สวัสดีชาวโลก  เราชื่อตูบน้อย ก่อนหน้านี้เราก็มีชื่อนะแต่เราลืมไปแล้ว และคนที่นี่เรียกเราว่า “ตูบน้อย” เราจำไม่ได้ว่าเกิดมายังไง หลวงปู่เล่าว่าให้คนที่มาขอเราไปเลี้ยงว่าเราเป็นลูกหมาผสม พุดเดิ้ล พันทาง หมาบ้าน ตั้งแต่รุ่นปู่-ย่า-ตา-ยาย พ่อเราเป็นใครไม่รู้ ส่วนแม่เราเป็นหมาบ้าน ๆ ธรรมดา แม่เราตกลูกมาหลายตัว เจ้าของบ้านก็เลยเอาเรากับแม่ไปไว้ที่ข้าง ๆ วัด

หมาวัดสตอรี่ : ชะตากรรมของตูบน้อยตูบน้อย

 

เจ้านายคนแรกของเรา เอาเราไปเลี้ยงได้ไม่นานก็มีเหตุจำเป็นต้องย้ายที่อยู่ ก็เลยพาเราใส่กล่อง เอามาไว้ที่บ้านหลังใหม่  บ้านใหม่ที่เราจะมาอยู่กันมีรั้วใหญ่ ๆ บ้านหลังใหญ่หลังคาสีทอง นายวางกล่องเราไว้ข้างต้นไม้ใกล้ ๆ ประตู นายเหลียวซ้าย แลขวา แล้วก็ขับรถออกไป ปล่อยให้เรานั่งงงในบ้านหลังใหม่ นายหายไปไม่นานก็มีหมาตัวใหญ่หลายตัวมารุมล้อมดูเรา มันหัวเราะเยาะเราหาว่าเราถูกเจ้านายเอามาทิ้ง  เรารู้สึกโกรธและตกใจมาก นายจะไม่ทิ้งเราหรอกนายรักเราจะตายไป  นายจะทิ้งเราได้ยังไง พวกหมาใหญ่ยังหัวเราะเยาะเราไม่หยุด มันบอกว่า ตอนพวกมันเป็นเด็ก ๆ มันก็เคยเจอแบบนี้ ลุงหมาตัวใหญ่ท่าทางเป็นจ่าฝูงเดินมาทักทายบอกเราว่าอยากรออยู่ตรงนี้ก็ตามใจ แต่ถ้าหิวให้ตามมา ลุงจะพาไปหาอะไรกิน เราพึ่งนึกได้ว่าวันนี้เรายังไม่ได้กินอะไรเลย เราเลยต้องเดินตามลุงไปด้วยความจำใจและละล้าละลังเพราะกลัวว่าถ้านายกลับมาหาเรา นายอาจจะไม่เจอ เรารีบกินอาหาร หมาที่นี่กินอาหารไม่มีมารยาทเลย นึกอยากกินอาหารหมาอื่นก็มาแย่งแบบหน้าด้าน ๆ แย่งเราเสร็จก็ยังทำหน้าไม่สำนึก พอเราจะบอกมันก็แยกเขี้ยวแฮ่ใส่ ตูบกลัว ตูบคิดถึงบ้าน คิดถึงนาย ฮือๆๆๆ .. วันแล้ว วันเล่า เราได้แต่นอนรอนายอยู่ใกล้ ๆ ประตู แต่นายก็ไม่เคยกลับมา 

Advertisement

Advertisement

ในระหว่างที่รอนายกลับมารับ เราก็เริ่มสำรวจบ้านใหม่ แล้วก็พบว่าบ้านใหม่ที่นี่ มนุษย์เรียกว่า “วัด”  ที่มีมนุษย์ตัวผู้ใส่เสื้อผ้าสีเหลืองที่ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อ” และมนุษย์เด็กเสื้อผ้าสีเหลือง ที่ชาวบ้านเรียกว่า “เณร”   หลวงพ่อใจดี ชอบแบ่งอาหารให้พวกหมา ๆ แต่หมาที่วัดมีจำนวนมากเหลือเกิน บางวันมีคนใจดีเอากล่องใส่หมามาให้หลวงพ่อกล่องละ 4-8 ตัว จนปริมาณหมาในวัดเริ่มมาก บางตัวก็ป่วย บางตัวมารยาทไม่ดี  อาหารก็เริ่มมีพอกินบ้าง ไม่พอกินบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะไม่พอกิน วันหนึ่ง หลวงพ่อบอกผู้ชายที่มาวัดว่า ช่วยจับหมาพวกนี้ขึ้นรถไปหน่อยจะพามันไปเที่ยว หมาหลายตัววิ่งกระเจิงไปตัวละทิศละทาง หลวงพ่อเหลือบมาเห็นเราก็เลยเรียก “มานี่ ๆ”  เรานึกว่าหลวงพ่อจะให้ขนมกินก็เลยเดินไปหา แล้วก็กลายเป็นว่าเราเป็น 1 ในหมาหลายตัวที่หลวงพ่อพาขึ้นรถ

Advertisement

Advertisement

พวกเราโดนจับใส่กระสอบข้าว มันทั้งคัน ทั้งอับ หายใจลำบาก พวกเรานอนหมอบหัวสั่นหัวคลอนอยู่หลังรถนานพอสมควร คนก็เอาพวกเราลงมา แล้วก็ปล่อยเราเป็นอิสระ เราได้ยินหลวงพ่อของเรา พูดกับหลวงพ่ออีกคนว่า “ผมเอาของมาฝาก เป็นลาภสี่ขา ที่วัดเยอะเหลือเกิน ก็เลยเอามาแบ่งให้ท่านช่วยเลี้ยง”  เรามองหน้าหลวงพ่อที่น่าจะเป็นนายใหม่ของเรายืนอึ้งอยู่ ท่านมองดูพวกเรา 4 ตัวแล้วก็ไม่ว่าอะไร

บ้านใหม่เป็นวัดเล็ก ๆ อยู่กลางหุบเขา มีหมาตัวผู้เป็นจ่าฝูงชื่อว่า “แฮรี่”  ไอ้แฮรี่เป็นลูกผสมหมาบ้านกับหมาป่าที่อาศัยอยู่บนเขา แฮรี่ลูกหมาป่า แต่ว่าได้อาศัยอยู่วัดตั้งแต่แรกเกิดมันเลยไม่รู้สึกเดือดร้อนกับการอาศัยอยู่ที่วัด   ถัดจากไอ้แฮรี่ ก็มีแม่แอ๊บเปิ้ล นางเป็นแม่ของแฮรี่ แม่แอ๊บเปิ้ลนางเป็นหมาถือตัวไม่สุงสิงกับหมาหน้าใหม่อย่างพวกเรา วัน ๆ นางประจบแค่หลวงพ่อ กับไอ้แฮรี่ ส่วนพวกเราถ้าไปใกล้ชามข้าวของนาง นางจะโกรธมาก แต่ก็แปลกถ้าเป็นแฮรี่แล้ว แฮรี่จะกินข้าวเท่าไหร่นางก็ไม่เคยว่า แถมจะรอให้แฮรี่กินจนพอใจแล้วนางถึงจะกินอาหารที่เหลือ แต่ถ้าเป็นพวกเรานางจะโกรธและกัดทุกตัว พวกเราไม่อยากตอแยกับแม่แอ๊บเปิ้ล เพราะนางมีไอ้แฮรี่ถือหางอยู่เต็มตัว  อยู่วัดที่นี่ดีหน่อย นอกจากไอ้แฮรี่ แม่แอ๊บเปิ้ล ก็มีพวกเรา 4 ตัว รวมเป็น 6 ตัว อ้อ นอกจากหมา ๆ แล้ว เราก็มีแมวเด็ก ๆ อีก 3 ตัว ที่ชาวบ้านเอามา “ฝากเลี้ยง” เหมือนกัน

หมาวัดสตอรี่ : ชะตากรรมของตูบน้อยแฮรี่ หมาหน้าเดียว

 

เช้าวันหนึ่ง มีมนุษย์ผู้หญิงยืนหน้าบึ้งอยู่ในครัว เราได้ยินนางถามหลวงพ่อว่า “หมามาจากไหนเยอะแยะนี่”  หลวงพ่อบอกว่า “หลวงพ่อวัดโน้นบอกว่าเลี้ยงไม่ไหว หมาเยอะเหลือเกิน ก็เลยแบ่งมาให้พวกเราช่วยเลี้ยง” มนุษย์ผู้หญิงก็บ่นว่า “เอามาแบ่งเลี้ยงถามเรามั้ยว่าเลี้ยงไหวหรือเปล่า เท่าที่มีนี้ก็ไม่ได้น้อยเลยนะ”  หลวงพ่อก็บอกผู้หญิงนั้นว่า “ก็เลี้ยงมันไปเถอะ ข้าวไม่พอก็หุงเพิ่มไป ใครอยากได้ก็ค่อยแบ่งให้เขาไป”  ผู้หญิงหน้าบึ้งคนนั้นก็ไม่ว่าอะไรอีก นางตักข้าวแบ่งใส่ชามให้หมา ๆ  แล้วก็เรียกหมามากิน  นางเอาทัพพีชี้มาที่เราแล้วถามว่า “ตัวนี้ชื่ออะไร”  หลวงพ่อก็ตอบว่า “ตูบน้อย มันเรียบร้อยดีใช่มั้ย”  ผู้หญิงหน้าบึ้งก็พูดว่า “ดูโง่ ๆ มากกว่า มานังตูบมากินข้าว”  เราก็เลยรู้ว่าเรามีชื่อแล้วว่า “ตูบน้อย” และเป็นนางตูบน้อยของชาวบ้าน และหลวงพ่อที่วัดนี้ต่อไป

ถือว่าชีวิตของหมา 6 และแมว 3 เราอาศัยอยู่วัดอย่างมีความสุขพอสมควร แล้ววันดีคืนดี ก็มีคนมาขอแบ่งหมาและแมวไป “ช่วยเลี้ยง” คนละตัวสองตัว สุดท้ายก็เหลือเรา กับแม่แอ๊บเปิ้ล และแฮรี่   ในวัดของเรามีมนุษย์เป็นสมาชิกประจำ 3 คน ก็คือหลวงพ่อ  หลวงพี่ และพ่อใหญ่ พ่อใหญ่เป็นมนุษย์ผู้ชายแก่ ๆ พูดเสียงดัง  นาน ๆ ทีก็จะมีผู้หญิงหน้าบึ้ง ซึ่งหมา ๆ เรียกว่า “นายแม่” และผู้ชายใจดี ที่ชอบแบกสายยางไปรดน้ำต้นไม้ ที่หมา ๆ เรียกว่า “คุณพ่อ”  คุณพ่อและนายแม่จะนั่งไอ้ยักษ์สีขาวมาวัดและอยู่วัดอาทิตย์ละวันสองวัน   นอกจาก สมาชิกในวัดแล้ว ทุกเช้าก็จะมีตาเติม กับยายกอง  อ้ายทัพ อ้ายกั้งพ่ออ้ายทัพ และแม่ส้ม แม่อ้ายทัพ สลับกันมาวัด  แต่ในบรรดาคนที่มาวัด ยายกองเป็นคนโปรดของตูบน้อย ยายกองชอบเรียกตูบน้อยด้วยเสียงใจดี “ตูบน้อยมานี่”  แล้วก็โยนของกินให้  แต่ตูบน้อยไม่ไว้ใจคนอีกต่อไปแล้ว คนมักจะชอบหลอกเอาของกินมาให้ หลอกให้เรารัก พอเรารักและตายใจก็เอาเราไปทิ้งให้หมากัดบ้าง ตีเรา ตูบจะไม่รักใครอีกต่อไป

เสียงนายแม่บ่นกับหลวงพ่ออยู่ในครัวว่า “อีตูบน้อยนี่ยังไง เรียกก็ไม่มาหา ชอบหลบ ๆ ซ่อน ๆ แล้วก็แอบมอง เวลาเรียกกินก็ไม่ยอมออกมา โยมพี่เอาขนมให้ จะป้อนมัน มันก็ไม่ยอมกิน แต่พอทิ้งไว้ มันก็แอบมาเขมือบกิน”   “ตูบน้อยมันเป็นหมามีปมด้อย  ไม่มีคนรัก ไม่มีคนสนใจ แถมคนเอาไปทิ้งหลายทอด มันก็เลยไม่ไว้ใจคน”   ตูบจำสายตาเมตตาของหลวงพ่อที่คุยกับนายแม่แล้วมองมาที่ตูบน้อยได้ และตูบพึ่งสังเกตว่าถึงนายแม่จะหน้าบึ้ง พ่อใหญ่จะดุ คุณพ่อมักจะจู้จี้เรื่องความสะอาด แต่ทุกคนไม่ดุ หรือตีตูบน้อย แถมยังให้อาหารและขนมตูบอยู่บ่อย ๆ   ตูบเคยแอบฝันไว้ว่าอยากให้มีคนมาลูบหัวและเกาหลังให้เรา อยากให้คนรักตูบดีกับตูบเหมือนตอนตูบเป็นเด็กเล็ก ๆ และอาศัยอยู่กับเจ้านายคนแรก แต่ตูบไม่อยากไว้ใจคนอีกแล้ว ถึงทุกคนจะพูดดีกับตูบแต่เขาก็อาจจะหลอกเอาตูบและไปปล่อยทิ้งไว้ที่ไหนอีกก็ได้ 

 “ตายแล้ว ตูบน้อยมันเป็นอะไร ทำไมคอเป็นแผล” เสียงกรีดร้องของนายแม่ทำให้ตูบน้อยตกใจ “ฉีดยาคุมมันไม่ทัน มันเลยเป็นฮีท นี่พวกหมาตัวผู้มาหาจะผสมหน่ะสิ มันสู้เขาก็เลยโดนงับที่คอ จะใส่ยาให้มันก็ไม่ยอม เอาแต่วิ่งหนีท่าเดียว”  อืมม์ เมื่อคืนไอ้หมี หมาสวนยางแอบดอดมาหาตูบตอนกลางคืน เลยได้กัดกับแฮรี่ ตอนนี้ตูบเป็นหมาสาวแสนสวยที่มีหมาหนุ่ม ๆ มารุมล้อม บางตัวตูบก็ไม่ได้ชอบให้มาวุ่นวายด้วย มันก็งับคอตูบ ทำไมจะรักกันต้องกัดคอตูบด้วยก็ไม่รู้ ตูบรู้ว่าคอมีแผลแต่ตูบไม่อยากให้ใครมาจับตัวตูบเอาไปปล่อยอีก ตูบวิ่งหลบไปซ่อนใต้ถุนศาลา ได้ยินเสียงนายแม่บ่นว่า “คราวหน้าจะเอาตูบไปทำหมันดีกว่า ฉีดยาคุมอันตราย เดี๋ยวมดลูกเน่า เป็นบาปเป็นกรรมเปล่า ๆ “

ระยะหลังท้องตูบเริ่มโตขึ้น นายแม่ คุณพ่อ และหลวงพี่ มักจะมีอาหารพิเศษ ๆ มาให้ตูบเสมอ บางวันก็มีข้าวคลุกไก่และไข่ ขนมกรุบกริบ เนื้อทอดชิ้นใหญ่เต็มปากเต็มคำแบบไม่มีคนแย่ง ทุกคนรุมรักและเอาใจตูบ หลวงพ่อบอกว่า “อีตูบน้อยมันกำลังมีท้อง ลูกออกมาคงน่ารัก ให้อาหารบำรุงมันหน่อย เดี๋ยวออกลูกมาแล้วจะไม่มีนมให้ลูกกิน ตัวยิ่งเล็ก ๆ อยู่” และแล้วคืนหนึ่งตูบก็ปวดท้อง แล้วก็ตกลูกออกมาเป็นหมาน้อยน่ารัก 1 ตัว  ทั้งคนและหมาในวัดต่างก็ดีใจ แม่แอ๊บเปิ้ลจากที่เคยแฮ่ใส่ตูบ นางก็คอยมาสอดส่องดูแลเด็กน้อยให้ ถ้าใครมาอุ้มลูกของตูบไป แม่แอ๊บเปิ้ลก็จะวิ่งตามคอยระวังภัยให้ จนกว่าจะเอาหมาน้อยกลับมาคืนที่เดิม ตูบหัวใจพองโตกับการเอาใจใส่ของคนและหมาที่นี่ แต่แล้ววันหนึ่งหลวงพ่อและคนอื่น ๆ ไม่อยู่วัด มีหมาจอกลงมาจากภูเขา มันเข้ามาไล่กัดแมว และสุดท้ายก็เข้ามากัดลูกหมาของตูบ แฮรี่ กับแม่แอ๊บเปิ้ลสู้ไม่ได้ สุดท้ายลูกหมาของตูบก็ถูกกัดตาย หลวงพ่อกลับมาเจอในช่วงเย็นแล้วก็ขุดหลุมฝังลูกหมาไว้โคนต้นกุหลาบ

ชีวิตของหมาวัดอย่างตูบก็คืออยู่ไปวัน ๆ กินอิ่ม นอนหลับ เห่าคนแปลกหน้าที่นาน น้าน นานที จะมีหลงเข้ามาในวัดเรา ทะเลาะกับแม่แอ๊บเปิ้ลบ้างถ้าไปกินอาหารเหลือ ๆ ของนาง หรืออาจจะโดนแฮรี่ดุบ้างแต่แฮรี่ไม่เคยกัดตูบเลย เรื่องโหดร้ายที่สุดในชีวิตของการเป็นหมาวัดการฉีดยา ไม่รู้ว่าทำไมเราต้องโดนฉีดยา แต่ก็โดนกันทุกตัว หลวงพ่อบอกว่า ยาที่ฉีดเป็นยาป้องกันเห็บหมัด  ก็ไม่รู้จะกลัวทำไมนะ หมาไหน ๆ ก็มีหมัดมีเห็บกันไม่ใช่เหรอ แต่หลวงพ่อบอกว่าเห็บหมัดทำให้เกิดพยาธิ โรคผิวหนัง รึตูบอยากเป็นขี้เรื้อน ไม่นะตูบไม่อยากเป็นขี้เรื้อน ตูบอยากมีขนสีขาวสวย ๆ ถึงจะมอมไปบ้างก็เถอะ  ส่วนโรคหมาบ้าอะไรนั่นมันคืออะไรตูบไม่รู้จักหรอก รู้แต่ว่าหลวงพ่อว่าพวกเราไม่เคยได้รับวัคซีนตอนแรกเกิด โอกาสป่วยเป็นนั่นนี่จะเยอะกว่าหมาตัวอื่น มีครั้งหนึ่งที่โรค “พาโว” ระบาด ทำให้หมาในหมู่บ้านพากันล้มตาย แล้วก็ลามมาถึงหมาที่วัด พ่อทำการล้างชามข้าวของตูบและหมา ๆ เป็นการใหญ่  สุดท้ายก็มีหมาเป็น “พาโว” หรือโรคติดเชื้อทางเดินอาหารจนได้ หลวงพ่อพาหมาตัวนั้นไปหาหมอ นอนโรงพยาบาลหมาตั้งหลายวัน สุดท้ายไอ้หมาตัวนั้นก็ตายเพราะไปกินอาหารผสมยาเบื่อ

วันหนึ่ง นายแม่อุ้มหมาสีน้ำตาลหน้าย่น ชื่อไอ้แซม ซีซาร์ และซูชิ หมาแสบสามตัวมันช่างวุ่นวายทำให้วัดป่วนไปหมด นายแม่ชอบอุ้มนางซูชิไปหาเห็บหมัด บางวันคุณพ่อก็พาหมาแสบสามตัวไปอาบน้ำ คุณพ่อเคยพยายามจับแฮรี่ และตูบไปอาบน้ำเหมือนกัน แต่โชคดีที่พวกเราวิ่งหลบทันทำให้คุณพ่อไม่สามารถอาบน้ำให้พวกเราได้ ตูบสังเกตว่า คนในวัดจะรักและเอาใจไอ้สามแสบนั่นมาก ทั้งให้ขนม เกาคอ เกาหลัง ทั้งกอด อุ้ม และหอมสามแสบทั้งที่มันนิสัยไม่ดีเอาเสียเลย ชอบกัดรองเท้าก็ปานนั้น ชอบวิ่งตัดหน้าไอ้ดำก็บ่อย แต่หลวงพ่อ พ่อใหญ่ และทุกคนก็ไม่เคยดุมัน ทุกครั้งที่นายแม่และคุณพ่อนั่งไอ้ยักษ์ขาวที่ชื่อ “อีจี” เข้ามาในวัด ไอ้สามแสบ รวมทั้งแฮรี่ และแม่แอ๊บเปิ้ลจะวิ่งไปรับ ส่วนตูบน้อยขอสังเกตการณ์อยู่ไกล ๆ พอนายแม่และคุณพ่อมาถึงสามแสบก็จะเข้าไปหากระดิกหางให้ แค่นี้พวกมันก็จะได้รางวัลด้วยการกอดและเกาท้องจากนายแม่และคุณพ่อทุกครั้ง  ตูบเองอยากรู้ว่าว่าถ้าตูบลองไปทักนายแม่ก่อนดูบ้าง นายแม่จะรักและลูบหัวตูบน้อยเหมือนไอ้สามแสบนั่นหรือไม่

รีวิวชีวิตหมาวัด : ชะตากรรมของตูบน้อยไอ้แซมหน้าโง่

 

วันนี้เป็นโอกาสดี ที่พวกสามแสบถูกล่ามไว้ท้ายวัด ตูบนอนเล่นอยู่ใต้ศาลาลมพัดเย็นสบาย คุณพ่อและนายแม่มาถึงวัดในช่วงสายของวัน ตูบก็เลยทำท่าเลียนแบบสามแสบ กระดิกหางแล้วร้องงื้ดง้าด เดินไปประจบนายแม่ ที่กำลังลงมาจากหลังไอ้ขาว นายแม่หัวเราะชอบใจ “เอ๊า ตูบน้อย รู้จักประจบคนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” ว่าแล้วนายแม่ก็ยื่นมือมาหา แต่ ตูบน้อยไม่ไว้ใจหรอก นายแม่อาจจะโกหกเหมือนเจ้านายคนก่อนก็ได้ ตูบน้อย เลียมือนายแม่เบา ๆ หนึ่งครั้งแล้วก็วิ่งหลบไปสังเกตการณ์ใต้ศาลาเหมือนเดิม บ่าย ๆ ของวัน นายแม่กำลังแจกขนมปลอบใจไอ้พวกสามแสบที่โดนล่ามโซ่กันตัวละมุม พลันนายแม่ก็เหลือบมาเห็นตูบน้อยที่กำลังหลบอยู่หลังเสา และแอบมองอยู่ นายแม่กวักมือเรียก “ตูบน้อย มานี่ลูก มากินขนม” ตูบก็เลยค่อย ๆ เดินไปหา นายแม่ป้อนขนมตูบ เป็นครั้งแรกที่ตูบยอมกินอาหารจากมือคน “อืมม์ ตูบน้อยเวลาประจบคนก็ดูน่ารักดีเนาะ”   นายแม่ลูบหัวตูบน้อยเบา ๆ ช่างเป็นความรู้สึกที่ดีไม่น้อยเลย

สาย ๆ ของวันถัดมานายแม่ถือกระบอกสีดำอันใหญ่ มาส่องหมาตัวนั้นตัวนี้ ตูบก็เลยส่งเสียงเรียกให้นายแม่เดินมาหา นายแม่เดินมาแล้วก็เอากระบอกนั้นส่องตูบพักใหญ่ ก่อนที่จะเรียกไปลูบหัวแล้วก็เกาท้องให้เหมือนกับพวกสามแสบ ความรู้สึกนี้มันช่างแสนดี อ่อนหวาน และอบอุ่นที่สุด แต่แล้วฝันของตูบก็แทบสลายเมื่อคุณพ่อมาอุ้มตูบไปลงในอ่างน้ำขนาดใหญ่ โอ้ว ไอ้พวกสามแสบมันทนได้ยังไงกับการแช่ในอ่างน้ำที่มีฟองเหม็นอย่าหฤโหดแบบนี้ คุณพ่อเอาแปรงมาขัดตัวตูบจนแสบร้อน และหนาวสั่นไปทั้งตัว ตูบแทบจะไม่สามารถทนความทรมาณนี้ไปได้ ตูบจึงฉวยโอกาสที่คุณพ่ออุ้มตูบออกจากอ่างแล้วเอื้อมมือไปหยิบผ้าวิ่งหนีไปคลุกทรายหน้าวัด ... “โธ่ หมดกันอีตูบน้อย อุตส่าห์อาบน้ำให้ นึกว่าจะได้เป็นหมาสวย ๆ ขนสะอาดกับเขา กลับไปเป็นหมาคลุกโคลนเหมือนเดิมซะแล้ว” ตูบขอสาบานด้วยเกียรติของหมาว่าจะไม่ยอมให้คุณพ่อจับตัวอีกเป็นอันขาด !

ตูบคาบขนมหมามานอนแทะ และคิดทบทวนเรื่องของตัวเองอยู่ใต้ศาลา นึกถึงวันแรกที่เข้ามาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ตูบได้รับความรักจากผู้คน และหมา ๆ ด้วยกัน ตูบรู้แล้วว่า ตูบก็เป็นหมาที่มีตัวตน มีคนรัก มีศักดิ์ศรีของความเป็นหมาเหมือนหมาตัวอื่น ถ้ามีหมาตัวไหนจะรังแกตูบ คนในวัดหรือแฮรี่ก็จะปกป้องตูบ ต่อไปตูบไม่ต้องกลัวใครอีกแล้ว

วันนี้ยาย ๆ ทั้งหลายมาที่วัด เรามีกิจกรรมบุญใหญ่ ยาย ๆ จะมาทำข้าวหลามไว้แจกในงานบุญกัน  พวกหมา ๆ อย่างเราก็อยู่กันอย่างสนุกสนาน เพราะมีของกินให้กินเยอะมาก แต่ตูบสังเกตว่าชามของซูชิ มีไก่ชิ้นใหญ่กว่าของคนอื่น คาดว่าคงมีคนลำเอียงแอบเอาให้ซูชิแน่ ๆ ตูบเลยอาศัยทีเผลอ งับเอาไก่ชิ้นนั้นของซูชิ โชคร้ายของตูบที่ซูชิหันมาเห็นและโวยวาย ตูบคายไก่ออกจากปากแล้วกัดซูชิเพื่อให้รู้ว่าไผเป็นไผ นางซูชิหมาโง่ ทำสำออยร้องโอดโอย  ทำให้ไอ้แซมที่กำลังจะเป็นหนุ่มและชิงความเป็นจ่าฝูงกับไอ้แฮรี่ตรงเข้ามางับช่วงท้องของตูบ ตูบพึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าไอ้หมาแสบสามตัวที่ตูบเคยเห็นมันเป็นเด็กตัวเล็กกว่าตูบนั้น ตอนนี้มันตัวใหญ่กว่าตูบเกือบเท่าตัว และคมเขี้ยวของแซมที่งับเข้ากลางลำตัวนั้นเสมือนเงื้อมมือของพญามัจจุราชที่กระชากวิญญาณของตูบออกจากร่างกาย ตูบหมดเรี่ยวแรงไม่ทันได้ต่อสู้อะไรทั้งนั้น แว่วๆ ได้ยินเสียงยาย ๆ กรีดร้อง “อีตูบถูกไอ้แซมกัด ตายแล้ว ๆ” และก่อนที่ทุกอย่างจะมอดดับไปนั้น สายตาอันพร่ามัวของตูบมองเห็นหลวงพ่อเข้ามากระชากปลอกคอไอ้แซมออกไป แต่มันคงจะช้าเกินไปแล้ว สำนึกสุดท้ายตูบได้แต่ขอบคุณและขอลาหลวงพ่อ และทุก ๆ คนที่ให้ความรัก ความอบอุ่น ให้อาหารและที่พักพิงกับตูบจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

หมาวัดสตอรี่ : ชะตากรรมของตูบน้อยยิ้มสุดท้ายของตูบน้อย 

 

ชีวิตของอีตูบน้อย เป็นหนึ่งในชะตากรรมของหมาวัดที่อาจจะโชคดีที่ได้รับความรักความใส่ใจในช่วงท้าย ๆ ของชีวิต แต่ก็มีน้องหมาอีกเป็นจำนวนมาก ที่ต้องตกเป็นภาระให้กับสังคม ทั้งในเรื่องของสุขอนามัย โรคภัยต่าง ๆ ที่สามารถติดต่อจากคนไปสัตว์ และสัตว์ไปคน เมื่อเราตัดสินใจจะเลี้ยงสัตว์ตัวใดตัวหนึ่ง เราควรตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อชีวิตนั้น ๆ ให้มาก เพราะเมื่อรับไปเลี้ยงแล้วหากจะทอดทิ้งก็ย่อมสร้างภาระให้กับสังคม หรือคนอื่น ๆ ต่อไป

บทความนี้ขออุทิศให้กับตูบน้อย และหมาที่ถูกทิ้งทุกตัว  

 

เรื่องและภาพ โดยผู้เขียน