ยามเช้าต้นฤดูหนาว ที่อำเภอปาย มีสายลมเย็นๆ พัดผ่าน ใครได้มาเดินบนสะพานโขกู้โส่ ที่คดโค้งไปมาเหนือนาข้าวสีเหลืองทอง คงได้รับความรู้สึกสุดแสนพิเศษ

“นายรอบรู้” อยากพาคุณไปรู้จักกับ สะพานโขกู้โส่ ซึ่งเกิดจากศรัทธาของชาวบ้านแพมบก ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ร่วมใจกันสร้างถวายแด่พระพุทธศาสนา เนื่องจากแต่เดิมในทุกเช้า พระสงฆ์จากสำนักสงฆ์ห้วยคายคีรีมฤคทายวันที่จะมาบิณฑบาต ต้องเดินอ้อมไปทางถนนใหญ่ ซึ่งมีระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร กว่าจะมาถึงหมู่บ้าน ถ้าชาวบ้านรอใส่บาตรก็จะไม่ทันไปทำงานในไร่นา ระหว่างเส้นทางต้องเดินข้ามลำน้ำ 2 แห่ง ในช่วงฤดูฝนยิ่งลำบาก หากน้ำท่วมทางก็เดินมาบิณฑบาตไม่ได้เลย

ชาวบ้านจึงหารือกันและนำแนวคิดของสะพานซูตองเป้ ที่อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอนมาใช้ โดยมีชาวบ้านส่วนหนึ่งบริจาคที่ดินในนาข้าวของตัวเอง และอีกหลายๆ คนมาลงแรงช่วยกันสานสะพานไม้ไผ่กว้างราว 1.5 เมตร แต่ยาวถึง 815 เมตร เชื่อมโยงให้คนเดินไปหาพระพุทธศาสนา ซึ่งถือเป็นการทำกุศลอันยิ่งใหญ่

ชื่อสะพานเป็นภาษาไทใหญ่ โข หรือ ขัว หมายถึงสะพาน และกู้โส่ หมายถึงกุศล รวมกันจึงแปลว่า “สะพานบุญ”ชาวบ้านชาวไทใหญ่ยังเชื่ออีกว่า การสร้างสะพานเป็นการต่ออายุของทุกๆ คนในครอบครัวให้ยืนยาวออกไป ดังนั้นสะพานโขกู้โส่ จึงเป็นสะพานแห่งบุญที่แท้จริง

เพื่อความคงทนถาวร ชาวบ้านจึงทำโครงสร้างสะพานเป็นเหล็กตั้งอยู่บนเสาปูนเพื่อความแข็งแรง เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน พ.ศ. 2559 ใช้เวลา 3 เดือน จึงแล้วเสร็จก่อนออกพรรษา พระสงฆ์ใช้เวลาเดินเพียง 15 นาที ก็เดินมาถึงหมู่บ้าน ให้เด็กๆ ใส่บาตรทันก่อนไปเรียนหนังสือ ชาวบ้านทำบุญกันทันทุกเช้าก่อนออกไปทำงานในไร่นา

ในแต่ละฤดูกาลสะพานจะสวยงามไปคนละแบบ ช่วงฤดูฝน ราวเดือนกันยายน ข้าวในนาจะมีสีเขียวขจี ดูชุ่มฉ่ำสบายตา เดือนตุลาคมไปจนถึงธันวาคม ทุ่งนาจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามเพราะข้าวออกรวง หากใครอยากมาถ่ายภาพพระสงฆ์เดินบิณฑบาตในช่วงเช้าท่ามกลางสายหมอก ควรมารอตั้งแต่ราว 6-7 โมงเช้า

นอกจากสะพานเป็นศูนย์รวมใจ ยังทำให้ชาวบ้านรวมตัวกันเป็น กลุ่มการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านแพมบก นำรายได้จากการท่องเที่ยวแบ่งให้กับทุกครอบครัวที่มาช่วยกันสร้างสะพาน กลุ่มมีกิจกรรมเที่ยวชมวิถีชีวิต เช่น หีบน้ำตาลอ้อย ตำข้าว และที่พลาดไม่ได้คือน้ำพริกถั่วเน่าที่ถือเป็นของอร่อยประจำชุมชน ใครไม่มาชิมถือว่าพลาดอย่างแรง

สำหรับชาวไทใหญ่ ถั่วเน่า หมายถึงถั่วเหลืองที่นำมาหมัก (ไม่ใช่ถั่วที่ทิ้งไว้จนเน่าเหม็น) ชาวบ้านจะนำเมล็ดถั่วถั่วเหลืองมาแช่น้ำ 1 คืนจนเมล็ดพองเต็มที่ นำมาหมักโดยใส่ในตะกร้าที่รองด้วยใบตองตึง ปิดแล้วนำไปตากแดด 3 วัน ถั่วนั้นจะเกิดเชื้อรา แต่เป็นเชื้อราดีที่กินได้ นำมาบดและปั้นเป็นลูกกลมเท่าลูกปิงปอง ใช้เครื่องตบถั่วเน่า ตบเป็นวงกลมแบนๆ ก่อนจะนำมาตากแดดอีกครั้ง ก็จะได้ถั่วเน่าแผ่น ขายแผ่นละ 1 บาท

ชาวไทใหญ่นำมาใส่ในแกงใช้แทนผงชูรสได้ทำให้รสดีขึ้น ที่สำคัญคือทำน้ำพริกถั่วเน่า โดยโขลกถั่วเน่ากับเกลือและพริกแห้งจนละเอียด จากนั้นพักไว้ก่อน หันไปเจียวกระเทียมจนหอมเหลืองแล้วค่อยนำไปผัดรวมกัน จะได้น้ำพริกถั่วเน่าที่แห้งๆ และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว คลุกกับข้าวร้อนๆ กินกับผัก ก็อร่อยเลิศลำแต้ เราสั่งมานั่งกินกันที่ร้านของชุมชนตรงหัวสะพาน กินกันจนอิ่มสะใจแล้วยังถามหาซื้อกลับบ้าน น่าเสียดายฤดูกาลนี้กระเทียมราคาสูง ชาวบ้านจึงไม่ได้ทำน้ำพริกถั่วเน่าขาย

ใครได้มาเที่ยวสะพานโขกู้โส่ จึงได้ทั้งความอิ่มอก อิ่มใจ และอิ่มท้องไปพร้อมๆ กัน