ผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนคงไม่อยากให้ผิวหน้าสวย ๆ ของเราเกิดการอักเสบกันหรอกใช่ไหมล่ะค่ะ เพราะเมื่อไหร่ที่ผิวหน้าของเราเกิดการอักเสบขึ้นมา มักจะมีผื่นแดงคัน หรือตุ่มหนองขึ้นมา ทำให้ผิวหน้าของเราพังโดยไม่ทันได้ตั้งตัวกันเลยทีเดียว และสาเหตุของการเกิดผิวหน้าอักเสบจากการสวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างผิดวิธี วันนี้จึงขอมาแบ่งปันข้อมูลดี มีประโยชน์ที่จะช่วยรักษาผิวหน้าของเราให้คงความใส ไร้ผดผื่น อาการอักเสบต่าง ๆ กันนะคะ 

1

เวลาที่ผู้เขียนออกไปซื้อของตามตลาดหรือห้างสรพสินค้าด้านนอก สิ่งที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดเลยก็คือ การที่เห็นหลายคนชอบดึงหน้ากากอนามัยมาไว้ใต้จมูกบ้างล่ะ หรือใต้คางบ้างล่ะ และนี่ก็คือสาเหตุนึงที่ทำให้ผิวหน้าของเราเกิดการอักเสบได้นั่นเองค่ะ ยิ่งบริเวณจมูก และคางมักจะเป็นจุดที่มีความมันบนใบหน้ามากเป็นพิเศษอยู่แล้ว เมื่อเราดึงหน้ากากอนามัยลงมาไปกดทับผิวบริเวณนั้น จะยิ่งเกิดดการสะสมของเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย และเชื้ออื่น ๆ อีกมากมายที่ตามมาได้ค่ะ 

Advertisement

Advertisement

3

การใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกวิธีนั้น นอกจากเราไม่ควรดึงไว้ใต้จมูกหรือใต้คางแล้ว มือของเราไม่ควรไปสัมผัสกับหน้ากากโดยตรงด้วยค่ะ แต่ควรจะใช้มือจับสายคล้องหูเท่านั้น เพราะมือของเรามักจะสัมผัสสิ่งของ และอาหารมากมายที่อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนมาด้วย หากเราล้างมือไม่สะอาดแล้วเผลอไปจับหน้ากากผ้าอนามัยเข้า จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าของเราเกิดการอักเสบได้นั่นเองค่ะ 

2

สุดท้ายการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกวิธีนั้นก็คือ การไม่สวมใส่หน้ากากแน่นหรือหลวมจนเกินไปนั่นเองค่ะ เพราะถ้าแน่นไปจะทำให้เกิดการเสียดสีกันบริเวณผิวหน้าของเรา จนอาจก่อให้เกิดอาการอักเสบได้ แต่ถ้าหลวมไปก็จะกลายเป็นช่องโหว่ปล่อยให้ฝุ่นละออง หรือเชื้อโรคต่าง ๆ เข้าไปในหน้ากากอนามัยของเราได้ค่ะ และที่สำคัญเลยก็คือ เราควรหมั่นซักหน้ากากอนามัยของเราหลังการสวมใส่ทุกครั้ง จากนั้นเลือกตากให้แห้งในที่ร่ม เพื่อป้องกันฝุ่นละอองมาเกาะติดหน้าอนามัยของเรา หากใช้นานแล้วก็ควรทิ้งอันเก่า และหยิบหน้ากากอนามัยอันใหม่ขึ้นมาใช้ เพื่อที่ใบหน้าสวย ๆ จะได้อยู่คู่กับเราไปอีกนานแสนนานกันยังไงล่ะค่ะ ^-^

Advertisement

Advertisement

เครดิตรูปภาพหน้าปก : https://bit.ly/3gzFcLG

เครดิตรูปภาพประกอบบทความ รูปที่ 1 : https://bit.ly/315zlqY

เครดิตรูปภาพผระกอบบทความ รูปที่ 2 : https://bit.ly/319SqbP

เครดิตรูปภาพประกอบบทความ รูปที่ 3 : https://bit.ly/30nq4vj