การออกสตาร์ตใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/2021 อย่างย่ำแย่จากผลงาน 6 นัดแรก แพ้ 3 เสมอ 1 แถมยังเป็นการโดนท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถลุงในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดไปอย่างหมดรูป 1-6 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกิดกระแส #เซฟโซลชา ท่ามกลางข่าว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นตัวเต็งลำดับต้น ๆ ที่จะถูกปลดพ้นจากตำแหน่ง ใครก็คิดว่าน้าโอเล่ไม่น่ารอดเพราะผีแดงตอนนั้นสามารถแพ้ได้ทุกทีม ขอออกตัวก่อนครับว่าผมเองคือคนส่วนน้อยที่เชื่อว่าโซลชาจะไม่โดนปลด เคยวิเคราะห์ไว้อย่างละเอียดในบทความ คลิก! เพราะเชื่อมั่นว่าปัจจัยไม่เอื้ออำนวยให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลง แล้วอะไรล่ะคือจุดเปลี่ยนพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้แมนยูกลับมาโชว์ฟอร์มดีแบบผิดหูผิดตา มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ? ถ้าอยากรู้ไปติดตามกันเลยครับ

Manchester United Statistics1. ความแตกต่างของการเล่น ในช่วงต้นฤดูกาล 6 นัดแรกจากภาพด้านบนเห็นได้ว่าแมนยูมีปัญหาที่เกมรับเสียไปถึง 13 ประตูจาก 6 นัด ความผิดพลาดเวลานั้นเกิดจากความผิดพลาดจากแผงแนวรับ กับผู้รักษาประตูล้วน ๆ และโซลชายังลองผิดลองถูกพยายามลองใช้งานนักเตะที่มีอยู่อย่างแบ็กขวาโฟซู เมนซา กองหน้าโอเดียน อิกาโล่ หรือดาวรุ่งแดเนียล เจมส์ ซึ่งบทสรุปคือมันไม่เวิร์คเลย กว่าจะลงตัวด้วยแผงแบ็กโฟร์ และรู้ว่าระบบ 4-2-3-1 เหมาะกับแมนยูชุดนี้ที่สุด ก็ทำแต้มหล่นหายไปเยอะ โซลชาเจอจุดเปลี่ยนที่คู่กลางรับเอาของเดิมที่มีอยู่อย่าง เฟร็ด มาปัดฝุ่น และดันดาวรุ่ง  สก็อตต์ แมคโทมิเนย์ ขึ้นมาแบบเต็มตัว จนได้ความสมดุลเชื่อมหลังกับหน้าแบบกลมกล่อม ลงตัว อย่างที่ไม่เคยเป็น

Advertisement

Advertisement

Scott McTominay2. เจอคู่มือการเล่นนักเตะ ไม่รู้อะไรดลใจให้โซลชาจับป๊อกบา ไปเล่นกลางรับคู่กับมาติปอยู่นาน หลังจากปรับขึ้นไปยืนสูงเป็นปีกซ้าย ทำให้เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติฝรั่งเศสมีอิสระการเล่นสูง ปล่อยความสามารถออกมาได้แบบเหมือนเป็นคนละคน เช่นเดียวกับแบ็กขวา-ซ้าย ที่ดูจะนิ่งแล้วกับวาน-บิสซาก้า และลุค ชอว์ แถมยังปลุกเอริค ไบญี่ ให้ตื่นขึ้นมาจากการหลับไหล กลับมามีฟอร์มที่แข็งแกร่ง ดุดัน สิ่งเหล่านี้ต้องให้เครดิตโซลชาเค้าเลยครับ

Advertisement

Advertisement

Ole Gunnar Solskjaer3. ปลุกจิตวิญญาณนักสู้ แฟนผีแดงบ่นอุบไปตามกันเมื่อเห็นการเล่นทีมรักช่วงต้นฤดูกาล เล่นแบบเนือย ๆ เหมือนไม่อยากชนะ วันไหนโดนนำก่อนปิดทีวีนอนได้เลย สิ่งที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนั้นมาจากตัวนักเตะ และรูปแบบการเล่นที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมานั่นแหละ แต่ละตำแหน่งดูจะยืนกันแบบผิดฝาผิดตัวตลอด พอทุกอย่างลงตัวเจอ 11 คนแรกที่เหมาะสมทำให้ทุกคนคิดว่า เฮ้! นี่เราเป็นตัวจริงนะ กลับมามีความมั่นใจฮึกเหิม ไม่ถูกลดค่าดูเป็นแค่ตัวหมุนเวียน ตอบแทนความเชื่อมั่นให้กับผู้จัดการทีมจนมีผลงานที่ดี

Advertisement

Advertisement

4. เอาแบบสรุปชัด ๆ นัดไหนคือจุดเปลี่ยน! ขอชี้ไปที่นัดเยือนเอฟเวอร์ตัน ในคืนวันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 เพราะก่อนหน้านั้นโซลชาเพิ่งคุมแมนยูแพ้อาร์เซน่อลคาบ้าน 0-1 เอาแบบภาษาชาวบ้านคือนัดนี้ถ้าแพ้อีกไม่น่ารอด แต่สิ่งที่โชคดีสุด ๆ สำหรับโซลชาร์วันนั้นคือ เอฟเวอร์ตันแย่กว่า ท็อฟฟี่อยู่ในช่วงทองเริ่มลอกกำลังเป๋แพ้มา 2 นัดติด จบลงด้วยชัยชนะของแมนยู 1-3 และจากวันนั้นอีก 10 นัด แมนยูไม่เคยแพ้ใครในลีกอีกเลย นัดนี้แหละครับคือจุดเปลี่ยนที่เซฟโซลชาอย่างแท้จริง

ฟอร์มอันยอดเยี่ยมทำให้เวลานี้ผ่านมา 17 นัด ปีศาจแดงเก็บไปแล้ว 36 แต้ม นำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกแบบสุดเท่ จากเกือบจะถูกไล่พ้นเก้าอี้ เวลานี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่มีใครสงสัยความสามารถแล้วแน่นอน เพราะดูเงียบ ๆ แต่จิตวิทยาในทีมคุมนักเตะอยู่ ต้องมาลุ้นกันว่าจะพาแมนยูไปสู่ฝั่งฝันแชมป์พรีเมียร์ลีกที่รอคอยมากว่า 8 ปีได้สำเร็จหรือไม่ อีกไม่นานได้ทราบกันครับ แต่ตอนนี้อากาศข้างบนหัวตารางมันช่างหนาวเหลือเกิน..


ภาพประกอบโดย ภาพปก / ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3

 

ช่องดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ และกีฬาชั้นนำทั่วโลก >> คลิกที่นี่

ดูบอลพรีเมียร์ลีกฟรี ทุกสัปดาห์ ผ่านทาง ID Station >> คลิกที่นี่

ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดทุกแมทช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี!