คัดลอกลิงค์

ความรู้

อนาคตของเทคโนโลยีไร้สายในองค์กร

พิตติคม
พิตติคม
|4 min read
อ่านบทความอื่นจาก พิตติคม
แจ้งตรวจสอบ
อนาคตของเทคโนโลยีไร้สายในองค์กร

ปัจจุบันเนื่องจากเทคโนโลยี Wi-Fi และ 5G ได้รับการปรับปรุงเพื่อรองรับความเร็วที่สูงขึ้นและมีจำนวนผู้ใช้ต่อจุดเชื่อมต่อมากขึ้น องค์กรต่างๆจึงต้องมองลึกลงไปเพื่อตัดสินใจว่าเทคโนโลยีใดที่ตรงกับความต้องการของตนมากที่สุด

ข้อถกเถียงอย่างหนึ่งในระบบเครือข่ายคือรูปแบบการเชื่อมต่อนั้นควรใช้แบบมีสายซึ่งให้ความเร็วที่ดีหรือไร้สายซึ่งให้ความคล่องตัว สำหรับ Wi-Fi แบบใหม่ล่าสุดนั้นให้ความเร็วเทียบเท่ากับเทคโนโลยีแบบมีสายซึ่งจะช่วยขจัดข้อถกเถียงนี้

แน่นอนปัจจุบันการเชื่อมต่อแบบใช้สายยังเร็วกว่า แต่สำหรับแอปพลิเคชันส่วนใหญ่รวมถึงสตรีมมิ่งวิดีโอผู้ใช้จะไม่พบว่ามีประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างกัน เมื่อมองไปข้างหน้าระบบไร้สายรุ่นต่อไปจะมีความเร็วมากกว่า 1 Gbps ทำให้การใช้งานระบบไร้สายด้วยความเร็วสูงเป็นเรื่องปกติ

อุปกรณ์ในองค์กร

การตัดสินใจครั้งใหญ่คือจะใช้เทคโนโลยีไร้สายแบบไหน

Advertisement

Advertisement

          ในอดีตมีเพียงตัวเลือกเดียวนั่นคือ Wi-Fi แต่ตอนนี้มีอีกทางเลือกหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทและนั่นคือ 5G และไม่ใช่ 5G เหมือนแบบที่ติดมากับโทรศัพท์มือถือของคุณ แต่เป็น5G ส่วนตัวในสภาพแวดล้อมขององค์กร

           ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี Citizens Broadband Radio Service (CBRS) ทำให้การใช้ 5G เป็นจริงซึ่งจะช่วยให้องค์กรต่างๆสามารถนำบริการ 5G เข้าสู่การใช้งานในอาคารได้ ในขณะเดียวกัน Wi-Fi ได้ผ่านขั้นตอนวิวัฒนาการครั้งใหญ่ด้วย Wi-Fi 6 ซึ่งมีการปรับปรุงครั้งใหญ่จาก Wi-Fi 5 ที่ทำให้น่าเชื่อถือมากขึ้น

           สิ่งนี้ทำให้เกิดการถกเถียงกันว่าระบบไร้สายรุ่นต่อไปขององค์กรควรเป็นอย่างไร ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง แต่สิ่งสำคัญคือวิศวกรเครือข่ายต้องเข้าใจข้อดีข้อเสียของแต่ละโซลูชันและวิธีการนำไปใช้

Advertisement

Advertisement

โทรศัพท์มือถือระบบ 5 G

Wi-Fi 6

          Wi-Fi 6 เป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่จาก Wi-Fi รุ่นก่อนโดยการเพิ่มคุณสมบัติจากโลกของเซลลูลาร์เช่น OFDMA และ MU-MIMO เพื่อปรับปรุงคุณภาพสเปกตรัมให้ดียิ่งขึ้น

          ความจริงก็คือแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะได้รับการปรับปรุง แต่ก็ไม่ได้แก้ปัญหาพื้นฐานคือ Wi-Fi อาศัยคลื่นความถี่ที่ใช้ร่วมกันและไม่มีใบอนุญาตซึ่งทำให้ไวต่อสัญญาณรบกวนและ Bandwidth ที่อิ่มตัว

          ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าการสำรวจสถานที่ติดตั้งจะดีเพียงใดหรือมีความรอบคอบเพียงใดในการวางแผนทางสถาปัตยกรรมก็มักจะมีปัญหาในสภาพแวดล้อมที่ต้องการ Wi-Fi 6 ไม่สามารถแก้ปัญหาทั่วไปในการทำงานบนเครือข่าย Wi-Fi เมื่อเกิดการทำงานได้ไม่ดีขึ้นกระทันหัน แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นบ่อยนักแต่ก็ยังคงมีอยู่

          ข้อได้เปรียบหลักของ Wi-Fi คือมีต้นทุนที่ต่ำมากโดยเฉพาะในฝั่ง Client End ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เปิดใช้งาน Wi-Fi นอกจากนี้อุปกรณ์ IoT จำนวนมากยังรองรับ Wi-Fi 6

Advertisement

Advertisement

          Wi-Fi 6 ควรเป็นเครือข่ายไร้สายที่เป็นตัวเลือกสำหรับแอปพลิเคชันที่ไม่สำคัญต่อภารกิจหลัก แต่ลักษณะที่คาดเดาไม่ได้ของมันหมายความว่าผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีควรระมัดระวังในการใช้งานในภารกิจที่สำคัญเช่น การผลิต, Logistics, คลังสินค้าหรือการดูแลสุขภาพ

อุปกรณ์ Access Point ของ Wi Fi

ใช้ 5G เป็นบริการในองค์กร

          องค์กรสามารถซื้อบริการ 5G จากผู้ให้บริการมาใช้ในการสร้างระบบไร้สายในองค์กร นี่เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการดำเนินการ แต่มันจะนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย

          หนึ่งในนั้นคือพื้นที่ครอบคลุม ไม่มีผู้ให้บริการรายใดให้บริการ 5G ได้ทุกที่ซึ่งหมายความว่าองค์กรที่มีหน่วยงานกระจายอยู่ทั่วไป อาจจำเป็นต้องทำสัญญากับผู้ให้บริการมากกว่าหนึ่งรายเพื่อให้ได้รับบริการครอบคลุมทั้งหมดที่ต้องการ

          ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือการเป็นเจ้าของข้อมูล เมื่อ 5G ถูกซื้อเป็นบริการโทรคมนาคมข้อมูลจะผ่านเครือข่ายของผู้ให้บริการไปยังเครือข่ายหลักจากนั้นจะถูกส่งไปยังอินเทอร์เน็ตกลับไปยังลูกค้า สิ่งนี้ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับเครือข่ายภายในองค์กรที่ข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บไว้ในเครื่องและบริษัทสามารถสแกนวิเคราะห์และจัดเก็บได้หากเครือข่ายนั้นเป็นขององค์กรเอง มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียข้อมูลนั้นไปหากมีการกำหนดเส้นทางผ่านเครือข่ายของผู้ให้บริการ

          ข้อกังวลอีกประการในการเดินไปบนเส้นทางนี้คือการบริการลูกค้าที่คุณคาดหวังได้จากผู้ให้บริการกลุ่มนี้ ลองนึกภาพว่าหากเครือข่ายของผู้ให้บริการเครือข่าย 5G ของระบบโรงงานของคุณล่มมันจะทำให้สายการผลิตหยุดชะงัก ผู้ให้บริการจะแก้ไขได้เร็วพอหรือไม่ เนื่องจากลักษณะการทำงานของระบบไร้สายสำหรับธุรกิจมีความสำคัญอย่างยิ่ง การบริการลูกค้าที่ไม่ดีไม่ใช่เรื่องที่ต้องนำไปเสี่ยง

สร้างเครือข่ายของคุณเองด้วยอุปกรณ์ 5G ของผู้ให้บริการ

           เครือข่าย 5G ของผู้ให้บริการทั้งหมดสร้างขึ้นจากอุปกรณ์ที่ผลิตโดยผู้ผลิตเพียงไม่กี่ราย ผู้ให้บริการเหล่านี้อาจเหมาะสมกับองค์กรขนาดใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดที่มีเครือข่ายใหญ่พอ ๆ กับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายย่อย แต่สำหรับ 99% ขององค์กรในโลกพวกเขาไม่สามารถเลือกที่จะทำเช่นนี้ได้

          ในขณะที่ประโยชน์ของการใช้บริการระดับผู้ให้บริการรายหนึ่งคือการทดลองและทดสอบเทคโนโลยีของพวกเขา แต่ข้อเสียก็มีความสำคัญคืออุปกรณ์ของพวกเขาได้รับการออกแบบมาสำหรับเครือข่ายผู้ให้บริการขนาดใหญ่ไม่ใช่สำหรับองค์กร การใช้อุปกรณ์เหล่านี้มันจะเหมือนกับการนำ Router หลักระดับผู้ให้บริการมาใช้เพื่อสร้างเครือข่ายขององค์กร มันสามารถทำได้แต่มันเกินความจำเป็นโดยสิ้นเชิง

           นอกจากนี้ระดับความซับซ้อนของอุปกรณ์ 5G ระดับผู้ให้บริการมีความสำคัญมากจนผู้ให้บริการหลายรายเลิกจ้างบริการระดับมืออาชีพเพื่อให้อุปกรณ์พร้อมใช้งาน และผู้ให้บริการบางรายยังจ้างบุคคลภายนอกในการดำเนินการทั้งหมดของเครือข่ายเนื่องจากระบบมีความซับซ้อน

โครงสร้างพื้นฐาน 5G ระดับองค์กร

            เมื่อเร็ว ๆ นี้อุปกรณ์ 5G ที่ออกแบบมาสำหรับองค์กรเพื่อการปรับใช้และจัดการด้วยความสะดวกของ Wi-Fi ได้เข้ามามีส่วนในบริการ เมื่อเวลาผ่านไปผู้ให้บริการ Wi-Fi หลักรายอื่นมีแนวโน้มที่จะสร้างหรือซื้อหนทางเข้าสู่เครือข่าย 5G ระดับองค์กรมากขึ้น

             ข้อดีของตัวเลือกนี้คือให้คุณภาพและความน่าเชื่อถือของ 5G และช่วยให้ทีมวิศวกรเครือข่ายสามารถปรับใช้จัดการและใช้งานได้เหมือนกับ Wi-Fi ข้อเสียคือต้นทุนของลูกค้าที่ใช้ 5G ในขณะที่ Laptop ระดับล่างที่รองรับ Wi-Fi มีราคาไม่แพง แต่ Laptop ที่เปิดใช้งาน 5G ได้มีราคาสูงกว่ามาก

การทำงานภายในองค์กร

การใช้งาน 5G ที่ดี

              ในขณะปัจจุบันที่ค่าใช้จ่ายของเครือข่าย 5G ส่วนตัวมีราคาแพงเกินไปในการใช้งานทุกที่ แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับสภาพแวดล้อมที่สำคัญต่อภารกิจที่ไม่สามารถใช้ Wi-Fi

               ในปัจจุบันโรงพยาบาลที่ต้องการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทางการแพทย์และไม่ต้องกังวลกับการไม่มั่นคงของ Wi-Fi ควรพิจารณา องค์กรการผลิตที่หลีกเลี่ยง Wi-Fi ควรพิจารณา 5G แบบส่วนตัวเพื่อลดความจำเป็นในการอับเกรดสายเคเบิลของตัวเองบ่อยๆ

               การใช้งานระบบไร้สายที่ดีที่สุดคือการผสมผสานระหว่าง Wi-Fi 6 สำหรับพนักงานทั่วไปโดยไม่จำเป็นต้องใช้ Bandwidth ของเครือข่ายที่เชื่อถือได้สูงและเหมาะสมผู้ใช้ทั่วไป สิ่งนี้ควรเสริมด้วย 5G ส่วนตัวสำหรับระบบงานระดับองค์กร

               สำหรับสภาพแวดล้อมที่มีความต้องการที่สูงขึ้น องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของทั้งสองอย่างได้ แต่ยังต้องพิจารณาใช้งบประมาณอย่างชาญฉลาดด้วย เมื่อเวลาผ่านไปค่าใช้จ่ายของ 5G แบบส่วนตัวมีแนวโน้มที่จะลดลงและเมื่อเป็นเช่นนั้นองค์กรต่างๆสามารถมองไปที่การขยายขอบเขต 5G และแทนที่เครือข่าย Wi-Fi บางส่วนหรือทั้งหมดในสภาพแวดล้อมที่สำคัญได้ แต่สำหรับตอนนี้การใช้ทั้งสองอย่างคือแนวทางที่เหมาะสมที่สุด

ขอบคุณภาพจาก

ภาพปกจาก Freepik

Imgix / Unsplash (https://unsplash.com/photos/klWUhr-wPJ8)

Freestocks / Unsplash (https://unsplash.com/photos/mw6Onwg4frY)

Compare Fibre / Unsplash (https://unsplash.com/photos/mhA3QOXME5M)

Sam Moqadam / Unsplash (https://unsplash.com/photos/pUX1VmjFqKY)

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด