เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงเล่าเมื่อครั้งเเสด็จตรวจราชการมณฑลต่าง ๆ โดยปีพ.ศ.2435ได้ทรงเสด็จตรวจราชการยังมณฑลฝ่ายเหนือตั้งแต่ อยุธยาขึ้นไปถึงเมืองพิษณุโลก สวรรคโลก สุโขทัย เมืองตาก แล้วกลับมาทางเมืองกำแพงเพชร แล้วมาหยุดพักที่เมืองอ่างทองอยู่2วัน ทรงสั่งให้เจ้าเมืองกรมการเตรียมม้าพาหนะกับคนหามของเพื่อที่จะเตรียมเสด็จไปเมืองสุพรรณบุรี 

           พระยาอินทรวิชิต ผู้ว่าเมืองอ่างทองซึ่งสนิทรู้จักคุ้นเคยกับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ได้พยายามขัดขวางเพื่อที่ไม่ให้เสด็จ โดยพยายามอ้างด้วยวิธีต่างๆว่าเส้นทางที่จะไปเมืองสุพรรณบุรีนั้นขัดสนลำบากไม่มีที่ค้างแรมหยุดพัก เส้นทางเป็นโคลนเป็นหลุม หากเสด็จจะเป็นการลำบากโดยแท้ โดยพระยาอินทรวิชิตพยามโน้มน้าวพระทัยด้วยวิธีต่างๆเพื่อที่จะรั้งไม่ให้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ เสด็จไปเมืองสุพรรณบุรีให้ได้  แต่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ไม่ทรงเลิกล้มแผนที่จะเสด็จ เพราะทรงได้ผ่านความยากลำบากในการเดินทางมาจากมณฑลเหนือมาแล้ว จึงมีพระดำริว่าน่าจะสามารถเดินทางไปเมืองสุพรรณบุรีได้ แต่พระยาอินทรวิชิตหาเลิกล้มการที่จะขวางสมเด็จไม่โดยได้อ้างถึงความเชื่อที่ว่า เกรงอันตรายอันเนื่องมาจากคติมาแต่โบราณว่า “ห้ามเจ้านายมิให้เสด็จไปเมืองสุพรรณบุรี” ด้วยเหตุนี้จึงทรงสงสัยว่าเพราะเหตุใดถึงห้ามเช่นนี้

Advertisement

Advertisement

กรมพระยาดำรง

แต่พอทรงซักถามถึงสาเหตุพระยาอินทรวิชิตก็ไม่อาจทูลตอบได้ เพียงแต่ทูลว่าเป็นเพราะคติความเชื่อกันมาแต่โบราณว่า เพราะเทพารักษ์ประจำเมืองสุพรรณบุรีนั้นไม่ชอบเจ้านาย แต่ก็ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด ด้วยเหตุนี้กรมพระยาดำรงราชานุภาพจึงทรงอธิบายถึงพระดำริของพระองค์ว่า  

Advertisement

Advertisement

ฉันคิดว่าที่มีฤทธิเดชถึงสามารถจะให้ร้ายให้ดีแก่ผู้อื่นได้จะต้องสร้างบารมีมาแต่ชาติปางก่อน ผลบุญจึงบันดาลให้มาเป็นเทพารักษ์ศักดิ์สิทธิ์ถึงเพียงนั้น ก็การสร้างบารมีนั้นจำต้องประกอบด้วยศีลธรรมความดี ถ้าปราศจากศีลธรรมก็หาอาจจะเป็นเทพารักษ์ผู้มีฤทธิ์ประจำหลักเมืองสุพรรณบุรี คงอยู่ในศีลธรรม รู้ว่าฉันไปเมืองสุพรรณเพื่อจะทำนุบำรุงบ้านเมืองให้ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขยิ่งกว่าแต่ก่อน คงจะกลับยินดีอนุโมทนาด้วยเสียอีก

 

พระพุทธรูป

        พอเสด็จไปถึงเมืองสุพรรณบุรีได้มีแต่พระชัยราชรักษาปลัดออกมารับเสด็จแต่กลับไม่มีเจ้าเมืองคือพระยาสุนทรสงคราม  เมื่อทรงตรัสถึงเจ้าเมืองพระชัยราชรักษาได้ทูลว่าเจ้าเมืองเข้ากรุงเทพฯ ทรงรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดเจ้าเมืองถึงได้เข้ากรุงเทพฯเอายามนี้ แต่พอถึงวันรุ่งขึ้นได้มีราษฎรมาเฝ้ายื่นเรื่องราวกล่าวโทษพระยาสุนทรสงคราม ว่าได้ปกครองอย่างกดขี่ข่มเหงรีดเงินราษฎร เมื่อทรงได้รู้เรื่องราวเช่นนั้นจึงทรงเข้าพระทัยว่าเหตุใดเจ้าเมืองจึงหนีเข้ากรุงเทพเอายามนี้ จากนั้นจึงได้ทรงปลดพระยาสุนทรสงครามออกจากเจ้าเมืองสุพรรณ

Advertisement

Advertisement

           หลังจากนั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเสด็จประพาสต้นสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯจึงได้ทูลให้เสด็จไปที่เมืองสุพรรณบุรี จึงมีพระราชดำรัสว่า

ฉันก็นึกอยากไปอยู่แล้ว แต่ว่าไม่เป็นบ้านะ

 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯจึงได้ทูลว่า

ข้าพระพุทธเจ้าไปเมืองสุพรรณหลายปีแล้ว ก็ยังรับราชการสนองพระเดชพระคุณอยู่ได้

ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าหลวงจึงได้เสด็จประพาสเมืองสุพรรณบุรีสืบไป. 

เศียรพระศรีสรรเพชญ์


อ้างอิงจาก:หนังสือนิทานโบราณคดีพระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

ภาพโดย วจโนสุนทโร