ช่วงนี่้อาการเปลี่ยนแปลง ทำไงดีเมื่อลูกเป็นหวัด

     เรามีลูกชาย 1 คน ตอนนี้เขาอายุได้ 1 ขวบ 5 เดือนแล้ว น้องเป็นเด็กที่ ร่าเริง ซน และยิ้มเก่งมาก ประสบการของเราที่จำไปตลอดคือ ตอนแรกลูกเรามีอาการตัวร้อนนิดหน่อย เราก็ไม่ได้ให้เขากินยานะเพราะไม่อยากให้กินยามาก ไม่พาไปหาหมอด้วย เพราะคิดว่าตัวร้อนนิดหน่อย มีน้ำมูกเล็กน้อย พอผ่านไปสัก 2-3 วันตัวก็ยังไม่หายร้อน ทีนี่เริ่มมีน้ำมูกมากขึ้น ไอ อ๊วก เอาหละทีนี้ คงต้องพาไปหาหมอแล้วล่ะ พอไปหาหมอ หมอก็บอกว่าน้องมีอาการ อ๊วก มีไข้ จึงอยากให้น้องนอนโรงพยาบาล ดูอาการ เราก็เลยตัดสินใจให้น้องนอน แล้วน้องเริ่มมีเสมหะที่ลำคอเยอะขึ้น

รูปภาพนักเขียนรูปภาพนักเขียนรูปภาพนักเขียน                                                                                              เครดิตภาพ : นักเขียน

     พอตัดสินใจให้นอนที่โรงพยาบาล ทางพยาบาลก็ไปจัดเตรียมห้องที่จะให้เข้าไปนอน ตอนนั้นเราได้ห้องเตียงคู่ ทางพยาบาลเลยบอกว่า เดียวรอห้องเดี่่ยวว่าง จะย้ายให้นะคะ เพราะว่าอาการของน้อง ควรนอนห้องเดี่่ยว เพราะร่างกายของน้องกำลังอ่อนแอ ไม่อยากให้นอนร่วมกับผู้ป่วยคนอื่น หลังจากนั้นทางพยาบาล ก็มาเจาะเลือดน้อง  เพื่อนำไปตรวจดูว่าน้องเป็นอะไร แล้วก็ดูดเสมหะให้น้อง เพราะน้องมีเสมหะที่คอมาก อยากบอกว่าพอเราเห็นลูกโดนดูดเสมหะ เห็นหน้าลูกเวลาร้องหาย แล้วทำเหมือนจะให้เราช่วย น้องร้องเรียกแม่อยู่ตลอด น้ำตาเราไหลออกมาเลย เพราะความสงสารลูก เราเห็นพยาบาลเอาสายยางใส่ไปที่จมูก และปาก ของน้อง พอใส่ไปน้องดูทรมานมาก ยิ่งทำให้น้ำตาเราไหลไม่หยุด ทำไรไม่ได้ต้องยอมให้พยาบาลดูดเสมหะให้น้อง ไม่งั้นก็จะหนักกว่าเก่า ลงปอดขึ้นมาแย่เลย เราได้แต่กำมือน้องไว้แน่น ๆ เพื่อให้เขารู้ว่าแม่อยู่ตรงนี้นะลูก แม่เป็นกำลังใจให้หนูนะ และก็อยู่ข้างหนูตลอด พอหลังจากดูดเสร็จ พยาบาลก็ให้เราอุ้มน้อง เพื่อปลอมใจเขา พอเราได้อุ้มน้องนะ น้องกอดเราแน่นเลยคงกลัวน่าดู หลังจากนั้นพยาบาลก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้อง เป็นชุดที่จะนอนโรงพยาบาล 

Advertisement

Advertisement

รูปภาพนักเขียนรูปภาพนักเขียน

                                                                                            เครดิตภาพ : นักเขียน

     พอหลังจากที่ผลเลือด ผลจากการตรวจของหมอออกมา สรุปลูกเรา เป็น หลอดลมติดเชื้อ และลำไส้อักเสบ แถมมีไข้อีกต่างหากหลังจากที่นอนไปได้ 1 คืน น้องก็มีอาการท้องเสียเพิ่มขึ้นมาอีก ยิ่งทำให้เราใจเสียไปอีก คิดในใจถ้าเป้นไปได้ แม่อยากเป็นแทนหนูจัง สงสารลูกมาก ให้ทั้งน้ำเกลือ และยาฆ่าเชื้อ กินยาทีเยอะมาก แล้วก็มีพ่นยาทุก 4 ชั่วโมงอีก เฮ้อนึกในใจทำไมลูกเราต้องมาเป็นแบบนี้ด้วยนะ พอคืนที่ 2 เช้ามาคุณหมอก็มาตรวจอาการอีกรอบ คุณหมอบอกกับเราว่าน้องยังมีเสมหะเยอะอยู่เลยค่ะคุณแม่ ขอดูดเสมหะน้องอีกรอบนะคะ ในใจเราก็คิดว่าไม่อยากให้ลูกโดนดูดเสมหะอีกแล้ว เพราะสงสารน้องมาก ดูดทีเหมือนน้องจะขาดใจ ดูทรมานมาก แต่เราก็ต้องยอมให้ดูด ไม่งั้นคงจะอาการหนักกว่านี้ไม่หายสักที ต้องใจแข็ง พอน้องดูดเสมหะเสร็จ ก็เหมือนเดิม ยังคงต้อง พ่นยา กินยา ว่นไปแบบนี้จนน้องอาการเริ่มดีขึ้น เราก็ดีใจที่น้องเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ยังมีไข้ ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ พอช่วงเช้าอีกวันคุณหมอก็มาตรวจดูอาการ เห็นว่าน้องดีขึ้น แล้วแต่ยังมีไข้นิดหน่อย จึงขอให้ดูอาการจนถึงช่วงบ่ายอีกที ตอนนี้น้องเริ่มเล่น เริ่มยิ้มได้แล้ว อาการดีขึ้นมาก พอตกบ่ายน้องไม่มีไข้แล้ว ทางพยาบาลจึงทำเรื่อง เพื่อที่จะได้กลับบ้าน เราดีใจสุด ๆ ดีใจที่น้องหาย ที่น้องไม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้ ไม่งั้นเราคงขาดใจ แล้วทางพยาบาลได้สอนการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือด้วย เพื่อเราจะได้มาล้างให้น้องที่บ้าน เสมหะจะได้ไม่ลงคออีก ให้ล้าง เช้า - เย็น จะยิ่งดี

Advertisement

Advertisement

รูปภาพนักเขียนรูปภาพนักเขียนรูปภาพนักเขียน

                                                                                                เครดิตภาพ : นักเขียน

     สุดท้ายนี้ที่เราอยากจะบอกกับคุณแม่ ท่านอื่น ๆ คือ ถ้าลูกเรามีไข้ มีน้ำมูก หรือมีอาการผิดปกติ ไม่ค่อยกิน ไม่ร่าเริง ให้คุณแม่รีบพาไปหาหมอ อย่าปล่อยไว้นานแบบของเรานะ ไม่งั้นน้องจะโดนดูดเสมหะแบบนี้ บอกเลยถ้าคุณแม่ได้เห็นตอนน้องโดนดูดเสมหะ คุณแม่จะแทบขาดใจแบบเราแน่นอน