competitionแข่งขันสูง

 ปฏิเสธไม่ได้ว่า เราอยู่ในยุคที่เต็มไปด้วยการแข่งขันรอบด้าน อาทิ แข่งกันหารายได้ แข่งกันทาน แข่งกันไขว่คว้าความสำเร็จ รวมไปถึงแข่งกันผลาญหรือทำลายธรรมชาติ ดังนั้น เราจึงอาจมองว่าการแข่งขันดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

compareเปรียบเทียบ

  แม้แต่ตัวเราเองก็มักจะไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เพื่อให้ก้าวได้ไกลกว่าเขา ดังที่พระท่านว่า ความอยากมี อยากได้ มันเป็นกิเลส มักพาใจเราเป็นทุกข์ ดังนั้นวิธีแก้ง่าย ๆ คือ ต้องไม่อยากมี อยากเป็น หรือกล่าวง่าย ๆ คือ จง หยุดเปรียบเทียบความสำเร็จของใครก็ตาม โดยมจะมาเสนอวิธีการที่ผมลองใช้จนสำเร็จแล้ว รวมถึงได้มีโอกาสแนะนำคนใกล้ตัวให้ลองทำ ก็และได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดี ยิ่งไปกว่านั้น ในระหว่างที่ผมประสบปัญหาหลอดเลือดในสมองตีบ ที่ชาวบ้านเรียกว่า “อาการอัมพฤกษ์-อัมพาต” ผมได้นำวิธีหรือเทคนิคนี้ มาใช้กับตัวเอง เพราะผมเคยอยู่ในสถานการณ์ที่ชอบนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับร่างก่อนป่วยอยู่เสมอ แต่เมื่อได้ตระหนักถึงร่างกายในปัจจุบัน ผมจึงยอมรับได้ว่า (ไม่ใช่ “ปลง” ) การประเมินข้อจำกัดว่าตัวผมเองสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “ไม่ไหวอย่าฝืน” ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

Advertisement

Advertisement

 1. การแข่งขัน และการเปรียบเทียบนั้นมันอยู่ในบริบทเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่เด่น กว่า  หรือ การเปรียบเทียบตัวเองไม่ว่าจะในเวลาใดก็ตาม เช่น ทำไมนะเราขยันหรือพยายามเท่าเขา แต่ผลลัพธ์ มันต่างกัน ผู้อ่านต้องไม่ลืมนะครับว่า ความสำเร็จหลายประเภท มิได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในอย่างเดียว หรือที่เราเรียกว่า ‘ความพยายาม แต่มันอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ด้วย เช่น โอกาส ผู้สนับสนุน หรือ ช่วงเวลา ยกตัวอย่าง ผู้อ่านปลูกข้าวในหน้าแล้ง ย่อมไม่สามารถไปคาดหวังผลผลิตได้มากหรือเท่ากับการปลูกในฤดูฝน ใช่ครับ! อากาศ ถือเป็นปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ แม้เราจะทุ่มความพยายามลงไปสักเท่าใด ผลผลิตในฤดูที่ต่างกัน ย่อมได้รับในผลที่ต่างกัน เฉกเช่นเดียวกับการเปรียบเทียบ พึงระลึกไว้เสมอว่าความสำเร็จของแต่ละคนไม่มีสูตรสำเร็จ แต่มันจะมีวัตถุดิบคล้าย ๆ กัน แต่นั่นไม่ได้แปลว่า หากเราใช้วัตถุดิบเดียวกับเขาแล้วเราจะต้องประสบความสำเร็จเสมอ ไม่เช่นนั้น เราควรต้องเห็นคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่ล้มเหลวหรือไม่? จากข้อ 1 จึงนำไปสู่ข้อ 

Advertisement

Advertisement

effortความพยายาม

  2. พิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร? เช่น ในภาวะวิกฤตนี้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหารายได้เสริมให้เหมือนก่อนไม่เกิดโควิด แต่เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าสถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดจึงควรจะเป็นเราต้องตระหนักถึงหน้าที่ในปัจจุบันและทำให้ดีที่สุด อย่าพยายามไขว่คว้าในสิ่งที่มันเกินเอื้อม เพราะคนเรามือไม้ยาวไม่เท่ากัน การที่คนอื่นสามารถคว้าความสำเร็จได้ มันอาจเป็นเพราะ มือเท้าเขายาวกว่าเรา หรือ อาจเป็นเพราะตัวเรายังพยายาม(ฝึกฝน)ไม่มากพอ ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่ควรมองแค่ความสำเร็จ (ของผู้อื่น) เป็นที่ตั้ง แต่เราควรพิเคราะห์ถึงความวิริยะอุตสาหะของตัวเอง ว่าเพียงพอแล้วหรือไม่? เพราะความสำเร็จ บางท่านอาจมองว่าเกิดจากโชค แต่ส่วนตัวผมกลับมองว่า โชคก็มีส่วนแต่ไม่ทั้งหมด กลับกัน โชค ต้องบวก ความพยายามในระดับหนึ่งถึงจะสำเร็จ ยกตัวอย่าง หลายท่านมองคนที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ว่าคนเหล่านั้นโชคดีเพราะสิ่งแวดล้อมมันเอื้อให้เขาใช้ภาษาอังกฤษทุกวัน เช่น เขามีคนรักเป็นชาวต่างชาติ แต่น้อยคนนักที่จะมองว่ากว่าเขาจะสื่อสารได้เอย่างคล่องแคล่วเขามีความจำเป็นต้องก็จำต้องฝึกฝนมาพอสมควร เพียงเขามีโอกาสที่มากกว่าจึงสามารถฝึกได้บ่อยจนคล่องกว่าเรา ดังนั้น คุณต้องพิจารณาต้นทุนที่คุณมีอยู่ในปัจจุบันว่าเพียงพอจะคว้าหาความสำเร็จแบบคนอื่นเขาหรือไม่? ถ้าไม่ก็จงทำให้เพียงพอโดยที่ไม่ใต้องไปมองความสำเร็จคนอื่นเพราะมันจะรู้สึกฝืน ๆ

Advertisement

Advertisement

possibleเรามีศักยภาพเพียงพอหรือไม่?

3.นอกจากการมองที่ตัวคนอื่น เราต้องหันหน้ามาพิจารณาตัวเราเองว่า เรามีศักยภาพเพียงพอหรือไม่?ที่จะคว้าดาว บางครั้งการพยายามที่มากไปมันก็เหนื่อยอยู่พอสมควร เพราะสิ่งที่ใช่ หรือชอบนั้น อาจไม่ใช่สิ่งที่กำลังทำอยู่ ดังนั้นจงพยายามค้นหาสิ่งที่ใช่ เพื่อจะได้ทำอย่างเต็มกำลัง โดยอาศัยกติกาทางสังคมและศีลธรรมอันดีเป็นกรอบเพื่อให้กระทำอยู่ในล่องในลอย มิฉะนั้นแล้ว การทำสิ่งที่ชอบและใช่อาจไปกระทบความรู้สึกอันดีของผู้อื่นได้ ซ้ำร้ายอาจไปละเมิดกฎหมายจนเป็นเรื่องราวใหญ่โตเกินจะแก้ไข

  จากที่ผมได้กล่าวข้างต้น ผมมีเพียงวัตถุประสงค์เดียว คือ ไม่ต้องการให้ผู้อ่านต้องกดดันตัวเองเกินไปเพราะเอาความสำเร็จของตัวเองไปผูกอยู่กับกับความสำเร็จของใครก็ตาม เนื่องจาก ลึก ๆ แล้วผมเชื่อว่า คนเราแต่ละคนมีความสามารถเฉพาะตัวที่จะสร้างโลกใบนี้ให้น่าอยู่ขึ้นในแบบที่ต่างต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มิใช่คน ๆ เดียวทำได้ทึกอย่าง จริงอยู่ที่เราทุกคนอยากเป็นที่ยอมรับของสังคม แต่พึงระลึกว่า จุดยืนที่แตกต่างกัน นั่นแปลว่าเราควรต้องตระหนักว่าบางจุดยืนมันอาจจะเหมาะสมกับเรา บางจุดยืนอาจไม่เหมาะสม ท้ายนี้ ผมจึงอยากฝากให้ผู้อ่านได้ขบคิดว่า หากจะแสวงหาความสุขให้เพิ่มมากขึ้น ลองไม่เปรียบความสำเร็จของตัวเองกับใครเขา แล้วใจเราจะเบาทันที คุณอาจจะไม่เชื่อผมตอนนี้ก็ได้ แต่ลองดูก็ไม่เสียหายนะครับ

ท้ายนี้ขอบพระคุณภาพ

1.รูปปก โดย Artem Beliaikin จาก unsplash

2.รูปที่ 1 โดย pch.vector จาก freepik

3.รูปที่ 2 โดย starline จาก freepik

4.รูปที่ 3 โดย vectorjuice จาก freepik

5.รูปที่ 4 โดย freepik จาก freepik