หลากหลายเรื่องราวในชีวิตที่เกิดขึ้นในยุคที่ทุกคนเรียกว่า "โควิด19 (ไนน์ทีน) กลืนกินทุกอย่าง" เราก็เป็นคนหนึ่งที่่ได้รับผลกระทบที่หนักหนาสาหัสเช่นกัน จนวันที่ทุกอย่างค่อยๆ คลายตัว....สิ่งแรกที่ทำคือ กดโทรศัพท์โทรหาเพื่อนสาว แล้วตะโกนบอกว่า...ฉันไม่ไหวแล้วแกกกกกกกกก!!!!...

          เราโชคดีที่มีเพื่อนดี เข้าใจ และพร้อมที่จะแพคกระเป๋าพาเราไปในทุกๆ ที่...เพื่อนแนะนำว่าอยากพาเรามาพักที่  "เทวาศรม" เราก็ เอ๊ะ!! มันดีเหรอแกมันจะเป็นยังไง...เพื่อนพูดคำเดียว ลองดู!! (สารภาพเลยนะค่ะว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ ต้องเป็นที่ชิคๆ สมัยใหม่สุดฤทธิ์)

          เกริ่นมาซะยาวเลย เข้าเรื่องดีกว่าเน๊อะ55..(ทริปนี้รูปแต่ละมุมอาจจะน้อยไปหน่อยนะค่ะ เพราะตอนแรกตั้งใจไว้เลยว่าจะไม่หยิบโทรศัพท์ ไม่พกกล้องไป เพราะอยากอยู่กับตัวเองจริงๆ)

Advertisement

Advertisement

          เราขับรถผ่านชะอำก่อนจะเข้าตัวเมืองหัวหิน...รีสอร์ทจะมีทางเข้าเล็กๆ (ขอย้ำว่าเล็กมากจริงๆ มองดีๆนะคะ) ระหว่างโรงแรมเชอราตัน หัวหิน กับ โรงแรมดุสิตรีสอร์ท หัวหิน  ขับเข้ามาในซอยไม่ไกลนัก น่าจะประมาณ 500 เมตร พอเข้ามาเจอลานจอดรถและตัวอาคารไม้...คือ งงมาก คิดว่าเข้ามาผิดที่ โรงแรมเหมือนบ้านพักตากอากาศของเจ้าใหญ่นายโต คือ มันดีงามมากกกกค่ะ

          เราได้รับการต้อนรับจากพนักงานอย่างดีมาก มีการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวดสบายใจได้...ก้าวแรกที่เดินเข้ามา มันทำให้พวกเราละลายตาไม่ได้จริงๆ เรือนไม้สีฟ้าพาสเทลแซมด้วยสีเบจเล็กๆ และ Welcome drink อย่างน้ำอัญชัญและขนมอาลัวแสนอร่อย เหมือนเราหลุดเข้ามาอีกโลกที่เราไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ความเงียบและสงบครอบคลุมจิตใจเราอย่างบอกไม่ถูก
welcome drink


welcome drink

                                                                 แค่บรรยากาศ กับ ขนม ก็ได้ใจไปเกินร้อยแล้วหล่ะ

Advertisement

Advertisement

ความโดดเด่นของที่นี่อีกอย่างคือ ต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งเป็นรูปหัวใจ...ตัดกับซุ้มไม้สีขาวด้านหน้าช่างดูคลาสสิคยิ่งนัก...

ต้นไม้ซูมกันชัดๆ        ...ซูมกันชัดๆ รูปหัวใจจริงๆจร้า...นั่งพักผ่อนเอนกายพนักงานปล่อยให้เรานั่งพักและชื่นชมบรรยายกาศอย่างเต็มที่ปลดเปลื้องความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการเดินทาง และทุกๆอย่างที่ผ่านพบมา...เมื่อเราดื่มด่ำกับบรรยากาศด้านหน้าอย่างเต็มอิ่มแล้ว น้องๆพนักงานจึงเดินนำพวกเราขึ้นไปยังห้องพักอันแสนกว้างขวาง

          บรรยากาศภายในห้องพักถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ย้อนยุค เติมเต็มความรู้สึกเหมือนได้กลับมาเที่ยวบ้านพักตากอากาศริมทะเลอย่างที่ใฝ่ฝันไว้ (รูปบรรยากาศในห้องพักไม่ได้ถ่ายเก็บมาเลยนะคะ เพราะมันนิ่งจนแทบไม่อยากจะจับอะไร แต่ทุกภาพถูกบันทึกไว้ในความทรงจำที่สวยงาม^^) มีเพียงรูปอ่างอาบน้ำสุดคลาสสิคที่ทำให้เราต้องแอบหยิบมือถือมาเก็บภาพไว้เป็นแนวทางในการนำมาตกแต่งบ้านอ่างอาบน้ำสุดคลาสสิค

Advertisement

Advertisement

          เรายืนตรงระเบียงด้านหน้าห้องพักอยู่นานมาก และแผนการที่จะออกไปท่องเที่ยวตามจุดใกล้ๆ และร้านอาหารที่เขาว่าอร่อยๆ ก็ถูกยกเลิกไปโดยปริยาย เพราะความสงบเบื้องหน้าช่างดึงดูดใจมากกว่าความสมัยใหม่ข้างนอกมุมด้านบนจากหน้าห้องพัก

มุมด้านบนระเบียงห้องพัก

          เราค่อยๆ ขยับตัวออกจากห้องพักด้วยความไม่รีบร้อน หยิบหนังสือติดมือมาหนึ่งเล่ม พร้อมมือถือที่ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพียงเพื่อไว้เก็บภาพมุมที่ชอบ           เราค่อยๆ เดินชมบรรยากาศเทวาศรมยามเย็นประหนึ่งว่าฉันกำลังเดินดูต้นไม้ที่บ้านว่าเติบโตไปถึงไหนแล้ว 5555 (เห็นภาพเลยหล่ะซิ๊ ฉันคงเหมือนป้าแก่ๆ ที่โลกส่วนตัวสูงมาก😅)เทวาศรมยามเย็น

เทวาศรมยามเย็นเทวาศรมยามเย็นเทวาศรมยามเย็น

          พวกเราทิ้งตัวอยู่ที่นี่จนเย็นย่ำ และมื้อค่ำของพวกเราก็จบลงที่นี่ภายใต้บรรยากาศที่เงียบสงบเทวาศรมยามค่ำคืน

มือค่          อรุณเบิกฟ้ายามเช้าค่อยๆ ทอแสงกระทบพื้นน้ำ...เราเริ่มต้นเช้าวันใหม่บนดินแดนเทวาศรมด้วยความเชื่องช้า ไร้ซึ่งความวุ่นวายจากสังคมใกล้ตา ทุกสิ่งที่หมุนรอบตัวเหมือนจะหยุดเป็นใจให้เราได้ชื่นชมความงดงามเพิ่มพลังให้แบตเตอรี่ในตัวเกือบเต็มร้อยเทวาศรมยามเช้า

เทวาศรมยามเช้า

          เราวิ่งโลดแล่นบนดินแดนแห่งนี้จนพอดี มีพลังให้ขาและหัวใจได้ก้าวเดินออกไปผจญภัยบนโลกแห่งความจริงอีกครั้ง ด้วยสติและความนิ่งในการที่จะตั้งรับกับเรื่องราวต่างๆมากมายที่กำลังจะเกิดขึ้น ขอบคุณดินแดนเทวาศรมแห่งนี้ที่ส่งต่อพลังงานดีๆ ให้เรากลับมาสู้อีกครั้งเทวาศรม

(ป.ล. เห็นสงบเงียบแบบนี้ ขอบอกเลยนะคะว่าวันที่เราเข้าพักห้องพักเต็มทุกห้อง และแขกที่มาพักที่นี่น่ารักมากๆ ให้ความเคารพในความเป็นส่วนตัวซึ่งกันและกันอย่างมาก)


          ขอบคุณเทวาศรม ดินแดนที่มีแต่เรื่องราวดีๆ🥰❤

 

ภาพโดย ผู้เขียน