ปรากฎการณ์ “บุพเพสันนิวาส” ทำให้คนไทยกลับมาเที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์-ตามรอยละครกันถล่มทลาย หลายคนไปเยือนเมืองเก่าอยุธยาแล้วติดใจ อยากหาเส้นทางน่าสนใจเที่ยวต่อ “นายรอบรู้” อยากแนะนำเส้นทางจาก อยุธยา-อุทัยธานี ชมวัดโบราณที่สวยงามไปจนถึงทิวทัศน์เมืองลุ่มน้ำสะแกกรังจากบนยอดเขา ตามรอยถิ่นสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก-พระบิดาของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 จะเรียกว่าเส้นทางต้นกำเนิดราชวงศ์จักรีก็ว่าได้

อยุธยา-อุทัยธานี

อยุธยา-อุทัยธานี

อยุธยา-อุทัยธานี

เยี่ยมบ้านคุณย่าของแม่หญิงจันทร์วาด

 

หลายคนอาจไม่รู้ว่า ราชวงศ์จักรีสืบเชื้อสายมาจากเจ้าพระยาโกษาปาน ขุนนางในสมัยอยุธยา และยังเกี่ยวข้องกับตัวละครแม่หญิงจันทร์วาดในละครบุพเพสันนิวาสอีกด้วย!

เราเริ่มต้นกันที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน โดยไปเยี่ยมชมวัดดุสิตาราม ตำบลหันตรา ในอำเภอเมือง ซึ่งมีประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับ ‘เจ้าแม่วัดดุสิต’ บรรพบุรุษของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก  

เจ้าแม่วัดดุสิตเป็นพระนมของของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ท่านมีบุตร 3 คน บุตรชายคนโตชื่อ เหล็ก ภายหลังก็คือเจ้าพระยาโกษาเหล็ก บิดาของตัวละครแม่หญิงจันทร์วาดที่เราคุ้นเคยกันดีในละครบุพเพสันนิวาส (แม่หญิงจันทร์วาดไม่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์) บุตรคนที่สองเป็นหญิงชื่อ แช่ม ต่อมาเป็นท้าวศรีจุฬาลักษณ์ บุตรคนที่สามเป็นชายชื่อ ปาน ต่อมาก็คือออกพระวิสูตรสุนทร หรือเจ้าพระยาโกษาปาน เจ้าพระยาโกษาปานมีหลานคือพระยาราชนิกูล (ทองคำ) เป็นพระบิดาของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก

เดิมเจ้าแม่วัดดุสิตชื่อบัว อาศัยอยู่ใกล้วัดดุสิต ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองดุสิตตรงส่วนที่ต่อกับคลองปากข้าวสาร ต่อมาสมเด็จพระนารายณ์มหาราชพระราชทานสร้างพระตำหนักที่ข้างวัดถวายพระนม นางจึงได้ชื่อเรียกกันมาว่า เจ้าแม่วัดดุสิต

คนในสมัยก่อนมีความเชื่อว่าบ้านแต่ละหลังผูกโยงกับชีวิตเจ้าของบ้าน เพราะเวลาที่ลงเสาเอกสร้างบ้านจะต้องดูฤกษ์ของเจ้าของบ้านเป็นคน ๆ ไป ทำให้เมื่อเจ้าของบ้านคนนั้นเสียชีวิตลง ลูกหลานก็จะถวายบ้านหลังนั้นให้แก่สงฆ์ นำไปสร้างวัดสร้างกุฏิพระหรือทำประโยชน์อย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนชนชั้นไหนก็เชื่อเช่นนี้ เช่นเดียวกัน หลังจากที่เจ้าแม่ดุสิตเสียชีวิตลงไป พระตำหนักของท่านก็ถูกถวายให้แก่สงฆ์ในวัดดุสิตาราม แม้ปัจจุบันไม่เหลือหลักฐานแล้ว แต่วัดดุสิตารามก็มีโบราณสถานที่น่าสนใจ เช่น เจดีย์ พระอุโบสถ รอยพระพุทธบาท

ภายหลังนายทองคำ หลานของเจ้าแม่วัดดุสิตย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่เมือง สะเกตรัง หรือจังหวัดอุทัยธานีในปัจจุบัน ในสมัยของสมเด็จพระที่นั่งท้ายสระ และให้กำเนิดทายาทของครอบครัวคือนายทองดี (สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก) เมื่อนายทองดีเติบโตขึ้นก็ย้ายกลับมาที่พระนครศรีอยุธยา เพื่อรับราชกาลในสมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระอักษรสุนทร ดำรงตำแหน่งเสมียนตรามหาดไทย

นายทองดีได้ไปสร้างบ้านอยู่บริเวณป้อมเพชรไพโรจน์ สมรสกับหญิงสาวชาวจีนชื่อดาวเรือง (บางตำราว่าชื่อหยก)  มีบุตรธิดารวม 5 คน บุตรคนหนึ่งคือนายทองด้วง มีความสามารถด้านการออกศึกสงครามจึงได้รับบรรดาศักดิ์เป็น สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ก่อนปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

อยุธยา-อุทัยธานี

อยุธยา-อุทัยธานี

อยุธยา-อุทัยธานี - วัดสุวรรณดาราราม

อยุธยา-อุทัยธานี

ชมวัดสุวรรณดาราราม ชมจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม

เราเดินทางต่อมายังวัดสุวรรณดาราราม ตำบลหอรัตไชย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดแห่งนี้นายทองดี หรือสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกได้สร้างขึ้นใกล้กับบริเวณนิวาสถานเดิม หรือบ้านเก่า โดยใช้ชื่อว่า “วัดทอง”

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2310 พม่าได้ยกกองทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาแตก วัดทองก็ถูกพม่าทำลายกลายเป็นวัดร้างนานถึง 18 ปี เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงปราบดาภิเษกและสร้างกรุงเทพมหานครเป็นราชธานีแล้ว ใน พ.ศ.2328

ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดทองของบิดาที่ถูกทิ้งร้างให้งดงามขึ้นอีกครั้ง

การปฏิสังขรครั้งนี้ ได้ก่อสร้างพระอุโบสถ พระเจดีย์ และหมู่กุฏิขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เมื่อแล้วเสร็จพระองค์ได้พระราชทานนามใหม่ตามชื่อของพระราชบิดา (ทองดี) และพระราชมารดา(ดาวเรือง) ว่า “วัดสุวรรณดาราราม” และมีการบูรณะบำรุงกันต่อมา

ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ปางมารวิชัย ซึ่งจำลองขยายส่วนจากพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรพระแก้วมรกต (พระแก้วมรกต) วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถจะแบ่งเล่าเป็น 3 ส่วนด้วยกันคือส่วนแรกประตูของอุโบสถจะเป็นภาพพุทธประวัติ ตอนมารวิชัย มีขนาดใหญ่เต็มผนัง ส่วนต่อมาคือส่วนบนเหนือขอบหน้าต่าง เขียนภาพเทพชุมนุม 2 ชั้น ชั้นละ 16 องค์ ชั้นบนเป็นรูปเทพ ชั้นล่างเป็นรูปเทพและยักษ์ โดยทุกองค์จะหัดไปทางพระประธาน และที่เหลือคือภาพของทศชาติชาดก

ส่วนวิหารของวัด ภายในเป็นจิตรกรรมฝาผนัง ภาพเขียนสีน้ำมันฝีมือของ มหาเสวกตรี พระยาอนุศาสน์จิตร ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการนำสีน้ำมันมาเขียนจิตรกรรมฝาผนัง เล่าถึงประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยแบ่งตามเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น เช่น การประกาศอิสรภาพ การทำยุทธหัตถี เป็นต้น นับเป็นภาพที่งดงาม ควรค่าแก่การชมอย่างยิ่ง

อยุธยา-อุทัยธานี

อยุธยา-อุทัยธานี - วัดสังกัสรัตนคีรี

อยุธยา-อุทัยธานี

อยุธยา-อุทัยธานี

สัมผัสอุทัยธานี เมืองพระชนกจักรี

จากอยุธยา เราเดินทางต่อมาที่อุทัยธานี เมืองเล็กริมแม่น้ำสะแกกรัง

แม้ว่าบ้านของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกจะอยู่ที่พระนครศรีอยุธยา แต่ชาวอุทัยธานีก็เคารพเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือว่าเมือง

อุทัยเป็นถิ่นเกิดของพระองค์ท่าน จึงมีคำขวัญจังหวัดว่า เมือฃพระราชชนกจักรี และได้ร่วมกันสร้างพระบรมรูปของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกเป็นรูปหล่อสองเท่าองค์จริง ประทับบนแท่นพลับพลาจตุรมุข ประดิษฐานอยู่บนเขาสะแกกรัง บริเวณวัดสังกัสรัตนคีรี กลางเมืองอุทัยธานี โดยมีการจัดพิธีถวายสักการะในวันที่ 5 เมษายนของทุกปี

หากมองตามสายตาของพระบรมรูปจะเห็นเมืองอุทัยธานีอยู่ด้านล่างพอดี บริเวณนี้จึงเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงาม และชวนให้เรายึกย้อนถึงเรื่องราวทั้งหมดของบรรพบุรุษราชวงศ์จักรี ราชวงศ์ที่สืบทอดมายาวนานและผูกพันกับชีวิตของไทยอย่างแยกไม่ออก