สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านนะคะ วันนี้ดิฉันจะมาพาทุกท่านไปท่องเที่ยวอีกเช่นเคย และแน่นอนคะว่าการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบของดิฉันนั้นต้องมีประวัติศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อให้การเดินทางนั้นสนุกมากยิ่งขึ้นนั้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวในวันนี้ค่อนข้างเหมาะกับทุกเพศทุกวัยและทุกกลุ่มค่ะ เนื่องด้วยเป็นสถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน และในทางกลับกันสถานที่แห่งนี้ก็แฝงไปด้วยเรื่องราวที่หลาย ๆ ท่านอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อน หรืออาจจะเคยได้ยินมาแต่ไม่รู้ว่าสถานที่ ที่ว่านั้นอยู่ที่ไหน ไม่เปงไรค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาทุกท่านไปเรียนรู้เรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าอัศจรรย์ในวันนี้กัน และถ้าทุกท่านพร้อมกันแล้ว เราไปกันเลยค่ะ

บ้านของพ่อ                    สถานที่ท่องเที่ยวในวันนี้ก็คือ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านของพ่อ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นั้นเองค่ะ การเดินทางมาที่นี่นั้นต้องบอกว่าสะดวกมาก ๆ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ใกล้กับกรุงเทพ ท่านสามารถขับรถยนต์มาเองก็ได้ หรือจะนั่งรถไฟแบบชิว ๆ ก็ได้เช่นกันค่ะ จุดสังเกตอยู่ที่เจดีย์ภูเขาทองค่ะเห็นเจดีย์ภูเขาทองเมื่อไหร่แปลว่าท่านมาถึงแล้ว ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านของพ่อจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์ห่างจากเจดีย์ประมาณ 100 เมตร

Advertisement

Advertisement

ในส่วนของค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชมค่ะ 

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. (หยุดวันจันทร์) 

เบอร์โทรศัพท์ : 064 932 1838, 063 587 9963, 081 817 6037 

เฟซบุ๊ก : ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านของพ่อ 

         ในส่วนของสถานที่นั้นต้องบอกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและทุ่งนา บนวิวเจดีย์ภูเขาทอง หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ ไม่แปลกหลอกค่ะ เพราะสถานที่แห่งนี้เพิ่งเปิดมาไม่นาน หากย้อนไปในอดีตสถานที่แห่งนี้มีประวัติศาสตร์ที่เล่าถึงการทำยุทธหัตถี และเป็นสมรภูมิรบหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะการทำยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชมังสามเกียรติหรือมังกะยอชวา เพื่อใช้ในการกอบกู้เอกราช หลาย ๆ ท่านคงได้เคยได้ยินเรื่องราวกันมาบ้างถึงการออกมาตั้งทัพเพื่อรบกับพม่า พระนเรศวรนั้นไม่ทรงตั้งทัพที่ใกล้กับพระนคร เนื่องด้วยกลัวความเสียหายจะเกิดขึ้นกับราษฎร จึงมีการยกทัพออกมาให้ห่างจากพระนครให้มาก ซึ่งสันนิษฐานกันว่าบริเวณนี้น่าจะเป็นสมรภูมิรบเก่าระหว่างพระนเรศวรกับพระมหาอุปราช หรือที่เราเรียกว่า สมรภูมิรบทุ่งมะขามหย่อง ส่วนเจดีย์ภูเขาทองนั้นเป็นอนุสรณ์ที่มีมานาน เดิมในตอนแรกสร้างให้มีลักษณะคล้ายกับแบบของพม่า สันนิษฐานว่าพระเจ้าบุเรงนองน่าจะสร้างไว้ แต่ภายหลังเมื่อครั้งที่พระราเมศวรขึ้นครองราชได้ให้บูรณะเจดีย์ใหม่ให้สมบูรณ์ จนกระทั่งพระนเรศวรกอบกู้เอกราชจึงมีการเปลี่ยนรูปแบบของเจดีย์อีกครั้งก่อนจะให้สร้างอนุสาวรีย์พระนเรศวรทรงม้าอยู่บริเวณหน้าเจดีย์ภูเขาทอง

Advertisement

Advertisement

บ้านของพ่อต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนมาเป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านของพ่อในปัจจุบัน ที่นี่ยังคงอยู่คู่กับเจดีย์ภูเขาทอง สถานที่แห่งนี้เปิดให้ทุกท่านเข้าชมฟรีไม่เสียเงินค่ะ แต่หากทุกท่านจะช่วยสมทบทุนก็สามารถช่วยได้ หรือหากทุกท่านอยากที่จะลงมือทำกิจกรรมปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ หรือสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวนา ทุกท่านเองก็สามารถร่วมทำกิจกรรมตรงนี้ได้เช่นกันค่ะ และในกรณีที่ท่านมากันหลายคนทางสถานที่จะมีการบรรยายในเรื่องการทำเกษตรแบบพอเพียงให้ฟังอีกด้วย เจ้าของที่นี่ใจดีมากค่ะ เขาเล่าว่าแรงบันดาลใจในการทำสถานที่แห่งนี้มาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เขาอยากทำให้เห็นว่า สิ่ง ๆ นี้ทำได้จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เขาจึงอยากส่งต่อความรู้ให้กับผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้แบบฟรี ๆ เพราะเขาหวังว่าความรู้ของเขาที่จัดทำสถานที่แห่งนี้ จะสามารถส่งต่อไปช่วยเหลือบุคคลอื่น ๆ อีกมากมาย แน่นอนค่ะว่าสถานที่แห่งนี้มีผู้คนสนใจมาศึกษาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน/นักศึกษา เพราะเหมาะกับการใช้ในการทำวิจัยต่าง ๆ ที่นี่อาจจะไม่กว้างใหญ่มากแต่สามารถรองรับผู้คนได้จำนวนไม่น้อยเลยนะคะ ที่สำคัญทุกท่านเองก็จะได้ไปแวะชมเจดีย์ภูเขาทองได้อีกด้วย เพราะสองสถานที่นี่อยู่ใกล้กัน ไม่แน่ท่านอาจจะไม่ต้องไปถึงเจดีย์ภูเขาทองเพราะอยู่ที่นี่ก็มองเห็นได้ชัดเจนเลยแหละค่ะ

บ้านของพ่อ                       นอกจากนี้ทุกท่านยังได้รับแรงบันดาลใจดี ๆ สัมผัสกับวิวดี ๆ ภาพสวย ๆ ในสถานที่แห่งนี้กลับไปด้วย และแน่นอนว่าการพักผ่อนในวันหยุดของทุกท่านจะเต็มไปด้วยเรื่องราวที่สนุกและแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครแน่นอน ดิฉันหวังว่าสถานที่ท่องเที่ยวในวันนี้จะสะท้อนทั้งเรื่องราวทาง ประวัติศาสตร์และการใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของคำว่า พอเพียง กันนะคะ ถ้าทุกท่านมีโอกาสได้ไปที่อยุธยาก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวกันนะ สำหรับบทความในวันนี้ต้องขอจบลงแต่เพียงเท่านี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ

เครดิตปกและภาพถ่าย:โดยผู้เขียน