แก้วมังกร หรือ Dragon fruit 1

แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาแต่สามารถปลูกได้ในประเทศไทยทุกพื้นที่ มีผลรูปร่างกลมรี เปลือกมีสีแดงหรือเหลืองแล้วแต่สายพันธุ์ เนื้อเป็นสีขาวหรือแดง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์นั้น ๆ มีเมล็ดเล็กสีดำคล้ายเมล็ดงากระจายอยู่ทั่วผล 2

ผลแก้วมังกรอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายเช่น วิตามินซี วิตามิน B1,B2,B3 และแร่ธาตุ แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เป็นต้น  แก้วมังกรจึงนับได้ว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และราคาไม่แพง3

คุณสมบัติทางอาหารของแก้วมังกร

  • เป็นผลไม้ที่มีไขมันไม่อิ่มตัวและมีแคลอรีต่ำซึ่งช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี
  • แก้วมังกรมีเนื้อมาก ทำให้อิ่มท้องนาน  เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมอาหาร
  • บำรุงผิวพรรณให้สวยงาม
  • เป็นผลไม้เย็นดับร้อน แก้กระหายได้ดี

Advertisement

Advertisement

  • เสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง
  • มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยในการชะลอวัย ความแก่ชรา ผิวพรรณเต่งตึง
  • ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจและบรรเทาอาการของโรคความดันโลหิตเนื่องจากการรับประทานแก้วมังกรไม่ทำให้เกิดการสะสมของไขมันในเส้นเลือด
  • ช่วยในการรักษาโรคเบาหวาน เพราะเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย
  • บรรเทาอาการของโรคโลหิตจาง เนื่องจากมีธาตุเหล็กมาก
  • ลดอัตราการเกิดโรคมะเร็ง โดยสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ช่วยบำรุงและขับน้ำนมในสตรีหลังคลอดบูตร
  • สามารถช่วยดูดซับและขับสารพิษต่าง ๆ และสร้างการทำงานของระบบกำจัดของเสียในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น
  • มีแคลเซียมสูงจึงช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  • แก้อาการท้องผูก  เนื่องจากอุดมไปด้วยกากใย
  • ช่วยสร้างสมดุลของเชื้อแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ และ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • Advertisement

    Advertisement

  • ช่วยป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • สามารถรับประทานเป็นผลไม้สด
  • เพิ่มรสชาติให้กับฟรุตสลัดและน้ำปั่นผลไม้ภ
  • วิธีการปลูกต้นแก้วมังกร

    1. ตั้งเสาสูง 1.5–2.0 เมตรในกระถางหรือแปลงปลูกสำหรับให้ต้นแก้วมงกรยึดลำต้น
    2. ลองก้นหลุมด้วยขุยมะพร้าวและใส่ปุ๋ยคอกลงไปในกระถางหรือหลุมในปริมาณที่พอดี
    3. นำกิ่งแก้วมังกรยาว 30-40 เซนติเมตร ปลูกรอบโคนเสา 4-5 กิ่ง แล้วใช้ดินกลบให้เต็มหลุม
    4. มัดกิ่งแก้วมังกรยึดไว้กับเสาด้ายเชือก เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นล้มหัก
    5. รดน้ำพอประมาณ  ไม่ควรชุ่มเกินไป
    6. อีกประมาณ 24 เดือนแก้วมังกรจึงเริ่มให้ผลผลิต

    ขอขอบคุณ ภาพปก  ภาพที่1  ภาพที่2  ภาพที่3  ภาพที่4