ภาพจาก Pixabay

     อย่างที่คุณหรือใครๆรู้ดีว่า เหล่าเครื่องจักรกล ที่ทำงานอย่างอัตโนมัติที่เรียกกันทั่วหน้ากันว่า ( Ai ) โดยปัจจุบันมีอิทธิพลอย่างมากมายหลายด้านหลายสาขา และมันยังมีบทบาทในชีวิตประจำวีนของเราอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ หรือไม่ก็สิ่งที่คุณกำลังถืออยู่ตอนนี้ และสิ่งที่ผมกำลังเขียนกับมันอยู่ตอนนี้ ข้อดีและจุดแข็งของมัน ก็อายทำให้ชีวิตสบายขึ้นก็จริง มีประโยชน์สำหรับอุตสาหกรรม แต่หารู้ไหมว่ามันมีอะไรที่มากกว่านั่น
ภาพจาก Pixabay
     ตามสัจธรรมของโลกาภิวัตน์แล้ว เมื่อมีเกิดต้องมีดับ โด่งดังแค่ไหน ก็ต้องตกต่ำสักวันหนึ่ง และแน่นอน เมื่อมีข้อดี ก็ต้องมี "ข้อเสีย" 


     ในชีวิตปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักใช้ AI หรือเทคโนโลยี โดยไม่คำนึงถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของมัน จะใช้ก็แต่เพื่อความสะดวกสะบายเท่านั้น สิ่งที่ผมจะบอกก็คือ เหล่า Ai มันมีความสามารถทุกอย่าง ทำงานได้ทุกอย่าง แต่มันไม่มีอยู่อย่างคือ "จิตใต้สำนึก" เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี เทคโนโลยี และ Ai จะเริ่มวิวัฒนาการของตัวมันเอง มันจะไม่ฟังผู้ให้กำเนิด (มนุษย์) หรือไม่ นั่นอาจจะถึงกลียุคก็เป็นได้ เมื่อคุณยิ่งใช้มันจะยิ่งรู้จักคุณมากขึ้น อย่างเช่นการฝากธนาคารในปัจจุบันยังมีแอพพลิเคชั่นมากมายที่สามารถฝากเงินหรือถอนเงินได้อย่างสะดวกสบาย

Advertisement

Advertisement

แต่ความสะดวกนั้นมันก็แฝงไปด้วยความไม่ปลอดภัยมากนัก เพราะเหล่า AI เหล่านั้นอาจคิดขโมยข้อมูลการฝากเงินหรือทำลายระบบการฝากเงินให้เกิดความเสียหาย มันก็เป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น ถ้าไม่สบายใจอะไรอย่างไรก็ควรที่จะไปฝากด้วยตัวเองที่ธนาคารจะดีกว่า เป็นต้น หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง ก็คือแอพลิเคชั่นบางจำพวกที่จะให้เราใส่ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลลับของเราเพื่อให้เข้าใช้งานในแอพนั้นๆ แอพจำพวกนี้ก็อยู่ในหมวดเสี่ยงอันตรายเหมือนกัน ยิ่งถ้าผู้พัฒนาเป็นแฮ็คเกอร์ มันก็อาจจะใช้ข้อมูลที่คุณพิมพ์ลงไป นำไปใช้ในประโยชน์ทางอ้อมให้เสียหาย โดยเฉพาะช่องที่ให้ใส่บัญชีธนาคาร ( สำหรับแอพที่ไม่ได้พัฒนาจากธนาคาร ) นั่นแหละตัวปัญหาเลยแหละครับ มันยิ่งจะสร้างปัญหาได้มากมายกว่าที่คุณเข้าใช้ในแอพบางจำพวกซ่ะอีก

Advertisement

Advertisement

ภาพจาก unsplash
   ในอนาคตAiจะรู้จักตัวคุณมากกว่าที่คุณรู้จักตัวเอง


     ยังไม่ต้องตกใจครับ มันยังไม่เกิดขึ้นช่วง10-20 ปีนี้หรอก แค่อยากจะบอกว่า แทนที่เราจะมุ่งจ้องกับสิ่งที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์มากไป มันจะยิ่งย่นเวลาในการที่คุณจะใช้ชีวิตกับครอบครัว กับคนที่คุณรัก น้อยลง เมื่อนั้นแล้ว คนบนโลกจะมีนิสัยใจแคบ หงุดหงิด เห็นแก่ตัว จนตกเป็นทาสของเทคโนโลยี หรือเหล่า Ai เพราะบางครั้งการใช้ชีวิตของเราไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเสมอไป

Advertisement

Advertisement

ถ้าเราไม่รู้จักที่จะไปรับปรุงตัวเอง สำหรับเยาวชนแทนที่จะนั่งจ้องเล่นมือถือทั้งวันทำไมไม่ลองออกไปเล่นข้างนอกดูบ้างหรือใช้ชีวิตกับครอบครัว ไปเที่ยวกับพ่อแม่อย่างสนุกสนาน แทนที่จะมานั่งเล่นมือถือให้เสียสายตาไปอย่างไร้ประโยชน์ หรือเหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่เอาแต่จ้องบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ก็ลองกลับมาหาหรือมาเยี่ยมครอบครัวญาติดูบ้าง ทำงานหนักจนเสียสุขภาพก็ไม่ดีเข้าไปใหญ่ เทคโนโลยีทุกอย่างใช้ได้ครับ แต่ต้องใช้เวลายามจำเป็น อย่าใช้ให้มันมากจนเกินไป เพราะมันอาจส่งผลเสียได้หลายอย่าง

*** รูปภาพทั้งหมดจาก Pixabay และ unsplash ***