วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวที่เที่ยวแนวธรรมชาติในขอนแก่นกัน ซึ่งหลายคนอาจจะเคยไปหรือเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างแล้ว ขอแอบกระซิบบอกก่อนว่าที่นี่มีอะไรมากกว่าที่ทุกคนคิดแน่นอน ที่นี่ก็คือ อุทยานแห่งชาติน้ำพอง ตั้งอยู่ในท้องที่ของอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่นนั่นเองค่ะ

 

เริ่มต้นกันในเช้าที่อากาศเย็นกำลังดี เราออกเดินทางไม่เช้ามากเพราะทุกคนล้วนตื่นสาย แต่ก็มีข้อดีคือเลี่ยงรถติดในเมืองช่วงเช้าได้ เมื่อออกมาจากถนนใหญ่ วิวระหว่างทางก็เปลี่ยนจากบ้านคนเป็นทุ่งนา แค่เห็นก็รู้สึกสดชื่นแล้ว โชคดีที่แดดไม่แรงมากจึงสามารถขับรถไปแบบสบายๆ หรือถ้าเพื่อนๆ มีเวลาจะจอดรถถ่ายรูปเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปวดสักหน่อยก็เข้าท่านะ

ทุ่งนาท้องนาเขียวๆ กับลมเย็นสบายจนอยากเอาเปลญวนมาผูกนอนใต้ต้นไม้สักต้นเลย

 

พอมาทางเข้าจะมีจุดจำหน่ายตั๋ว คนละ 20 บาท ที่จอดรถเหมือนเพิ่งปรับปรุงใหม่ค่อนข้างกว้างขวางเลยทีเดียว ที่จุดบริการนักท่องเที่ยวจะมีห้องน้ำและร้านอาหารเล็กๆ ของอุทยานเปิดอยู่ด้วย แม่ครัวจะทำอาหารวันละประมาณสองถึงสามอย่างซึ่งอร่อยมากๆ ราคาไม่แพงด้วย หรือใครอยากซื้อน้ำขนมติดกระเป๋าไปที่นี่ก็มีขายเหมือนกัน

 

ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลย ที่นี่เน้นเดินเป็นหลัก แต่ทางไม่ได้โหดมากนะ เดินได้เรื่อยๆ ระหว่างทางก็มีป้ายบอกทางเป็นระยะ ช่วงหน้าหนาวใครหาสถานที่กางเต้นท์นอนดูดาวที่นี่ก็มีให้บริการนะ แต่คราวนี้เราไปแบบตั้งใจเป็น One-Day Trip เลยไม่ได้นอนค้าง ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสกลับมาลองจะนำมาเล่าให้เพื่อนๆ อีกนะ

ระหว่างทางมีป้ายบอกทางเป็นระยะด้วย

 

พอมาถึงด้านบนจะมีพิพิธภัณฑ์รูปภาพที่เล่าความเป็นมาว่าทำไมคนถึงขึ้นมาทำอะไรบนนี้ มีจุดชมวิวหลายจุด บางจุดก็ปูพื้นเป็นทางเดินชมวิว บางจุดมีหอชมวิว บางจุดยังเป็นพื้นดินและหินอยู่ สามารถเลือกได้ว่าอยากไปทางไหน แต่ทุกจุดวิวสวยเหมือนกัน

นั่งชมวิวที่โขดหินสะพานเหล็กหอชมวิวเหล็ก

 

ถัดจากจุดชมวิวรอบพิพิธภัณฑ์จะเป็นหอชมวิวใหญ่เชื่อกับสะพานสีแดง เมื่อข้ามสะพานมาจะเป็นการเดินป่าแบบย่อยๆ คือเป็นทางเดินเข้าไปในป่าที่คราวนี้ไม่มีป้ายบอกทางเหมือนเมื่อกี้แล้ว แต่ทางเดินค่อนข้างชัดเจน และมีคนร่วมทางหรือเดินสวนมาบ้างเพราะงั้นไม่ต้องกลัวหลงป่าแน่นอน

ทางเดินเข้าป่าที่1

จิ้งหรีดตัวน้อยกับโลกอันเงียบสงบของเขาเจ้าจิ้งหรีดตัวน้อยกับโลกอันเงียบสงบของเขา

 

ปลายทางจะเป็นผาเก็บตะวัน วิวจากบนนี้ก็สวยไม่แพ้จุดเมื่อกี้เลย บริเวณนี้รอบๆ จะมีหินขนาดใหญ่มากมายกระจายอยู่ซึ่งมีบันไดให้เราปีนขึ้นไปชมวิวในมุมสูงขึ้นอีกได้ ทางเดินและบันไดทำแข็งแรงเดินได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลเลยล่ะ มีห้องน้ำและเก้าอี้ให้นั่งพักใต้ร่มไม้ระหว่างทางด้วยนะ จุดนี้เราเดินเล่นเพลินไปหน่อยเลยได้รูปมาน้อย ถ้าเพื่อนๆ อยากรู้ว่าเป็นยังไงแนะนำให้มาลองเลย ไม่ผิดหวังแน่นอน

ผาเก็บตะวัน

เดินเล่นจุดนี้จนอิ่มแล้วเราเดินกันต่อดีกว่า จุดต่อไปคือหินช้างสี เป็นหินยักษ์ที่เขาบอกว่าเหมือนช้างเอาหลังไปถูเวลาคันจนหินมันเว้าเข้าไป เราก็สงสัยเหมือนกันว่ามันจะหน้าตายังไง…ทางเดินพาเรากลับเข้าป่าอีกครั้ง ป่าคราวนี้ร่มรื่นกว่าเมื่อกี้ ต้นไม้เยอะทำให้ข้างในเย็นมากจนเหมือนเปิดแอร์ ทางเดินทำเป็นทางโรยหินอย่างดีเดินง่าย เข้ามาแล้วสดชื่นมากเลย

ทางเดินเข้าป่า2รู้สึกพอเข้ามาแล้วเวลามองทุกอย่างเหมือนตาถูกปรับให้กลายเป็นสีโทนเย็นเลย

 

หินช้างสี

หินช้างสีหน้าตาแปลกดี แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมถึงเว้าเข้าไปแบบนั้น หรือช้างจะเอาตัวไปสีจริงๆ แบบที่เขาตั้งชื่อกันนะ ว่าแล้วก็ขอแอบถ่ายคุณแม่ตอนเผลอสักหน่อย

 

จบลงไปแล้วกับหนึ่งวันกับอุทยานแห่งชาติน้ำพอง เป็นยังไงกันบ้าง อ่านแล้วเพื่อนๆ เริ่มอยากมาเที่ยวที่นี่กันบ้างหรือเปล่า ต้องขอโทษด้วยที่ถ่ายรูปมาน้อย ไว้คราวนี้เราจะพยายามเก็บภาพมาฝากเยอะกว่านี้นะ สำหรับวันนี้ลาไปกับภาพน้องมอสเขียวๆ ที่เราเจอระหว่างทาง พบกันใหม่คราวหน้า ขอให้เพื่อนๆ มีวันที่ดีน้า

มอสเขียว