ในช่วงปลายฤดูฝนที่สายฝนตกพรำๆตลอดวัน เป็นช่วงเดียวกันกับที่น้ำจากแม่น้ำพัดพาแร่ธาตุจากแผ่นดินใหญ่ลงสู่ชายฝั่งทะเล เหล่าลูกปลาทั้งหลายจึงทยอยกันมาพร้อมหน้าบริเวณปากแม่น้ำสำคัญของอ่าวรูปตัว ก บริเวณอ่าวไทย ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง หรือปากแม่น้ำเพชรบุรีบริเวณอ่าวบางตะบูน จึงทำให้ยักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเลไทยอย่างวาฬบรูด้าเข้ามาอวดโฉมนับสิบตัวให้กับนักท่องเที่ยวที่ลงเรือออกมาเยี่ยมชมท้องทะเลไทย 

คำว่า “เวียง” แปลว่าเมือง  กุมกามเป็นเวียงโบราณที่พญามังรายสร้างขึ้นก่อนการสร้างเมืองเชียงใหม่ หลังจากที่พระองค์ได้ย้ายศูนย์กลางอำนาจจากเวียงเชียงแสนที่เชียงรายลงมายังที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง และเข้าตีเมืองหริภุณไชย (ลำพูน)ได้แล้ว จึงตั้งเมืองใหม่ที่เวียงกุมกามในพ.ศ. 1830  ทว่าถูกแม่น้ำปิงกัดเซาะใน พ.ศ. 1839 พญามังรายจึงย้ายเมืองหลวงไปที่เชิงดอยสุเทพและทิ้งเวียงกุมกามไว้ นานวันตะกอนจากแม่น้ำปิงทับทมจนกลบมิด กระทั่งปี 2523 กรมศิลปกรได้ขุดแต่งและบูรณะจนเป็นอย่งาที่เห็นทุกวันนี้ 

วาฬบรูด้า หนึ่งในสายพันธุ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญที่อาศัยอยู่ในท้องทะเล จัดอยู่ในกลุ่มวาฬไม่มีฟันแต่จะมีกระดูกที่เรียกว่าบาลีนทำหน้าที่กรองแพลงตอนและสัตว์ขนาดเล็กในทะเลเป็นอาหาร ซึ่งรวมไปถึงปลาเล็กปลาน้อยที่รวมฝูงกินอาหารอยู่บริเวณปากแม่น้ำเหล่านี้ด้วย ต่างเป็นอาหารอันโอชะของวาฬบรูด้าทั้งสิ้น

จากข้อมูลของ สมิทธิ์ สุติบุตร์ นักเขียนและช่างภาพผู้คลุกคลีกับวาฬบรูด้ามาเป็นเวลานาน ทำให้เราทราบว่า วาฬเหล่านี้ตามแหล่งอาหารสำคัญคือฝูงปลากะตักที่เข้ามากินอาหารบริเวณชายฝั่งในช่วงฤดูฝนของทุกปี สมิทธิ์ยังบอกอีกว่ากลุ่มวาฬบรูด้าเหล่านี้มีถิ่นอาศัยอยู่ในบริเวณอ่าวไทยอยู่แล้ว จากการสำรวจและศึกษาทำให้ทราบว่ามีวาฬบรูด้าอาศัยอยู่บริเวณอ่าวไทยไม่ต่ำกว่า 40 ตัว เราจึงตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เพราะจากจำนวนแล้วโอกาสที่จะเห็นวาฬบรูด้ากับตาตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็นนัก 

ออกมาจากฝั่งได้สักระยะหนึ่ง ที่จุดที่มีแต่ทะเลอันเวิ้งว้างมองเห็นเพียงแต่เรือประมงลำจิ๋วอยู่ตรงเส้นขอบฟ้า เราได้ยินเสียงจากวิทยุของคนขับเรือว่า “ปลาวาฬอยู่ด้านหน้าเยื้องไปทางขวา ใกล้กับกลุ่มเรือลากหอยลาย” ก็ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งหมดบนลำเรือต่างพากันลุกขึ้นชะโงกหน้าออกไปยังจุดที่ได้ยินนั้น แต่ทว่ามันอยู่ไกลจนเกินกว่าอำนาจสายตาจะมองเห็นได้ แต่เมื่อเรือแล่นเข้าไปอีกสักพักพวกเราก็ได้ยินเสียงพ่นน้ำดัง “ฟู่” วาฬบรูด้าขนาดยาวกว่า 12 เมตร ขึ้นมาหายใจและอวดครีบหลังให้ทุกๆคนได้ชม ความรู้สึกครั้งแรกที่เห็นวาฬบรูด้ากับตาตัวเอง เป็นสิ่งที่บอกออกมาเป็นคำพูดไม่ถูกจริงๆ มันทั้งตื่นเต้นและตกใจในคราวเดียวกัน

พวกเราชื่นชมและถ่ายภาพกับแม่วาฬตัวใหญ่อยู่สักพัก ก็จากมาด้วยคนขับเรือบอกกับพวกเราว่าพบวาฬอีกตัวอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก เราตามเจ้าวาฬตัวนั้นไปอยู่นานสองนาน วาฬได้อวดโฉมเพียงแค่การขึ้นมาหายใจแล้วดำลงน้ำไป แต่เมื่อวาฬขึ้นสู่ผิวน้ำ สิ่งที่เกิดขึ้นคือเสียงชัตเตอร์จากกล้องถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวทุกๆคนก็ดังเกรียวกราวดังเช่นเสียงปืนกล บ่งบอกความตื่นเต้นของนักท่องเที่ยวที่ได้พบกับวาฬบรูด้าเป็นอย่างมาก หลายครั้งที่เจ้าวาฬตัวยักษ์ว่ายเข้ามาใกล้เรือ จนเราเห็นรูปร่างขนาดใหญ่ของมันตั้งแต่ยังไม่โผล่ขึ้นมาพ้นน้ำ เรือที่เรายืนอยู่ดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่อเทียบกับขนาดอันใหญ่โตของวาฬ

เราตามวาฬบรูด้าไปจนเกือบถึงปากแม่น้ำท่าจีน ในช่วงบ่ายคล้อย ก็ได้พบกับฝูงนกจำนวนมากบินอยู่เหนือผิวน้ำ และเมื่อมองให้ดี เราจะเห็นวาฬบรูด้าแม่ลูก 2 ตัว ว่ายวนเวียนอยู่ใต้ผืนน้ำบริเวณนั้น สมิทธิ์บอกกับพวกเราว่า อาจจะได้เห็นมันขึ้นกินลูกปลาโดยใช้หัวโผล่พ้นน้ำแล้วอ้าปากกวาดลูกปลาเข้าปากของมัน แต่สิ่งที่ได้เห็นในวันนี้มีเพียงแค่เจ้าวาฬตัวใหญ่โผล่หัวขึ้นสู่ผิวน้ำแต่ไม่อ้าปากกินปลาแต่อย่างใด ซึ่งคนเรือบอกกับเราว่าฝูงลูกปลามีน้อยเกินไป ทำให้วาฬบรูด้าไม่ขึ้นกิน แต่ถึงอย่างนั้นเราก็มาไม่เสียเที่ยวเพราะเมื่อเราเงยหน้าขึ้นและถูกล้อมด้วยกลุ่มวาฬบรูด้ากว่า 10 ตัว รอบๆเรือ ทั้งไกลทั้งใกล้

แต่ทั้งหมดก็มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย ที่มีแร่ธาตุให้ปลาเล็กเข้ามากินอาหารส่งผลให้เหล่าวาฬบรูด้าเข้ามาหาเหยื่อตามกลไกของระบบนิเวศน์ธรรมชาติ เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบเห็น และถ้าหากทุกๆคนยังช่วยกันรักษาและปกป้องให้ระบบนิเวศน์นี้ยังคงอยู่ เราก็มีโอกาสได้เห็นเหล่ายักษ์ใหญ่เหล่านี้แหวกว่ายอยู่ในน่านน้ำอ่าวไทยตลอดไป

สนใจลงเรือเที่ยวชมวาฬบรูด้า ติดต่อ ครัวริมทะเลบางตะบูน โทร. 0-3258-1306, 08-5374-3558

เรือเช่า (เล็ก) โทร. 08-6796-5506 คุณจำรูญ พงศ์พิทักษ์ โทร. 0 3258 1233 คุณทิพย์เนตร สุขเจริญ โทร. 08 9796 5506 ควรไปเที่ยวในช่วงฤดูฝน ตั่งแต่เดือน สิงหาคมถึงเดือน ตุลาคม