https://youtu.be/e2oJIPisc3g รถบรรทุกหกล้อ กำลังเลี้ยวซ้าย หนุ่มซิ่งรถจักรยานยนต์ที่แซงซ้ายมาพุ่งชนอย่างจังก่อนจะล้มลงไปนอนกับพื้นถูกล้อ รถบรรทุกทับร่าง ได้รับเจ็บอาการสาหัส เหตุเกิดซอยนิคมอุตสาหกรรมบางปู ต.บางปู อ.เมือง สมุทรปราการ เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 28 ตุลาคม 2562 ร.ต.อ.คมกฤชต์  ทองอุไร รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนรถบรรทุกหกล้อ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่ถนนซอย 1 C บริเวณ 4 แยกถนนพัฒนา 2 นิคมอุตสาหกรรมบางปู ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ มูลนิธิกู้ภัยบางปู 811 และรถกู้ชีพโรงพยาบาลรัทรินทร์บางปู เดินทางเข้าตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุพบร่างของนายกิตติพงศ์  ไค่นุ่นภา อายุ 25 ปี นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดที่บริเวณใต้ท้องข้างซ้ายรถบรรทุกยี่ห้อ อีซูซุ ตู้ทึบสีขาว ทะเบียน 70-7773 ฉะเชิงเทรา ระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ที่บริเวณหน้าท้องลงไปถึงหว่างขามีรอยล้อรถบรรทุกคันดังกล่าวทับและลากไปตามถนนยาวประมาณ 10 เมตร  จนตามลำตัวมีบาดแผลถลอกหลายแห่งร่วมทั้งที่ลูกอันทะเป็นบาดแผลฉกรรจ์ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพให้การปฐมพยายามเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลรัทรินทร์บางปู   และที่บริเวณใต้ท้องรถด้านหน้ารถ มีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยี่ห้อ ฮอนด้า MSX สีเขียว ทะเบียน 1 ขง 509 กรุงเทพมหานคร ของผู้บาดเจ็บซุกอยู่ใต้ท้องรถ

Advertisement

Advertisement

จากการสอบถามนายสงกรานต์  ศรีเดช อายุ 42 ปี คนขับรถบรรทุกหกล้อคันดังกล่าวได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถบรรทุกเข้ามาทางซอย 1 C นิคมอุตสาหกรรมบางปู ทางด้านซอยสามห่วงโดยมีรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บขี่ตามหลังมา ขณะขับมาถึงบริเวณ 4 แยกถนนพัฒนา 2 ตนกำลังเลี้ยวซ้าย แต่ผู้บาดเจ็บก็ขี่รถแซงขึ้นมาทางด้านซ้ายทำให้ตนมองไม่เห็นก่อนที่จะชนเข้ากับรถผู้บาดเจ็บเข้าอย่างจังจนรถผู้บาดเจ็บมุดเข้าไปอยู่ใต้ท้องด้านหน้า ตนจึงรีบจอดรถลงมาดูได้พบร่างผู้บาดเจ็บนอนอยู่กลางรถระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง จึงรีบโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

Advertisement

Advertisement

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าระหว่างที่ผู้บาดเจ็บแซงรถหกล้อคันดังกล่าวขึ้นมาทางด้านซ้าย ทำให้คนขับหกล้อมองไม่เห็นจึงได้หักเลี้ยวซ้ายเข้า 4 แยกไปจึงทำให้ชนรถผู้บาดเจ็บจนล้มและมุดเข้าไปอยู่ใต้ท้องส่วนผู้บาดเจ็บคาดว่าน่าจะถูกล้อหน้าข้างซ้ายของรถบรรทุกคันดังกล่าว จนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

Advertisement