ห้ามทำสิ่งนี้ในวันตรุษจีน ถ้าหากไม่อยากโชคร้ายไปตลอดทั้งปี

วันตรุษจีนถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของคนจีนที่มีความสำคัญมาก ๆ และในวันตรุษจีนนั้นก็มีข้อห้ามที่ไม่ควรทำเพราะเป็นความเชื่อแต่โบราณของคนจีนที่สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีข้อห้าม 12 ข้อห้าม ดังนี้

กวาดพื้น1. ห้ามทำความสะอาดบ้าน

คนจีนมีความเชื่อที่ว่า ถ้าหากทำความสะอาดบ้าน กวาดบ้านในวันตรุษจีนจะเป็นการกวาดเงินทอง โชคลาภ โชคดีออกไปจากบ้าน แต่ถ้าหากมีความจำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดก็จะกวาดเพียงเศษฝุ่นไปวางไว้ที่มุมบ้าน แล้วจึงนำไปทิ้งหลังจากวันตรุษจีน เพราะฉะนั้นหากต้องทำความสะอาดบ้านควรที่จะทำก่อนจะถึงวันตรุษจีนเพื่อเป็นการต้อนรับสิ่งดี ๆ และญาติพี่น้องหรือแขกที่มาเยี่ยม

ช่างกำลังตัดผม2. ห้ามสระผม หรือตัดผม

คนจีนมีความเชื่อที่ว่าถ้าหากตัดผม หรือสระผมในวันตรุษจีนจะเป็นการชะล้างความโชคดี โชคลาภ และความมั่งคั่งมั่งมีออกไปจากชีวิต เพราะคำว่า "ผม" ในภาษาจีนนั้น เป็นคำที่มีความพร้องเสียงกับคำว่า "มั่งคั่ง" ดังนั้นควรที่จะสระผม หรือตัดผมก่อนถึงวันตรุษจีนนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

พูด3. ห้ามพูดคำหยาบคาย หรือคำทีไม่สุภาพ และห้ามทะเลาวิวาทกับผู้อื่น

คนจีนเชื่อว่าไม่ควรพูดจาไม่สุภาพ ด่าทอผู้อื่น หรือคำที่ไม่ดี รวมไปถึงการพูดถึงคนตาย ผี วิญญาณ เพราะจะเป็นลางร้ายในชีวิต รวมไปถึงหลักเลี่ยงการพูด หรือการใช้เลขสี่ เพราะเลขสี่ออกเสียงเหมือนคำว่าตายในภาษาจีนนั่นเอง

โจ๊กงาดำ4. ห้ามรับประทานโจ๊ก และเนื้อสัตว์

คนจีนมีความเชื่อที่ว่าการรับประทานโจ๊กหรือเนื้อสัตว์ในตอนเช้านั้น เปรียบเสมือนเป็นการขัดขวางตนเองไม่ให้ร่ำรวย เพราะคนที่มีฐานะยากจนจะรับประทานโจ๊กเป็นอาหารเช้า และการที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์นั้น เพราะเชื่อว่าเทพเจ้าที่ลงมาในตอนเช้าของวันตรุษจีนนั้นเป็นมังสวิรัติ

Advertisement

Advertisement

คุณยายกำลังซักผ้าในแม่น้ำ5. ห้ามซักผ้า

คนจีนมีความเชื่อที่ว่าเทพเจ้าแห่งน้ำนั้นได้ถือกำเนิดในวันตรุษจีน จึงห้ามซักผ้าในวันตรุษจีน เพราะเปรียบเสมือน การลบหลู่เทพเจ้าแห่งน้ำ นั่นเอง

หญิงสาวที่ใส่เสื้อผ้าสีขาว6. ห้ามใส่เสื้อผ้าสีดำ หรือสีขาว

คนจีนมีความเชื่อที่ว่า การใส่เสื้อผ้า ที่มีสีขาวหรือสีดำในวันตรุษจีน เป็นสัญลักษณ์แห่งความตาย เปรียบเสมือนเป็นลางร้าย หรือลางไม่ดีในชีวิต โดยส่วนใหญ่ จะนิยมใส่ชุดสีแดง เพราะเชื่อว่า สีแดงนั้น เป็นการนำความโชคดีเข้ามาให้ นั่นเอง

การส่งเงินให้กัน7. ห้ามให้ผู้อื่นยืมเงินหรือยืมเงินของผู้อื่น รวมถึงสิ่งของต่าง ๆ

คนจีนมีความเชื่อที่ว่า การให้ผู้อื่นหยิบยืมเงิน ในวันตรุษจีน จะทำให้มีผู้มาหยิบยืมเงินตลอดทั้งปี และห้ามยืมเงิน ของผู้อื่น เพราะจะทำให้ ยากจนไปตลอดทั้งปี รวมไปถึงผู้ที่มีหนี้สิน ก่อนถึงวันตรุษจีน จะนำเงินนั้น ไปคืน เจ้าหนี้ เพราะจะทำให้ ปีต่อไป จะไม่เป็นหนี้เป็นสิน มีแต่ความมั่งคั่งมั่งมีตลอดทั้งปี

Advertisement

Advertisement

แก้วที่ตกลงมาแตกเสียหาย8. ห้ามทำสิ่งของในบ้านแตกเสียหายหรือชำรุด

คนจีนมีความเชื่อที่ว่า การทำ สิ่งของในบ้านหล่นแตกเสียหายหรือชำรุด เปรียบเสมือนจะทำให้ครอบครัวแตกแยก เป็นลางร้ายลางไม่ดี และจะมีคนในครอบครัวเสียชีวิตหรือเจ็บป่วย ในวันตรุษจีนจึงต้องระมัดระวังสิ่งของในบ้านเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้มีสิ่งของแตกเสียหายหรือชำรุดนั่นเอง

รองเท้าส้นสูงสีแดงคู่ใหม่9. ห้ามซื้อรองเท้าใหม่

คนจีนมีความเชื่อที่ว่า ไม่ควรซื้อรองเท้าใหม่ในวันตรุษจีน เพราะรองเท้า ออกเสียงเหมือนการถอนหายใจ จึงเป็นสัญญาณการเริ่มต้นปีใหม่ที่ไม่ดี หรือเป็นลางไม่ดีนั่นเอง

ผุ้หญิงที่กำลังท้อแท้เศร้าเสียใจ10. ห้ามร้องไห้หรือโศกเศร้าเสียใจ

คนจีนมีความเชื่อที่ว่าถ้าหากร้องไห้หรือโศกเศร้าเสียใจในวันตรุษจีน เปรียบเสมือนเป็นการ ที่จะทำให้ชีวิต พบเจอแต่เรื่องที่ไม่ดีเจอแต่เรื่องที่ทำให้โศกเศร้าเสียใจไปตลอดทั้งปี

หญิงสาวที่กำลังถือมีดอยู่ในมือ11. ห้ามใช้สิ่งของมีคมต่าง ๆ

คนจีนมีความเชื่อที่ว่า การใช้สิ่งของมีคม หั่นหรือตัด สิ่งของขาดนั้น เปรียบเสมือนเป็นการตัดสิ่ง ที่ดีๆออกไปจากชีวิตตัดโชคลาภโชคดีความมั่งคั่งร่ำรวยออกไปนั่นเอง

12. ห้ามเข้าห้องนอนของผู้อื่น

คนจีนมีความเชื่อที่ว่าในวันตรุษจีนไม่ควรเข้าไปในห้องของผู้อื่น เพราะเปรียบเสมือนจะทำให้โชคร้าย ถ้าหากมี ญาติพี่น้องมาหาควรออกจากห้องเพื่อมาต้อนรับ ไม่ควรให้ คนอื่นเข้าห้อง ของตนเอง


ขอบคุณเครดิตรูปภาพหน้าปกจาก Silentpilot จาก Pixabay">ภาพปก รูปภาพประกอบ ที่ 1 โดย KTMPHOTOGRAPHYram maharjan จาก Pixabay"> / 2 โดย Shameer Pk จาก Pixabay">shameersrk / 3 โดย Dean Moriarty จาก Pixabay">Dean Moriarty / 4 โดย 애나 김 จาก Pixabay">Kim1220 / 5 โดย Sasin Tipchai จาก Pixabay">sasint / 6 โดย ivxintong จาก Pixabay">ivxintong / 7 โดย Raten-Kauf จาก Pixabay">raten-kauf / 8 โดย Steve Buissinne จาก Pixabay">stevepb / 9 โดย Pexels จาก Pixabay">pexels / 10 โดย Eric Perlin จาก Pixabay">perlinator / 11 โดย Alyn จาก Pixabay">alyn 

สามารถติดตามบทความนักเขียนได้ที่นี่ : @pinkpower