สักครั้งในชีวิตพิชิตขุนเขาแห่งศรัทธา "พระธาตุมุลาอิ" 

มุลาอิ” หรือ “มอละอิ” หรือ “เมาะเลาะอิ เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาพุทธของชาวพม่า ตั้งอยู่ในเขตปกครองกะเหรี่ยง DKBA จ.เมียวดี ประเทศพม่าและในทุกๆ วันจะมีชาวพม่าขึ้นมาทำบุญ สักการะบูชาพระธาตุที่ยอดเจดีย์ด้านบน ซึ่งแบ่งเป็น 2 เจดีย์ ด้านบนสุดขึ้นได้เฉพาะผู้ชาย ส่วนผู้หญิงขึ้นได้แค่เจดีย์ที่อยู่ด้านล่างเท่านั้น และที่ยอดเขาแห่งนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,078 เมตร ใครที่จะมาที่นี่ต้องรับประทานอาหารเจเท่านั้น ถ้าอยากสะดวกสบายก็จ้างลูกหาบ เขาจะช่วยเราแบกสัมภาระ ทำอาหารให้ บอกเลยว่าอร่อยมาก ต้องมาลองด้วยตัวเอง!!

ของจริงสวยกว่านี้

เราเดินทางไปถึงหมู่บ้านมอเกอไทย อ.พบพระ จ.ตาก ประมาณ 05:00 น. ก็จัดการล้างหน้าแปรงฟัน จิบกาแฟ พร้อมกับกินอาหารเช้าเติมพลัง ที่ลุงจ่าเตรียมไว้ให้ ซึ่งเป็นข้าวต้มที่แสนอร่อย ท่ามกลางอุณหภูมิที่เย็นสบายรถกระบะ 4x4 ที่เราต้องนั่งเดินทางเป็นเวลาร่วมๆ 4 ชั่วโมงไหวไหมถามใจตัวเองกับ 4 ชั่วโมงบนเส้นทางออฟโรด

Advertisement

Advertisement

ประมาณ 8:30 น. ก็ไปขึ้นรถกะบะ 4X4 ⛰ ซึ่งต้องวิ่งผ่านถนนที่เป็นดินแดง ดินคลุกฝุ่น และทางวิบากซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง และจะมีจุดแวะพักตามหมู่บ้านเล็กๆ 2 จุด ซึ่งเราสามารถเข้าห้องน้ำ ซื้อขนม ซื้อน้ำได้ ณ ที่จุดนี้ จุดแวะพักในหมู่บ้านเล็กๆ

คนที่ไปพระธาตุส่วนใหญ่จะนำขนมมาแจกเด็กๆ ที่นี่ด้วย

ความสุขเล็กๆ ที่ได้แบ่งปัน

ส่วนด้านบนจะมีร้านน้ำ ร้านอาหารพม่า ที่รอให้คุณไปชิมลิ้มลองรสชาติอาหารด้วยตัวเอง บอกเลยว่าอร่อยเกือบทุกอย่าง ราคาไม่แพงด้วยนะ อยากจะบอกว่าทริปนี้คุณจะได้อรรถรสการเดินทางอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการลุยน้ำ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา โค้งหักศอก ทางชัน สลับกับถนนลูกรัง ตัวเรากระโดดไปหลายที เพราะหลุมนี่แหละ ชนิดที่ว่าท้องไส้นั้นสะเทือนไปหมดเลย

แวะภ่ายรูประหว่างทาง
เมื่อมาถึงบริเวณวัดต้องไปกราบนมัสการ พือเล่อบา (ศาลพ่อปู่ศิลา) ผู้ปกปักรักษาสถานที่แห่งนี้ เพื่อขอพรให้ท่านคุ้มครองแคล้วคลาดปลอดภัยตลอดการเดินทาง หลังจากนั้นก็เริ่มเดินเท้าเข้าไปที่จุดกางเต็นท์อีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ราวๆ 30-40 นาที เส้นทางการเดินไม่ยากเท่าไหร่ มือใหม่เดินได้สบายครับ ผมก็มือใหม่นะ เดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงเจดีย์เล็ก

Advertisement

Advertisement

เดินเท้าอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร
เมื่อไปถึงจุดกางเต็นท์ คุณจะพบกับวิวเบื้องหน้าสุดอันซีน พร้อมกับทุ่งหญ้าสีทอง ที่พลิ้วไหวไปตามสายลม ซึ่งบรรยากาศเหล่านี้อาจทำให้อาการเหนื่อยล้าของคุณ ค่อยๆ หายไป อย่างที่เราคาดไม่ถึง! 

และสิ่งแรกเลยที่ต้องทำคือหาพื้นที่กางเต็นท์ก่อนเลย เราชอบหาทำเลที่ห่างไกลจากคณะอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงเสียงดังอาจทำให้เรานอนไม่หลับ และในที่สุดเราก็ได้พื้นที่กางเต็นท์เรียบร้อย ซึ่งพื้นที่โดยรอบนั้น ไม่มีพื้นที่ให้คนอื่นกางได้ เพราะเป็นทางลาดเอียงบนเขา ทำเลแบบนี้แหละที่เราต้องการ ไร้เสียงของผู้คนและเพื่อความเป็นส่วนตัวด้วย เมื่อกางเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็เดินลงไปอาบน้ำสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งน้ำจะเย็นมากๆ แต่เพื่อความสบายตัว แนะนำให้อาบน้ำหรือถ้าใครไม่อาบก็สามารถไปอาบน้ำได้ในวันที่ลงจากเขา

Advertisement

Advertisement

ห้องอาบน้ำ

ก่อนที่แสงพระอาทิตย์จะดับลง

ตอนกลางคืนอากาศจะหนาวเย็น

แสงแรงของวัน

 

ผู้หญิงขึ้นได้แค่พระธาตุด้านล่างเท่านั้น ห้ามผู้หญิงขึ้นเจดีย์ด้านบนสุด อนุญาตให้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น

เมื่อเดินไปกราบไหว้สักการะพระธาตุแล้ว เราก็เดินเล่นถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ชมวิว เก็บบรรยากาศที่น่าประทับใจไว้ในความทรงจำ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยความศรัทธาของชาวพุทธ ทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น เพราะว่าที่นี่ไม่มีสัญญาณมือถือนั้นเอง !! จะมีเฉพาะบางจุดเท่านั้น เอาเป็นว่าได้เวลาหาอะไรอร่อยๆ กินกันแล้ว เพราะเดินมาทั้งวันคงจะเหนื่อยล้าพอสมควร 

เห็นเต็นท์เราไหม

พอถึงตอนเย็น เราก็เดินทางถึงโรงทานด้านล่าง ที่นี่จะมีร้านค้าขายของมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำดื่ม ชา กาแฟ ขนม ถ้าใครหิวต้องแวะมาที่จุดนี้ เราสามารถซื้อเป็นเงินบาทได้เลย พ่อค้าแม่ค้าชาวพม่าใจดีทุกคน และได้มีโอกาสแวะชิมอาหารพม่าเกือบทุกร้าน ต้องบอกเลยว่าอร่อย ได้เยอะมาก แค่เมนูละ 20 บาทเท่านั้นเอง 

มาทั้งทีต้องชิมให้ครบทุกร้านเก็บความทรงจำเช้าวันรุ่งขึ้นพวกเราและคณะก็ได้เก็บสัมภาระเพื่อเตรียมเดินทางกลับ ก่อนจะลงจากเขาลูกหาบได้เตรียมทำกับข้าวไว้ให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นเมนุอาหารเจที่อร่อยมาก และรับประทานอาหารไปพร้อมบรรยากาศบนยอดเขาที่สลับซับซ้อนและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ที่รอให้คุณมาสัมผัสที่นี่สักครั้ง และที่สำคัญเราต้องเอาขยะกลับมาทิ้งด้วย ไม่ทิ้งขยะตามทางหรือลืมทิ้งไว้นะ 

สุดท้ายช่วงเวลาที่เหมาะแก่การผจญภัยคือช่วงฤดูหนาว อากาศจะเย็นสบายตลอดทั้งวัน และหากใครคิดอยากจะเดินป่าหรือกางเต็นท์ครั้งแรก ที่นี่ตอบโจทย์สำหรับมือใหม่ได้เป็นอย่างดีครับ เพราะระยะทางเดินไม่ไกลมาก เดินง่าย และมีลูกหาบคอยช่วยเหลือตลอดการเดินทาง บอกได้เลยว่าคุณจะประทับใจไม่รู้ลืม

วิวด้านบน โขดหินกับวิวบ้างล่าง
สรุปค่าใช้จ่าย 9 คน/ เฉลี่ยคนละ 2,200 บาท รวมอาหารเจ 5 มื้อ และรถตู้ไป-กลับ 


📌ข้อควรรู้ 📌

  • สถานที่นี้ กินเจเท่านั้น ห้ามนำเนื้อสัตว์ขึ้นไปเด็ดขาด
  • เป็นสถานที่บริเวณวัด ห้ามนำเครื่องดื่มมึนเมา และการพนันทุกชนิด
  • ห้ามส่งเสียงดัง พูดคำหยาบ หรือแสดงกิริยาไม่สุภาพ
  • ห้ามผู้หญิงและผู้ชายนอนด้วยกัน ต้องแยกกันทุกกรณี
  • ห้ามผู้หญิงตักน้ำในบ่อศักดิ์สิทธิ์
  • ห้ามผู้หญิงขึ้นไปบนพระธาตุด้านบนสุด
  • ผู้หญิงจะต้องแต่งกายด้วยผ้าถุง (เตรียมไปเอง)
  • ห้ามผู้หญิงทำอาหาร ให้ผู้ชายเป็นคนทำให้
  • ช่วยกันรักษาความสะอาดด้วยนะครับ


ข้อมูลและภาพประกอบ Nhong.cs | ชีวิตต้องเจอนี่