“ตั้งแต่วันนี้ไป ฉันจะผอมให้ได้” เชื่อว่าเป็นคำพูดที่ใครหลายๆ คน เคยพูดไว้กับคนอื่น เพื่อนๆ หรือแม้กระทั่งตัวเอง หนึ่งในวิธีการที่หลายคนเลือกใช้นั่นก็คือ การออกกำลังกาย คำถามที่หลายๆ คนอาจจะสงสัยกันก็คือ เราจะออกกำลังกายอะไรดี? และเราควรออกกำลังกายนานวันละเท่าไหร่? เพื่อให้เราจะได้พิชิตหุ่นงามตามที่เราได้ตั้งปณิธานไว้ วันนี้ ที่นี่ มีคำตอบ!

     ก่อนอื่นต้องเข้าใจความจริงข้อหนึ่งก่อนว่าคนแต่ละคนเผาผลาญพลังงานได้ไม่เท่ากัน กล่าวคือ คนใดมีน้ำหนักตัวมากย่อมใช้พลังงานหรือเผาผลาญพลังงานมากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวน้อย ในการทำงานหรือออกกำลังกายแบบเดียวกัน ระยะเวลาเท่ากัน ดังนั้นคนที่น้ำหนักตัวมากก็ถือว่าได้เปรียบคนที่มีน้ำหนักตัวน้อยก็ว่าได้ เพราะออกกำลังกายเท่ากันแต่เผาผลาญพลังงานได้มากกว่า เยี่ยมไปเลย!

Advertisement

Advertisement

Size Running                                                                        ภาพโดย TheOtherKev จาก Pixabay 

     ต่อมา ก็ถึงคราวที่เราจะมาเลือกกิจกรรมที่เราชอบสำหรับการออกกำลังกายกันเลย โดยวันนี้เราจะยกตัวเลือกมาให้เพื่อนๆ เลือกกัน 10 อันดับ ยอดฮิต ได้แก่ การวิ่ง (METS 8) ฟุตบอล (METS 8) บาสเกตบอล (METS 8) ต่อยมวย (METS 5.5) ตีกอล์ฟ (METS 4.8) ปั่นจักรยาน (METS 7) ฟิตเนส (METS 5) ปิงปอง (METS 4) ว่ายน้ำ (METS 6) และแบดมินตัน (METS 5.5) เมื่อเพื่อนๆ เลือกกิจกรรมได้แล้วให้เพื่อนจำค่า METS ที่เป็นค่าสำคัญในการคำนวณการเผาผลาญพลังงานเอาไว้ หากกิจกรรมใดของเพื่อนๆ ไม่มีในรายการ เพื่อนๆ สามารถ คลิกที่นี่ เพื่อเข้าไปค้นหาค่า METS ของกิจกรรมที่เพื่อนๆ สนใจได้

      หลังจากนั้นให้เรานำค่า METS ที่เราได้คูณกับน้ำหนักตัวของเราในหน่วยกิโลกรัมและคูณด้วยค่าคงที่ 0.0175 ก็จะได้มาซึ่งพลังงานในหน่วยของแคลอรี่ที่เราใช้ในการออกกำลังกายประเภทนั้นๆ ต่อหนึ่งนาที แล้วนั้นเอง

Advertisement

Advertisement

                                                “METS x น้ำหนัก (กิโลกรัม) x 0.0175 = .......... แคลอรี่ต่อ 1 นาที”

     ตัวอย่างเช่น สีไม้ เลือกการเล่นฟุตบอล (METS 8) มีน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ดังนั้นสีไม้จะใช้พลังงานในการเล่นฟุตบอลเป็น  8 x 50 x 0.0175 หรือเท่ากับ 7 แคลอรี่ต่อนาที ดังนั้นหาก สีไม้ เลือกที่จะเล่นฟุตบอลวันละ 30 นาที สีไม้ จะเผาผลาญพลังงานได้วันละ 210 แคลอรี่ นั่นเอง

football                                                                            ภาพโดย Phillip Kofler จาก Pixabay

     แล้วทีนี้สิ่งที่สำคัญคือ เราเป็นผู้ตัดสินใจ ว่าเราจะออกกำลังกายแบบไหน แต่ละแบบก็มีค่า METS ไม่เหมือนกัน และเราจะออกกำลังกายนานเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการเผาผลาญพลังงานมากน้อยเพียงใด หากเรารับประทานอาหารเข้าไปมาก พลังงานที่เราได้รับก็ย่อมมาก สังเกตได้ง่ายๆ ที่ฉลากของผลิตภัณฑ์อาหารที่คุณทานจะมีการระบุปริมาณพลังงานที่คุณจะได้รับอยู่ หากร่างกายได้รับสารอาหารมากเกินกว่าที่จำเป็นต้องใช้ในการเปลี่ยนมาเป็นพลังงานเพื่อการดำรงชีวิต ร่างกายของเราก็จะนำสารอาหารเหล่านั้น แปรรูปไปเป็นไขมันส่วนเกินและจัดเก็บสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ดังนั้นหากคุณเป็นคนทานเก่ง ก็ต้องเบิร์นเก่งด้วย เพื่อรูปร่างหุ่นของคุณยังคงสวยและเรียบผอมตามที่คุณตั้งใจไว้

Advertisement

Advertisement

You R What You Eat                                                                   ภาพโดย Jerzy Górecki จาก Pixabay 

 

*** ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลอ้างอิง ***

https://pixabay.com/images/id-398612/ (ภาพปก)

https://golf.procon.org/met-values-for-800-activities/