การเดินทางแอดเวนเจอร์ เป็นการเดินทางที่ใครหลาย ๆ คนชื่นชอบและสำหรับบางคนอยากจะลองสักครั้งหนึ่งในชีวิต และถ้าหากพูดถึงการเดินทางแนวผจญภัยแล้วล่ะก็ คงหนีไม่พ้นการเดินทาง ขึ้นภูเขา ลงห้วย บุกป่า ฝ่าดง ทำนองนั้น สำหรับทริปนี้เราจะพาทุกคนไปสัมผัสกับบรรยากาศการเดินทางแบบใหม่ ที่สายผจญภัยต้องห้ามพลาดเด็ดขาด นั่นก็คือ " การผจญภัยฝ่าภูเขาไฟ " หากพูดถึงดินแดนที่มีภูเขาไฟที่เยอะที่สุดในอาเซียน คงหนีไม่พ้นประเทศเพื่อนบ้านของพวกเรา นั่นก็คือ  อินโดนีเซีย ประเทศนี่ถือได้ว่าเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุด และมีประชากรมากที่สุดในอาเซียน แถมยังเป็นประเทศที่มีภูเขาไฟมากที่สุดในอาเซียนอีกด้วย โดยมีจำนวนประมาณ 150 ลูกทั่วประเทศ และยังมีบางส่วนที่ยังมีพลังอยู่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปบุกภูเขาไฟที่มีชื่อว่า KAWAH  IJEN ( คาวาอีเจียน ) ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ในเกาะชวาตะวันออก ของประเทศอินโดนีเซียภาพจากผู้เขียน

Advertisement

Advertisement

เราเดินทางถึงสถานที่เชิงเขาของคาวาอีเจียน เวลา ตี 1.00 น. ( ขอแนะนำนะครับตอนเดินทางมาให้ลงเครื่องที่สุราบายา เพราะจะได้หาที่พักก่อนเดินทางไปยังคาวาอีเจียน ) ตระเตรียมสำภาระ กระเป๋าเป้ ไฟฉาย กระติกน้ำ แนะนำให้พามาม่าไปด้วยนะครับเดี๋ยวจะหิวบนโน้น และสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยนะครับ คือ เสื้อกันหนาว เพราะอากาศที่นี่หนาวมาก เราเริ่มออกเดินทางขึ้นจากเชิงเขาเวลาตีสอง สิ่งที่ต้องใช้อย่างแรกเลย ก็คือไฟฉาย เราเดินทางขึ้นไปยังปากปล่องภูเขาไฟ ระยะทางประมาณ 3-4 กิโลเมตร แต่ต้องใช้ระยะเวลาถึงสองสามชั่วโมง เพราะทางในบางช่วงชันถึง 45 องศา บวกกับความมืดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ บอกได้เลยว่าเราเดินก้มหน้าตามแสงไฟฉายของตัวเอง หาแนวหินที่ตัวเองสามารถเดินลัดเลาะไปได้  บริเวณรอบข้างปกคลุมไปด้วยความมืดสนิท เห็นแต่ดวงไฟฉายและเสียงของทีมนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น กว่าจะเดินขึ้นถึงทางแยกเพื่อลงไปดูแสงสีฟ้า ( Blue Flame ) ทำเอาเหงื่อท่วมในอุณหภูมิเกือบติดลบ ( บอกได้เลยว่าเหนื่อยมากครับ ) สำหรับคนที่ไม่สามารถเดินขึ้นไปได้ด้วยตัวเอง ก็จะมีบริการรถสามล้อลาก เพื่อขนส่งนักท่องเที่ยวไปยังปากปล่องภูเขาไฟ โดยอัตราค่าบริการก็ประมาณ 600,000 รูเปีย ( ประมาณ 1,200 บาท ) และสำหรับคนที่ต้องการลงไปดูเปลวไฟสีฟ้า ต้องเดินลงไปที่ปล่องของมันอีก 700  เมตรนะครับภาพจากผู้เขียน

Advertisement

Advertisement

เราเดินขึ้นถึงปากปล่องภูเขาไฟตอนฟ้าสางพอดี บอกเลยว่าถ้าหันกลับไปดูเส้นทางที่เดินขึ้นมาจะต้องอ้าปากค้าง แล้วพูดว่า  เราขึ้นมาได้ไงว่ะ  เมื่อได้เห็นภาพปล่องภูเขาไฟที่อยู่เบื้องหน้า บอกเลยว่าอยากจะให้คนอื่นมาเห็นกับตาอย่างที่เราเห็นตอนนี้ด้วยเลย เนื่องจากว่าภูเขาไฟ คาวาอีเจียนเป็นภูเขาไฟที่มีความสูงและมีจุดเด่น คือ เปลวไฟสีน้ำเงินจากเหมืองกำมะถัน และภาพทะเลสาบสีเขียวมรกตในปล่องภูเขาไฟอันสวยงาม เเละที่นั่นยังมีปริมาณกำมะถันอยู่จำนวนมาก ทำให้เกิดอาชีพขุดเอากำมะถันลำเลียงพาไปขาย โดยการขนใส่หาบซึ่งหาบหนึ่งประมาณ 70 กิโลกรัม ขายได้กิโลกรัมละประมาณ 1,000 รูเปีย ( ประมาณ 2.30บาท )ภาพจากผู้เขียนภาพจาก Instagram.com/julie.wanderlust

Advertisement

Advertisement

เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องในตอนเช้า ทำให้เรายิ่งเห็นภาพแห่งความงดงาม และยิ่งใหญ่ของคาวาอีเจียนชัดเจนมากยิ่งขึ้น บวกกับบรรยากาศหนาวผสมกับเหงื่อในตอนเดินขึ้นมา ทำให้รู้สึกอบอุ่นพอดี บอกได้เลยว่าหากไม่เห็นด้วยตาเปล่าและสำผัสกับตัวเองคงไม่หนำใจครับภาพจากผู้เขียนภาพจากผู้เขียน

เป็นไงกันบ้างล่ะครับ ทริปนี้ผมขอการันตีเลยว่า สำหรับนักเดินทางสายลุยแล้วล่ะก็ เป็นบรรยากาศ ความทรงจำ และประสบการณ์ที่ยากจะลืมอย่างแน่นอน และขอบอกเลยว่าเป็นการเดินทางที่ทั้งนักเดินทางมือใหม่ และมืออาชีพ จะต้องสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิตครับ

ภาพทั้งหมดโดย : ปากกาเเดง