงดัน3.7-5.0 โวลต์) เลี้ยงวงจรนี้ อีกช่องหนึ่งที่ต้องรู้จักคือช่องเชื่อมต่อสายสัญญาณแบบ 3.5 มิลลิเมตร หรือ AUX ต้องขอบอกเลยว่าช่องต่อสัญญาณนี้เป็นช่องที่ใช้งานได้หลากหลายมาก ๆ ทั้งกับลำโพงคอมพิวเตอร์ และเครื่องเสียงหรือลำโพงพกพาแบบอื่น ๆ

Advertisement

Advertisement

ตำแหน่งจุดเชื่อมต่อที่สำคัญในวงจร

          วิธีใช้งานก็ไม่ยุ่งยากเพียงแค่ท่านเสียบสายชาร์จโทรศัพท์ที่หัวเป็นแบบ Micro USB เสียบเข้ากับ Micro USB ของวงจร และเสียบสายสัญญาณแบบ 3.5 มิลลิเมตร หรือ AUX เข้ากับช่องต่อสายสัญญาณของวงจร จากนั้นก็เสียบปลั๊กที่ชาร์จแบตเตอรี่กับปลั๊กเครื่องเสียงของท่านกับเต้าเสียบ จากนั้นที่ตัววงจรจะปรากฏไฟกระพริบสีฟ้าแสดงว่าวงจรเปิดการทำงานแล้ว และสุดท้ายคือการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์เข้ากับBluetooth ชื่อว่า VHM 314 และจับคู่อุปกรณ์ เมื่อจับคู่เสร็จแล้วเราก็สามารถเปิดเพลงได้ตามปกติ สัญญาณก็จะถูกส่งไปยังวงจรรับBluetooth และถูกส่งต่อผ่านสายสัญญาณไปยังเครื่องขยายเสียงของเราต่อไป

Advertisement

Advertisement

การต่อใช้งานวงจรในสภาพจริง

            เป็นอย่างไรบ้างครับวิธีอัพเกรดวิธีทำได้ไม่ยากเลยใช่ไหม เพราะข้อดีของวงจรนี้คือต่อใช้งานได้ง่าย ขนาดเล็กกะทัดรัด ประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย และสามารถรับสัญญาณได้ไกลถึง 50 เมตร(ขึ้นอยู่กับเครื่องส่งสัญญาณและพื้นที่ใช้งาน)

 

ที่มาของภาพ : ประสิทธิ์ เซาะมัน (ผู้เขียน)