ถ้าเอ่ยถึง “บ้านม่วงตึ๊ด” หลายคนอาจไม่รู้จักว่าอยู่แห่งหนตำบลใด แต่ถ้าพูดถึง “พระธาตุแช่แห้ง” เชื่อว่าหลายคนต้องร้องอ๋อ!!!

บ้านม่วงตึ๊ด เป็นชุมชนริมวัดพระธาตุแช่แห้ง ซึ่งเป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเถอะ ที่คนเกิดปีเถอะจะแห่แหนมาสักการะขอพรกันทุกปี ซึ่งชุมชนบ้านม่วงตึ๊ดก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2286 โดยขุนศรี สมศักดิ์และขุนแสนชัยชนะ มณเฑียร เดิมบ้านม่วงตึ๊ดตั้งอยู่ที่บ้านดอนร้องแหด ริมหนองน้ำครกซึ่งมีแม่น้ำน่านไหลผ่าน ต่อมาเกิดการกัดเซาะของแม่น้ำน่าน จึงได้ย้ายมาตั้งที่ใหม่ ว่ากันว่าชื่อบ้านม่วงตึ๊ด มาจากที่ตั้งของชุมชนอยู่บนลำน้ำน่าน ต่อมาเกิดตลิ่งพังจนถึงต้นมะม่วง จึงเรียกบริเวณนี้ว่า “ม่วงตึ๊ด” ซึ่งหมายถึงบริเวณที่ตลิ่งพังจนถึงต้นมะม่วงที่กั้นไว้ และอีกความหมายก็คือคำว่า “ตึ๊ด” หมายถึงป่าละเมาะที่เป็นป่าทึบ

ซึ่งในทุกเทศกาลงานประเพณี ชาวบ้านจะนิยมนำโคมในรูปแบบต่างๆ มาประดับตกแต่งที่วัด และใช้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องไทยทานเพื่อถวายแด่พระพุทธและพระสงฆ์ ซึ่งที่บ้านม่วงตึ๊ดยังคงอนุรักษ์การประดิษฐ์โคมไฟและเปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้การทำโคมสำหรับนักท่องเที่ยว

โดยคุณถิรนันท์ โดยดี หัวหน้ากลุ่มโคมคำบ้านม่วงตึ๊ดจะคอยต้อนรับ และให้ความรู้ตั้งแต่ประวัติความเป็นมาและความสำคัญของ “โคมมะเต้า” โคมเอกลักษณ์ของชุมชน จากนั้นนักท่องเที่ยวก็ลงมือทำโคมด้วยตัวเองตั้งแต่การเหลาไม้ไผ่ ขึ้นรูปโคม ตัดแปะกระดาษสาเพื่อให้โคมสมบูรณ์ และประดับตกแต่งกระดาษสีทองเพิ่มความสวยงาม แต่ละขั้นตอนต้องอาศัยสมาธิและความประณีต ซึ่งจะมีพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยคอยให้คำแนะนำทุกขั้นตอน และเมื่อโคมไฟเสร็จเรียบร้อยก็สามารถนำโคมกลับไปเป็นที่ระลึกหรืออาจถวายแด่พระสงฆ์หรือถวายให้กับพระธาตุประจำเมืองน่านก็ได้

ซึ่งในทุกเทศกาลงานประเพณี ชาวบ้านจะนิยมนำโคมในรูปแบบต่างๆ มาประดับตกแต่งที่วัด และใช้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องไทยทานเพื่อถวายแด่พระพุทธและพระสงฆ์ ซึ่งที่บ้านม่วงตึ๊ดยังคงอนุรักษ์การประดิษฐ์โคมไฟและเปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้การทำโคมสำหรับนักท่องเที่ยว

โดยคุณถิรนันท์ โดยดี หัวหน้ากลุ่มโคมคำบ้านม่วงตึ๊ดจะคอยต้อนรับ และให้ความรู้ตั้งแต่ประวัติความเป็นมาและความสำคัญของ “โคมมะเต้า” โคมเอกลักษณ์ของชุมชน จากนั้นนักท่องเที่ยวก็ลงมือทำโคมด้วยตัวเองตั้งแต่การเหลาไม้ไผ่ ขึ้นรูปโคม ตัดแปะกระดาษสาเพื่อให้โคมสมบูรณ์ และประดับตกแต่งกระดาษสีทองเพิ่มความสวยงาม แต่ละขั้นตอนต้องอาศัยสมาธิและความประณีต ซึ่งจะมีพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยคอยให้คำแนะนำทุกขั้นตอน และเมื่อโคมไฟเสร็จเรียบร้อยก็สามารถนำโคมกลับไป