หนทางปิติสุขแบบง่ายๆ ที่เราทุกท่านปารถนา ต้องการหลุดพ้นจากความทุกข์ ทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นทุกข์ทางกายก็ดี หรือ ทุกข์ทางใจก็ดี เราไม่ต้องการให้มาบังเกิด กับตัวเราและผู้อื่น แต่ทุกวัน ความทุกข์จะมีเข้ามา กระทบจิต ของเราอยู่เสมอ 

เราไม่ชอบ ความทุกข์

   แล้วควรจะทำอย่างไรให้ พ้นจากความทุกข์ที่เข้ามาได้ แบบง่ายๆ สำหรับ หนทางปิติแบบง่ายๆ คำตอบคือ ใช้หลัก อริยสัจ สี่ ตามหลัก ที่  พระพุทธเจ้า ได้ให้กับเรา ชาวพุทธ มานานแล้ว แต่ยังมีผู้ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ ในหลักธรรมนี้ อยู่จำนวนมาก 

   คือให้เราเข้าใจ ในต้นเหตุของทุกข์ ที่เกิดขึ้นมาก่อนครับ เช่น เวลาเราหิวข้าว จะเกิดทุกข์ขึ้นมาเอง หรือเวลาเรา เจ็บป่วยไม่สบาย ก็จะเกิดทุกข์ขึ้นมาได้เอง หรือขาดปัจจัยสี่ นั้นคือทุกข์ทางร่างกาย

  ส่วนที่มีปัญหากันมาก ก็คือทุกข์ทางใจ เกิดจากปารถนาสิ่งใดๆ แล้วไม่ได้สิ่งนั้นๆ เข้ามา จะเกิดทุกข์ทางใจ 

Advertisement

Advertisement

      จำแนกทุกข์ ออกมาจะมีแค่ ทุกข์ทางกาย และ ทุกข์ทางใจ เท่านั้นครับ เมื่อรู้ต้นเหตุที่มาของทุกข์ แล้วเราจะ ต่อสู้กับมัน และ ชนะความทุกข์ได้ในวิถีทาง ของตนเอง

ทุกข์ทางกาย ทุกข์ทางใจ    วิธีที่จะดับทุกข์ เข้านิโรธ ทางดับทุกข์ได้นั้้น ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปแน่นอน 

   ทุกข์ทางกาย ดับได้ที่ ได้รับปัจจัยสี่ แค่นั้นเองครับ ตามที่เราหามาได้ละครับ ถ้าหิวข้าวก็ต้องไปหาข้าวกิน ตามที่เราชอบได้เลย แต่ต้องไม่มากเกินไป จะทำให้เป็นโรคอ้วนได้ นานไปเบาหวานตามมาอีกครับ ผมเชื่อว่า เราทุกท่านจะชอบกินอาหารแตกต่างกันไป ก็ให้กินได้ตามนั้นเอาแค่พออิ่ม อยู่ได้ คงไม่มีใครจะต้องการกิน อาหารราคาแพงทุกวัน เช่นต้องการกินซุปหูฉลามตอนเช้าทุกวัน คงไม่เข้าที อาหารที่มีประโยชน์ และราคาไม่แพง มีให้เราเลือกได้เยอะเลย ครับ 

Advertisement

Advertisement

     ถ้าเรารู้จักกินให้มีประโยชน์ แต่พอดีกับร่างกายตน ความทุกข์ เครื่องปากท้องจะหมดไปได้ง่าย ไม่ต้องกลายเป็นโรคอ้วน มาลดน้ำหนักให้ ยุ่งยาก

     ที่อยู่อาศัย และ เครื่องนุ่งห่ม ผมเชื่อว่า คนส่วนมากจะมีเป็นส่วนตัว ทั้งสิ้น เช่น ที่หลับที่นอน ไม่สามารถไปอาศัยนอนร่วมกัน กับใครอยู่นานตลอดไปได้ นอกจาก สามี ภรรยา ที่จะอยู่ร่วมกันละครับ แบบว่า ถ้าเพื่อนแต่งงานมีครอบครัวแล้ว เราจะไปขอนอนกับเขาด้วย คงไม่เข้าที ส่วนมากเรา จะมีที่อยู่อาศัยเป็นของตน ทั้งสิ้น เช่นบ้านเช่า ห้องเช่า หรือ ซื้อที่อยู่เป็นของตนเอง 

    เครื่องนุ่งห่ม ยิ่งต้องมีเป็นของตนเอง เป็นแน่แท้ ไม่มีใครที่ ไม่มีเสื้อผ้าใส่ เดินแก้ผ้า ก็ทำไม่ได้ ปัญหานี้แก้ได้ ตามที่ควรจะเป็นคน ทั่วไป 

    เมื่อได้รับ สามอย่าง คืออาหาร ที่อยู่อาศัย และเครื่องนุ่งห่ม แล้ว เกือบรอดจากทุกข์ทางร่างกายละครับ แต่อยู่มาดีๆ เกิดป่วยไม่สบายขึ้นมา จึงต้องได้รับ ยารักษาโรค ตามอาการป่วยนั้นๆ 

Advertisement

Advertisement

    ถ้าเรารักษาสุขภาพร่างกาย ให้ดี ไม่กินมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ไม่เสพสิ่งมึนเมา เข้าร่างกาย และ มั่นออกกำลังกายเป็นประจำ โรคร้าย จะเข้ามาได้น้อยครับ  

    เมื่อเราชนะ เรื่องทุกข์ทางกาย ได้แล้ว คือมีสุขภาพที่ดี จะเกิดหนทางปิติสุขได้โดยง่ายเลยครับ เท่ากับดับต้นเหตุของทุกข์ ได้ครึ่งทางละครับ แต่ถ้ายังเป็นทุกข์ทางกายอยู่ จะทำให้เกิด ทุกข์ทางจิตใจ ตามมาไปด้วย เรียกว่า ชนะได้ครึ่งเดียว ถ้าแพ้ โดนสองเด้งเลย

    คือ ต้องมีสุขภาพร่างกายที่ดี ขึ้นมาก่อนจึงจะ ดับทุกข์ทั้งสิ้นได้

สุขภาพดี  เอาละเมื่อ เราได้รับปัจจัยสี่ ครบแล้ว ความทุกข์ทางกายจะจบสิ้้้นไป เอง ตามปรกติ 

  ส่วนท่านที่ เจ็บป่วยก็ต้องไปหาหมอรับยามารักษา ตามอาการครับ รอจนกว่าอาการจะทุเลาและหายเป็นปรกติ ความทุกข์ทางกาย ก็จะหมดไป เช่นกันครับ 

     ต่อไป อีกครึ่งทาง คือทุกข์ทางใจ ที่เราส่วนมากยังไม่ค่อยเข้าใจกับ ต้นเหตุที่แท้จริงของมัก คนส่วนมาก จึงเกิดสภาวะ จิตเป็นทุกข์ โรคเครียด ตามมา สุดท้ายกลายเป็น โรคซึมเศร้า หรือ บางราย กลายเป็น คุ้มคลั่ง บ้าไปชั่วขณะ มีปรากฏมา ตามข่าวอยู่เรื่อยไป

   วิธีแก้ไข นั้นจริงแล้ว ทำได้แสนง่าย แต่ทำกันไม่ค่อยรอดครับ เช่นเสียของอันเป็นที่รักไป ทำให้เกิดทุกข์ทางใจ ขึ้นมาทันที สำคัญที่ตรงจุดนี้ละครับ

   จงอย่าไปอยากได้ อะไรเกินกว่าสิ่งที่เราหามาได้ และ ถ้าสิ่งนั้น เป็นของอันควรแก่เราแล้ว มันจะอยู่กับเราไปได้เอง เช่นเรื่องความรัก ถ้าเป็นเนื้อคู่กัน แม้จะทะเลาะกันบ้าง แต่ก็จะไม่ยอมเลิกรา หนี้จากกันไป ถ้าไม่ใช่เนื้อคู่ของเรา แม้ทะเลาะเรื่องเล็กน้อย หรือ เรื่องใหญ่เรื่องโต ก็จะหนี้ออกจากกัน เป็นแน่แท้ 

    ชีวิตคู่เหมือนการทดลองครับ ต้องไปเรียนรู้และทดลอง ใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่สามารถปรับเปลี่ยนนิสัย ของแต่ละบุคคลได้ ถ้าทนอยู่กับคนที่เราไม่ชอบ หรือถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ท่านไม่ชอบ ท่านก็จะทำไม่ได้ เป็นทุกข์แน่นอน เช่นสามีเป็นคนหยาบคาย ชอบด่าคนไปเรื่อย ส่วน ภรรยาเป็นคนเรียบร็อยสุขภาพ ไม่ชอบคนหยาบคาย อยู่ด้วยกันจะเกิดทุกข์  แต่ถ้ายังชอบกันอยู่ ก็จะปรับจิตเข้าหากันไปได้เองละครับ 

     ความทุกข์ทางใจ จะมีอยู่มากในด้านความรักที่ไม่สมหวัง แต่ถ้าเราเข้าใจแล้ว จะสามารถใช้ชีวิตแบบ ไร้คู่ครอง ได้สบายๆ หรือ เจอเนื้อคู่ของท่านไปได้เอง ปัญหาเรื่องทุกข์ด้านนี้จะจบสิ้นไป

     ส่วนเรื่องรองต่อมาคือ ความปารถนาในสิ่งที่ตนเองไม่สามารถหามา ครอบครองได้ 

    เช่นมีรายได้น้อย แต่ปารถนาจะ มีสิ่งของราคาแพง จึงต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เขามา ทำให้มีภาระต้องผ่อนชำระ เป็นงวด ไปจนกว่าหนี้จะหมดไป ก็ต้องทำไปตามนั้นละครับ ความทุกข์ทางใจก็จะจบไปได้

   แต่ถ้าเราไม่สามารถกู้หนี้ยืม ใครมาได้ ก็ต้องรู้จักปล่อยว่าง ให้มองหา สิ่งที่เราพอมีกำลังหามาได้เท่านั้น เช่นเมื่อผมต้องการออกกำลังกาย แต่ยังไม่มีจักรยาน ผมก็หันมาใช้วิธีเดินออกกำลังกายแทน รอจนกว่าเก็บเงิน ซื้อจักรยานมาได้ ในช่วงที่รอเก็บเงิน ผมก็ไม่ได้เป็นทุกข์อะไร 

    ถ้าเป็นทุกข์ทางใจ เพราะอยากสำเร็จวิชาอะไรก็ต้องไปเรียน และมั่นฝึกฝน ในแขนงวิชาที่ต้องต้องการ จึงจะสำเร็จได้ แต่ถ้าได้ลองไปเรียนแล้วไม่สมารถทำได้ คือวิชานั้นๆไม่เข้ากัน กับความสามารถของเรา ถ้าอดทนทำไป จะเป็นทุกข์ หนักเลย 

    ผมเชื่อว่า คนเราทุกท่าน จะมีความถนัดแตกต่างกันออกไป และ ท่านทั้งหลายจะค้นพบ วิถีที่ตนเองทำได้ดี ออกมาได้เอง ดังธรรมมะ 

          ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติ

             พึงรู้ได้เฉพาะตนเอง

     เช่นถ้าผมไปถาม ผู้อื่นว่า ผมมีความถนัดทางด้านใด ควรไปทำอาชีพอะไร 

     เขาก็จะตอบว่า ไม่ทราบครับ ท่านไม่รู้ว่าตนชอบอะไร มีความสามารถทำอะไรได้ดี ใครก็จะตอบให้ท่านไม่ได้ เท่ากับตัวท่านเอง

      สรุปคือทุุกข์ทางใจ ดับที่จิตของเราเอง ไม่มีใครจะมาทำให้เราเป็นทุกข์ทางใจ ไปได้ถ้าจิต ของเราไม่ได้ไปสร้างบาป กับตนเองและผู้อื่น การทะเลาะกัน ก็จะไม่บังเกิดขึ้นมาได้ และรู้จักอยู่อย่างพอเพียง อย่าไปอยากได้อะไรเกินกว่า ที่เราจะสามารถหามาได้ ก็แค่นั้น

ดับที่การปล่อยว่าง      หนทางปิติสุขแบบง่ายๆ คือ หลักธรรมที่สามารถ ทำแล้วพ้นจากความทุกข์ได้จริง แน่นอนครับ

              เมื่อเราไม่มีความทุกข์

     ความสุข ของท่านก็จะบังเกิดมาได้ ตามความชอบ ของท่านเอง เจริญสุข ทุกท่านครับ