ฟุตบอลลีกในยุโรปที่คนทั่วโลกให้ความสนใจมีอยู่ 5 ลีกด้วยกัน เริ่มต้นก็ต้องเป็น พรีเมียร์ลีกอังกฤษ  ลาลีกาของสเปน  กัลโช่ของอิตาลี  บุนเดสลีกาของเยอรมัน และลีกเอิงของฝรั่งเศส  ซึ่งเวลานี้ก็ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลที่หน้าตาแชมป์ของแต่ละลีกมีความชัดเจนมากขึ้น

ภาพ 1

โดยหากย้อนไปดูในฤดูกาลที่แล้วโฉมหน้าแชมป์ของแต่ละลีกเป็นอย่างไรกันบ้าง

พรีเมียร์ลีก   แชมป์ก็คือ ลิเวอร์พูลที่กลับมาคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบ 30 ปีอย่างยิ่งใหญ่ สวยงาม

ลาลีกา         แชมป์คือ รีล มาดริด ที่ทำแต้มทิ้งคู่ปรับอย่าง บาร์เซโลน่าถึง 5 คะแนน

กัลโช่            แชมป์คือ ยูเวนตุส ที่คว้าแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 9

บุนเดสลีกา  แชมป์คือ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งคว้าแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 8

ลีกเอิง          แชมป์คือ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่คว้าแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3

Advertisement

Advertisement

ภาพ 2

อย่างไรก็ตามเมื่อดูจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ส่วนใหญ่จะเหลือการแข่งขันอีก 4-5 นัด แชมป์เก่าที่ต้องรับสภาพว่า หมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์แน่ๆ แล้วก็คือ ลิเวอร์พูล แต่ที่สาหัสกว่านั้นคือ ยังต้องลุ้นอย่างหนักอีกด้วยว่าจะได้ไปเล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่ของยุโรปแชมเปี้ยนลีกหรือไม่ เพราะเหลือโปรแกรมการแข่งขันอีกเพียง 5 เกม แต่ยังอยู่ที่อันดับ 6 มีคะแนนตามหลังทีมอันดับ 4 ที่จะได้ไปเล่นแชมเปี้ยนลีกอยู่ 4 คะแนนด้วยกัน แม้ว่าโปรแกรมที่เหลืออยู่อาจจะไม่หนักมากนัก ทว่าต้องยอมรับว่าฟอร์มโดยรวมของทีมไม่ค่อยดี เหมือนนักเตะดูจะขาดความมั่นใจ จึงต้องบอกว่านอกจากหมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์แล้ว อาจกลายเป็นฤดูกาลที่ล้มเหลวไม่มีถ้วยและไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนลีก..ก็เป็นได้

ภาพ 3

ส่วนแชมป์เก่าอีกทีมหนึ่งที่ฟันธงได้เลยว่า หมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์ไปแล้วก็คือ ยูเวนตุส ในเวทีกัลโช่ เซเรียอา ที่เหลือโปรแกรม 5 นัด ตามหลัง อินเตอร์ มิลาน จ่าฝูง 13 แต้ม แม้ทางทฤษฏีจะเป็นไปได้แต่ในทางปฏิบัติแล้วคงยาก โดยอินเตอร์ฯ ต้องการอีกแค่ 4 แต้มจาก 5 นัดก็น่าจะการันตี แชมป์แล้ว อย่างไรก็ตามโอกาสการไปเล่นในถ้วยแชมเปี้ยนลีกในฤดูกาลหน้าก็ยังดูเปิดกว้างเพราะอยู่อันดับ 4 มีแต้มตามหลังอันดับ 2 อยู่เพียง 2 แต้ม ทว่าก็ประมาทไม่ได้เพราะทีมอันดับ 5 อย่าง มิลาน ก็มีคะแนนเท่ากันอยู่ แต่ถึงอย่างไร ยูเวนตุส ก็ยังคงเหลือลุ้นความสำเร็จในถ้วยโคปา อิตาเลีย เพราะได้เข้าชิงกับ แอตตาลันต้า ก็อาจจะยังไม่ถึงกับเป็นฤดูกาลที่เลวร้ายเกินไปนัก

Advertisement

Advertisement

ภาพ 4

คราวนี้มาดู แชมป์เก่าที่ยังคงรักษาแชมป์ เอาไว้ได้แบบค่อนข้างแน่ นั่นก็คือในเวทีบุนเดสลีกา ที่เหลือการแข่งขันเพียง 3 เกม ซึ่ง บาเยิร์น มิวนิค ทำแต้มนำทีมอันดับ 2 อย่าง ไลป์ซิก อยู่ถึง 7 แต้ม เรียกว่าคงไม่พลาด แต่ว่าถ้วยอื่นทั้งแชมเปี้ยนลีกที่เป็นแชมป์เก่า ก็ตกรอบไปแล้วเช่นเดียวกับเดเอฟเบ โพคาล ก็หยุดเส้นทางไว้แค่รอบ 2 เท่านั้น

Advertisement

Advertisement

ส่วนที่เวทีลาลีกา กับ ลีกเอิง ต้องบอกว่ายัง 50/50 คือมีโอกาสที่จะป้องกันแชมป์ได้ แต่ก็ต้องลุ้นกันหนักพอสมควร โดยเฉพาะ รีล มาดริด ที่แม้จะอยู่อันดับ 2 ตามหลังทีมนำ แอตฯ มาดริด อยู่ 2 แต้ม เหลือการแข่งขันอีก 5 เกม ทว่าก็ยังมี บาร์เซโลน่า ตามมาในอันดับ 3 ด้วยคะแนนเท่ากัน แต่แข่งน้อยกว่า 1 เกม ดังนั้นแค่ชนะรวดก็ยังอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องแช่งคู่แข่งให้พลาดด้วยจึงจะรักษาแชมป์เอาไว้ได้   อย่างไรก็ตาม รีล มาดริด ยังอยู่บนเส้นทางสู่แชมป์ยุโรปโดยมีโปรแกรมดวลกับ เชลซี ของอังกฤษ ในรอบรองชนะเลิศ

ภาพ 5

ขณะที่  ปารีส แซงต์ แชร์กแมง  เหลือโปรแกรมแข่งขัน 4 เกม มีคะแนนตามหลังทีมนำอยู่ 1 แต้ม จึงต้องถือว่าได้ลุ้นกันสนุกแน่นอน และด้วยนักเตะที่มีชื่อชั้นดีกว่า ดังนั้นแม้จะคะแนนตามอยู่แต่โอกาสที่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง  จะคว้าแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 มีสูงทีเดียว นอกจากนี้ทีมยังคงมีลุ้นแชมป์ยุโรปอีกครั้งหลังปีที่แล้วไปพ่ายแพ้ในรอบชิง โดยต้องดวลกับ แมนฯซิตี้ เพื่อเข้าไปลุ้นคว้าถ้วยยุโรปเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ต้องลุ้นว่าจะทำสำเร็จทั้ง 2 ภารกิจที่เหลืออยู่ได้หรือไม่

เครดิตภาพ  sport.trueid.net

ภาพ1 , ภาพ2 , ภาพ3 , ภาพ4 , ภาพ5